เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?


   

    ทำไม...เรื่องไม่ดี คนไม่ดี ถึงดัง?
    ประเด็นนี้.....
    สงสัยกันมาก ถามกันมาก คำตอบก็มีมาก แต่คุณปัญญา "สายฟ้าแลบ" ไม่เคยบอกคำตอบไหน "ถูกต้องแล้วคร้าบบบ"!?
    สำหรับผม "เรื่องไม่ดี คนทำไม่ดี แต่ดัง" นั้น 
    มันไม่ได้ดัง "จากเรื่อง-จากคน" นั้นๆ หรอก! 
    หากแต่มันดังเพราะการ "ให้ค่า" จากคนอื่น ที่เข้าไปสัมผัส-รับรู้ตะหาก
    เหมือน กรวด-หิน เกลื่อนพื้นทั่วไป 
    ย่ำกันไป เหยียบกันมา ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่รู้กี่แสน-กี่ล้านตีน 
    ไม่มีใครสนใจ 
    ทุกคนไม่ให้ราคาค่างวด เพราะมันก็แค่ "กรวด-หินใต้ตีน" ทั่วไป
    แต่ถ้าใครสักคน หยิบหินใต้ตีนนั้นขึ้นมาซักก้อน แล้วบอก เฮ้ย นี่...เพชร 
    เท่านั้นแหละ.....
    จะเพชรจริงหรือแค่กรวดหินก็ไม่รู้แหละ ผู้คนจะต้องฮือแย่งกัน
    "กรวด-หินใต้ตีน" มีค่าเป็นเพชร ขึ้นมาทันที!
    ถามว่า "ค่า" นั้นมาจากไหน?
    ก็มาจากการ "ให้ค่า" ของคนตื่นข่าวที่ไม่สนใจจะสาวหาความจริงนั่นแหละ
    การตื่นลักษณะนี้ เป็น "ตื่นสนองอยาก"
    คือ "อยากได้-อยากสัมผัส" ใจเข้าไปผูก ด้วย "คิดเอา-นึกเอา" ว่า กรวด-หิน นั้น คือ เพชร
    อย่างทักษิณ, ยิ่งลักษณ์ และกลุ่มคนเคลื่อนไหวอยากเลือกตั้ง นี่เช่นกัน
    เนื้อแท้ที่ประจักษ์ พวกนี้ แค่กรวด-หินใต้ตีนสังคม ไม่มีราคาค่างวดใดๆ ทางสร้างสรรค์เลย!
    ในความที่บุคคลจำพวกนี้ "จมลงใต้ตีน" ทุกขณะ
    ไม่จมเฉพาะตัวทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ องคาพยพในความเป็นเครือข่ายกัดกร่อนบ้านเมืองต่อเนื่องในรอบ ๒ ทศวรรษ
    ก็นับวัน "จมธรณี" ด้วย
    ดูซี...แต่ละขบวนการใต้ระบอบทักษิณ มีแต่ตัว หัวหาไม่มี จำนนอยู่ในสภาพ "แก๊งผีหัวขาด"!
    "ผีหัวขาด" มันก็พยายามจะผุด-จะเกิด กะถือกำเนิดในท้องเลือกตั้ง
    จึงเห็น "หัว ๒ ผี" คือ หัวพี่-หัวน้อง พยายามแหวกว่ายไต่ช่องกำเนิด เปิดประเด็น "ปลุกกระแส" 
    ยังโชคดี เป็นผีรู้จักใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร! 
    บวกกับโลกสื่อสารวันนี้.....
    บรรดานักทำสื่อ สลัดความเป็นผู้แสวงหาข่าวสารเป็นจริงตามช่องทางธรรมชาติกันแล้ว  
    สู่สภาพนักฉกเอาข่าวสารตามถังขยะไอที ก๊อบปี้มาพะยี่ห้อใคร-ยี่ห้อมันขาย!
    เมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาแทนที่จิตวิญญาณของคนทำสื่อ 
    บวกกับสังคมยุคนี้ หันมานิยมเสพข่าวสารจากสื่อไอทีมากกว่าตัวสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์
    ตรงนี้เอง จึงเป็น "หัวเลี้ยว-หัวต่อ" ระหว่างสื่อกับสังคม จนเกิดคำถามลอยลมขึ้นว่า
    ทำไม คนชั่ว-คนเลว จึงโด่ไม่รู้ล้มได้ในสังคม?
    ทำไม เรื่องชั่ว-เรื่องเลว จึงดัง ขจรขจายในตลาดสื่อไม่รู้จบ?
    เหตุหนึ่งเพราะ.....
    ยุคไอที แค่มีมือถือ ทุกคน ก็เป็น "เจ้าของสื่อ" ได้แล้ว 
    มีเรื่องอะไร คิดอะไร พอใจ-ไม่พอใจอะไร จะสื่อสารถึงใคร หรืออยากจะด่าใคร ใส่ร้ายป้ายสีใคร ชมใคร เชียร์ใคร?
    ทำได้เองทันที เพียงนิ้วกดๆ!
    ด้วยเหตุนี้ ความลงตัวทางสังคมไอทีกินกะโหลกจึงเกิด ใครประสงค์ใด ประสงค์นั้น พลันได้
    เพียงโพสต์ลงไปในเครื่องมือสื่อสารของตัว...แป๊บเดียว
    ถ้าเรื่องนั้น "ถูกจริต" เดี๋ยวก็มีคนส่อง คนเมนต์ คนแชร์เป็นหมื่น-เป็นแสน 
    ชั่ว ๕ นาที ๑๐ นาที จากราชคฤห์ยันพาราณสี รู้แซ่ด!
    แล้ว "สื่อหลัก"......
    อย่างหนังสือพิมพ์-โทรทัศน์ ที่กลายเป็น "หลักลอย" ในวันนี้ 
    ก็จะเล็ม "หญ้าใต้ตีน" ที่ช้ำจนไม่รู้จับตีนใครดมได้แล้ว 
    เคี้ยวเอื้องเป็นอาหารที่เรียก "ข่าว" เลี้ยงชีพ (ไปวันๆ) อย่างมีหน้า-มีตา
    เมื่อสื่อหลัก หมดสภาพสรรสาระให้สังคมเช่นนี้ ต่างต้องดิ้นรน แข่งขันกัน เพื่อความอยู่รอด 
    เสนอข่าวแบบ อะไรๆ ก็เป็นข่าวหมด ตอบโจทย์เพียงว่า "เฮ้ย..ขายได้..คนชอบ..เรตติงกระฉูด"
    ยิ่งประเภท สีสัน-ขัดแย้ง แยงให้ตี ด่าทอทะเลาะกัน ข่าวดรามา ดาราผายลม 
    นี่เป็นข่าวเกรด A เลยเชียวนะ
    สร้างชื่อเสียง เป็นหน้า-เป็นตาให้สำนัก คนจะเปิดดูมาก โฆษณาก็จะตามมา แปะหัว-แปะกลาง-แปะตูด มันเป็นปรัชญายุคสื่อออนไลน์วันนี้ไปแล้ว
    เช่นนี้ แล้วจะโทษใคร ในสังคมยุค ต่าง "เพ่งโทษ"
    ทุกเรื่อง มีแต่ "เอ็งผิด..ข้าไม่ผิด"!
    อย่างข่าวนักเรียน "โรงเรียนวัดสุทธิวราราม" ใช้ความรัก ความเห็นอกเห็นใจนักท่องเที่ยวชายชาวจีนที่จะฆ่าตัวตาย
    จนเขาเปลี่ยนความคิดที่จะฆ่าตัว
    สร้างสรรค์อัจฉริยะแบบนี้ สื่อไม่ให้ค่า 
    นัยว่า ข่าวคนดี ขายไม่ได้ มันไม่มีความฉิบหายวายวอดเป็นเดิมพันให้สะใจ
    บัณฑิตหนุ่ม "ครูไอซ์" ผู้พิการทางตา มุ่งมั่นอาชีพครู สู้..เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ว่าเขาทำได้ 
    จนชนะใจนักเรียนและเพื่อนครู ทำให้ทุกคนเห็น ความพิการ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นครูที่ดี
    นี่..เป็นต้นแบบดี.....
    แต่สื่อไม่ให้ค่าอีกนั่นแหละ โลกสื่อสารไอที จึงไม่ค่อยมีใครโพสต์-ใครแชร์สักเท่าไร?
    ข่าวหมา.....
    อสรพิษร้ายเลื้อยเข้าบ้าน มันสละชีวิตปกป้องเจ้าของบ้าน หมาฉก ฤๅจะสู้ งูฉก 
    ปรากฏว่า "หมาตาย"
    แต่มันสามารถปกป้องเจ้าของมือที่ลูบหัวให้ข้าวมันได้ งูกัดมันตาย งูก็ต้องตายพร้อมมัน!
    ข่าวหมาตาย "ค่าเหนือคน" แต่สื่อไม่ให้ค่า
    แต่ข่าว "นรก..มันเดย์" จากคนชิงหมาเกิด ข่าวไปโผล่ที่นั่น-ช็อปที่นี่ จากตระกูลกาลีเมือง 
    สื่อให้ค่า!
    รุ่มกันส่องไอจี ส่องเฟซ ส่องอินสตาแกรม นำมาขยาย ขายประโคมเป็นข่าว เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ
    สร้างบ้าน-สร้างเมือง บอกว่าไม่ดี เผด็จการนำ
    ผลาญบ้าน-ผลาญเมือง บอกว่าดี ประชาธิปไตยกะหรี่นำ 
    สื่อให้ค่า ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อไอที ยกกันไปถ่ายทำนำเสนอเป็นกองทัพ
    กรณีอย่างนี้ พูดแบบสุภาพว่า มันเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าพูดตามเป็นจริง มันเป็น "สันดานสื่อ"
    "แมลงวัน" จึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ "คนทำสื่อ" นั่นไง ไม่เห็นหรือ?
    ใครเคยเห็นแมลงวันตอมกุหลาบ-มะลิ หรือน้ำหอมบ้าง?
    ไม่มีใครยกมือ
    ใครเคยเห็นแมลงวันตอมอุจจาระ ตอมหมาเน่า ตอมน้ำเหลืองผีบ้าง?     
    ยกมือกันทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก!
    สันดานสื่อเช่นผม ลึกๆ เป็นอย่างนี้นั่นเอง ถึงได้ชอบให้ค่ากับของเหม็น 
    เชิดชูขึ้นหิ้ง-ขึ้นห้าง เป็นสินค้าข่าวเกรด A ประจำ
    "คนเลว-เรื่องเลว"
    ที่ดัง ก็เพราะการให้ค่าในยุคสื่อสารไอที 
    ในขณะที่ "คนเลว" ยื่นมือไขว่คว้าอากาศ จะตายมิตายแหล่ 
    แต่สื่อกลับให้ค่า นำเรื่อง นำคำพูดและพฤติกรรมทรามคนเลวมาเสนอชนิดทะลุดากทุกขั้น-ทุกตอน
    นั่นคือการยื่นมืออีกข้างไปช่วยตบ!
    มันจึงเกิดเสียงดังไม่รู้จบ เป็นเรื่อง-เป็นราว เป็นข่าว-เป็นภาพ สร้างค่า-สร้างราคา "เลวแล้วดังดี" เช่นนี้แหละ
    ยุคก่อน......
    สื่อ "หนังสือพิมพ์" สะท้อนรูป-นามธรรมของ "ข่าวสาร"
    พอพูด-พอคุมให้อยู่ในกรอบอันควรตามสถานการณ์ได้
    แต่วันนี้ ยุคนี้.....
    อะไรล่ะ คือ สื่อ ที่เป็น "รูปธรรม-นามธรรม" ของข่าวสารให้จับต้องได้?
    อยากรู้มั้ย?
    ถ้าอยากรู้ ก็กางมือตะปบขึ้นไปในอากาศ แล้วกำไว้
    อากาศ .....
    คือ "ความว่างเปล่า" ในกำมือนั่นแหละ คือ "ตัวสื่อ" ยุคนี้
    อย่างที่ "พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผบ.ทบ.พูดเมื่อวานนี้นั่นแหละ
    เป็นปฏิบัติการรับมือ "สร้างค่าคนเลว" จากสื่อคือ "อากาศ" ปิดทางขยายตัวได้แสนจะสุนทร.


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'