เครื่องแบบประชาธิปไตย


   

 

               วันนี้วันเด็ก

                เสาร์ที่สองของเดือนมกราคม วันที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ได้รับการดูแลเอาใจใส่ จากผู้ปกครองเป็นพิเศษ

                ได้เที่ยว ได้กิน ได้เล่น ได้ร้องไห้ กระจองอแง กันสุดเหวี่ยง

                แต่พอพ้นวันเด็ก เด็กๆ จำนวนมากกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เข้าสู่สังคมที่มีความบีบคั้น และกดดัน ที่ถูกส่งทอดมาจากผู้ปกครอง 

                ประเทศเป็นแบบไหน ก็ผลิตเด็กออกมาเป็นอย่างนั้น

                นี่คือเรื่องจริง

                คำขวัญวันเด็กก็สะท้อนถึงปัญหาของประเทศ ณ เวลานั้นๆ เช่นกัน

                ปีนี้นายกฯ ลุงตู่ มอบคำขวัญ "เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ"

                การยกประเด็น "จิตอาสา" ขึ้นมา ดูเหมือนหาสาระอะไรไม่ได้

                แต่สภาพสังคมที่มีความขัดแย้งสูง อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านความคิด ความชอบ ทางออกมีไม่มากนัก

                หนึ่งในนั้นคือการละลายพฤติกรรม

                จิตอาสา ไม่ว่าจะอาสาในด้านไหน หากสังคมที่ขัดแย้ง มุ่งมั่นที่จะสร้างจิตสำนึก และอาสา ทำในเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ

                ทุกคนก็จะเดินไปทางเดียวกัน

                คิดไม่เหมือนกันไม่เป็นไร แต่เดินไปทางเดียวกัน

                หลายวันมานี้มีเรื่องเด็กๆ เป็นข่าวใหญ่อยู่หลายข่าว

                สดๆ ร้อนๆ กรณีน้องโยโย่

                อย่าเสพข่าวนี้แล้วดรามากันเพลิน จนลืมดูลูกหลานตัวเอง

                เพราะมันคือโศกนาฏกรรมของครอบครัว

                เด็กต้องได้รับการปกป้องจากสังคม                  

                และสังคมต้องไม่ระบายอารมณ์กับเด็ก

                แต่ไม่ควรเอาใจเด็กจนเหลิง

                โดยเฉพาะถ้านำเรื่องเด็กไปผูกกับการเมืองแล้ว ยิ่งต้องระวัง!

                เรื่องเครื่องแบบนักเรียน ก็เป็นข่าวใหญ่อยู่หลายวัน หลังโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอนุญาตให้นักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวตมาโรงเรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์ได้

                เป็นข่าวทั้งบวกและลบ

                คนค้านถูกมองว่าหัวเก่า ล้าสมัย คร่ำครึ

                ส่วนคนสนับสนุน มองกันว่าเป็นคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า

                มีหลากหลายเหตุของการสนับสนุนและคัดค้าน

                บ้างว่าโลกเปลี่ยนไปนานแล้ว แต่ไทยไม่เคยเปลี่ยน

                บ้างก็ว่านี่คือวัฒนธรรมที่ปฏิบัติกันมานาน ก็ควรจะปฏิบัติต่อไป

                มันเป็นวิธีคิดที่ต่างกัน

                ต่างเพราะอยากเปลี่ยนมีเยอะ

                หรือต่างเพราะอยากทิ้งวัฒนธรรมเดิมก็มีให้เห็นบ่อยๆ

                แต่ในความอยาก ไม่ว่าอยากแบบไหน เรามักไม่พูดถึงปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข

                ถ้าจะมี ก็ซ่อนเงื่อนหาประโยชน์จากกระแสที่ฉาบฉวยเท่านั้น

                มีการพูดกันว่าเครื่องแบบนักเรียนไม่ได้ทำให้เด็กนักเรียน เรียนดีขึ้น หรือแย่ลง 

                แต่บางคนบอกว่าเกี่ยว เพราะให้เด็กแต่งตัวมาอวดกัน สุดท้ายไม่สนใจการเรียน

                มันเป็นปัญหาเรื่องวิธีคิด 

                และ "วิธีคิด" ก็เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย

                เป็นสังคมที่คิดตามกระแส ไม่ได้คิดตามข้อมูล และเหตุผล

                เมื่อไหร่ก็ตามที่การเมืองเข้าไปแทรก ความบิดเบี้ยวของวิธีคิดจะตามมา

                ยกตัวอย่าง น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้เสนอนโยบายการศึกษาของพรรค นำเอากรณีเครื่องแบบนักเรียน ไปโยงกับการกระจายอำนาจให้โรงเรียน

                บนพื้นฐานประชาธิปไตย

                ก็เป็นวิธีคิดที่น่าสนใจ

                "สิ่งที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ กำลังทำอยู่นั้นสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการกระจายอำนาจไปยังโรงเรียน ให้สามารถออกแบบกฎเกณฑ์ร่วมกันได้ระหว่างโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครอง แล้วตั้งเป็นคณะกรรมการโรงเรียนขึ้นมา เพื่อพิจารณากฎเกณฑ์ที่อาจล้าสมัย หรือสร้างกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข มีอิสระในความคิด ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และไม่ถูกบังคับ"

                ถูกของเธอ!

                เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออก คือพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย แต่ขอบเขตของการ ทำได้ ทำไม่ได้ ก็มีความสำคัญเช่นกัน

                ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความไร้ระเบียบ

                การตั้งธงว่า "เครื่องแบบ" คือตัวแทนของความล้าหลัง และการถูกบังคับ ก็คือปัญหาใหญ่

                เพราะมีคนอีกจำนวนมาก มองเครื่องแบบ ในมุมมองที่ต่างออกไป

                มีคนจำนวนไม่น้อยภูมิใจในเครื่องแบบ และคนกลุ่มนี้มักถูกค่อนแคะว่า หัวเก่า

                มีความพยายามสร้างสูตรสำเร็จว่า ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องปราศจากกรอบ และกฎเกณฑ์ที่อ้างว่าล้าหลัง มาบังคับ

                และเมื่อปราศจากเครื่องแบบแล้ว คนที่อยู่นอกกฎเกณฑ์อันล้าหลัง จะใช้อิสระในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

                มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

                แท้จริงแล้วจะใส่เครื่องแบบ หรือไม่ใส่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

                การรู้ถึงรากเหง้าของปัญหา และการหาวิธีแก้ไขที่แท้จริงต่างหาก คือสิ่งที่ประเทศต้องการในเวลานี้

                และเมื่อนำปัญหามาโยงกับการเมือง ก็ยิ่งต้องระมัดระวังไม่ให้ความจริงบิดเบี้ยวไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง   

                การเรียนรู้ประชาธิปไตย ด้วยความเคารพต่อประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

                หากเอาแต่อ้างประชาธิปไตยเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง มันก็คือการย่ำยีประชาธิปไตยนั่นเอง

                ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ

                กรณีประมง

                ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เหวง โตจิราการ พรรคไทยรักษาชาติ แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า

                ......หลังจากที่ คสช.ใช้ ม.๔๔ ประกาศกฎหมายประมงปี ๕๘ แก้ไขเพิ่มเติมปี ๖๐ เอาใจอียูเพื่อให้ปลดใบเหลือง IUU ปรากฏว่าชาวประมงโดนจับในข้อหาผิดกฎหมายมากมาย หลายเรื่องเป็นเรื่องหยุมหยิม เช่นเข้าฝั่งก่อนเวลาประมาณสิบนาที (โดนปรับลำละห้าแสนบาท สองลำคิดเป็นหนึ่งล้านบาท)

                ชาวบ้านพูดเองครับว่า วิธีแก้ปัญหาก็คือ ต้องให้ คสช.และรัฐบาล คสช.พ้นไปโดยเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาประมงเรื่องอียู และ IUU

                ชาวบ้านเขาพูดเลยครับว่า ปัญหาใบเหลือง ของ IUU จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลทหาร (คสช.) พ้นไปแล้วครับ

                รายละเอียดมีมากมายครับ มีชีวิตชีวามาก ไปฟังมาแล้ว หดหู่ใจมา นี่เป็นเหตุผลสำคัญมากอีกประหนึ่งที่ต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตยมาเป็นรัฐบาลให้ได้ ต้องให้ฝ่ายสืบทอดอำนาจพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ถล่มทลายครับ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลประชาธิปไตยมาแก้ปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชนโดยเร็วครับ..........

                ส่วน "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่บอกว่า

                .....การที่รัฐบาลต้องยอมตาม​ IUU​ ทุกอย่าง​ โดยไม่สามารถต่อรองใดๆ ได้​ ก็เพราะว่า​ เราเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง​ เราจึงไม่มีอำนาจต่อรอง​

                จากการรับฟังปัญหาในหลายๆ พื้นที่เรื่องนี้ ทางอนาคตใหม่ตั้งใจที่จะออกแบบนโยบายเรื่องเกี่ยวกับการประมงเข้าไปผลักดันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทบทวนกฎหมายใหม่ โดยหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย มานั่งคุยกัน แก้ไขกฎหมายใหม่ร่วมกัน และอนาคตเมื่อต้องการให้เรือประมง ชาวประมง ธุรกิจประมงให้ได้มาตรฐานไอยูยูมากขึ้น

                 รัฐบาลไทยเร่งยอมรับมาตรฐานไอยูยูมาใช้ โดยไม่ฟังเสียงชาวประมง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายก่อน เมื่อรัฐบาลเป็นทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่มีความชอบธรรมในสายตาต่างชาติ พอจะแก้ไขปัญหาไอยูยูจึงไม่มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง รับกรอบมาตรฐานไอยูยูของสหภาพยุโรปมาออกมาตรการภายในเป็นกฎหมายลูกมากมาย ด้วยพระราชกำหนด ที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากสภา เป็นการออกกฎหมายแบบลุกลี้ลุกลน เพื่อให้พ้นใบเหลือง รัฐบาลเลือกใช้วิธีคิดแบบอำนาจนิยม คือสั่งให้ชาวประมงทำตามเลย ถ้าไม่ทำ ก็ไล่ตามจับให้หมด.........

                เมื่อวันที่ ๘ มกราคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับข่าวดี กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง (European Commissioner for Environment, Maritime Affairs, and Fisheries)  ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมง IUU ของประเทศไทย

                เคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง แสดงความยินดีกับประเทศไทย สำหรับความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น ในการทำให้การปฏิรูปนี้เป็นไปได้

                บางคนอาจจำไม่ได้ว่า IUU คืออะไร?

                IUU ย่อมาจาก Illegal, Unreported and Unregulated Fishing หมายถึงการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

                ที่แล้วมาการทำประมงไทยเป็นเช่นนั้น เป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อการทำการประมงอย่างยั่งยืน

                ทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

                ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมและเศรษฐกิจ

                ถ้าปลดธงเหลืองไม่ได้ สินค้าประมงไม่สามารถส่งออกไปยุโรปได้

                ประมงเจ๊ง โรงงานปิด

                กลับมีการสร้างชุดความเชื่อว่า ประชาธิปไตยแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง 

                แต่สิ่งที่เห็นมา ประชาธิปไตยถูกนำมาอ้างสร้างปัญหาได้แทบทุกเรื่องเช่นกัน.

                                                                                                                ผักกาดหอม

               

 


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย