อนาคตใหม่เปิดตัว8ว่าที่ผู้สมัครส.ส.อุดรฯ'ธนาธร'ลั่นเป็นช่วงเวลาที่ตัวเองฮึกเหิมจะเปลี่ยนประเทศ


   

12 ม.ค.62 -  ที่ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ โครงการไพร์มสแควร์ อุดรธานี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขต 1 นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เขต 2 นายอดุลย์เดช อำนาจดีแจ่มใส เขต 3 นางสาวภรัชฎา ศรีไชยมูล เขต 4 นายศรีสวัสดิ์ ดวงพรม เขต 5 นายอานันท์ อมรินทร์ เขต 6 ร.ท.สมพร วรรณสุทธิ์ เขต 7 นายจักรภัทร ชื่นชมกุล และเขต 8 นายศราวุธ หอมพรมมา

นายธนาธร  กล่าวว่าพรรคจะทำให้ทุกคนอยู่อย่างเท่าเทียมกัน และเสมอภาคกันให้ได้ ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 8 เขต พรรคไม่ให้ดูดมาด้วยเงินสักคนเดียว ทุกคนเดินเข้ามาเพราะอยากเห็นสังคมไทยเปลี่ยนแปลง มีความฝันเดียวกัน เข้ามาไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ จึงอยากจะพิสูจน์ให้สังคมไทยได้เห็น อาวุธที่เรามีคือประชาชน ไม่มีคุก ไม่มีตาราง ไม่มีปืน เราไม่มีกฎหมาย เราไม่มีกองทัพ  อาวุธที่เรามีคือ 1 เสียงของประชาชน 

"ถ้าเห็นด้วยกับเราก็มาทำงานด้วยกัน เป้าหมายไม่ได้ส่งทั้ง 8 คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นส.ส.  ไม่ได้ส่งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย สร้างประเทศไทยให้เป็นธรรม ให้เติบโตทัดเทียมกับต่างประเทศ ให้กับลูกหลานของเรา และพรรคอนาคตใหม่เราจะไม่หยุดอยู่ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะทำงานเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง"

นายธนาธร กล่าวต่อว่าวันนี้พรรคมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 8 เขต ซึ่งที่อุดรมีความพร้อม เรามองอุดรธานีทั้ง 8 เขตเป็นเขตเดียว คือทั้ง 8 คนจะช่วยกันในการทำงานหาเสียงทุกเขต และเมื่อก้าวมาถึงตรงนี้ หลังจากที่ตนเองลาออกจากดำเนินธุรกิจเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 7-8 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ตนเองฮึกเหิมเป็นที่สุด เพราะว่าวันนี้ 350 เขต 350 คนเราส่งครบ มีสำนักงานจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด มีทีมทำงานเป็นพันคน และส่วนใหญ่ที่มาทำงานกับเราเป็นอาสาสมัครทั้งนั้น ไม่จ่ายตังค์ มาด้วยหัวจิตหัวใจ ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศ อยากพัฒนาประเทศไปด้วยกัน และนโยบายเราก็พร้อมมีเสียงตอบรับเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้สมัครพร้อม นโยบายพร้อม ทีมทำงานก็พร้อม สมาชิกทุกคนมีกำลังใจ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านระบบเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตย นั่นคือความหวังของประชาชนที่ตนเองได้พบปะพูดคุยมา โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าในตลาดคาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจดี เงินในกระเป๋ามีมากขึ้น แต่รัฐบาลก็เลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ และทำลายความฝันของประชาชน จนทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ซึ่งพรรคเรามีความพร้อมถ้าหากเลือกตั้งในพรุ่งนี้ก็พร้อม และยิ่งเลื่อนพรรคเราก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะเราเป็นพรรคใหม่ก็จะมีเวลาเข้าหาประชาชนมากขึ้น แต่เป็นความได้เปรียบที่พรรคเราไม่ขอรับไว้ เพราะยิ่งเลือกตั้งช้าเท่าไหร่ ประเทศจะเสียหายมากขึ้นเท่านั้น.


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย