หารือกัญชาล้มไม่เป็นท่า ภาคปชช.ลั่นฟ้องกรมทรัพย์สินฯที่ไม่ยกเลิก7คำขอสิทธิบัตร


   


17ม.ค.62- มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI), มหาวิทยาลัยรังสิต, สภาการแพทย์แผนไทย และ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ได้ออกแถลงการณ์หลังหารือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ในวันที่ 17ม.ค.โดยระบุว่า 1. การหารือในวันนี้เกิดขึ้นจากการประชุมร่วมเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอให้ภาควิชาการและภาคประชาสังคมช่วยหาทางออกกับปัญหาสิทธิบัตรกัญชาที่กระทรวงพาณิชย์กำลังเผชิญอยู่ แต่ปรากฏว่า การประชุมในวันนี้ ไม่มีฝ่ายนโยบายในระดับรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับกรม เช่น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือรองอธิบดีเข้าร่วมประชุม แต่อย่างใด มีเพียง ผอ.สำนักกฎหมายและ ผอ.กองสิทธิบัตร เข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่า อธิบดีติดภารกิจต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นเจตนาที่ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา


    2.ผลการหารือเพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชาระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชัดเจนว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์มีเจตนาไม่ต้องการยกเลิกสิทธิบ้ตรคำขอสิทธิบัตร ที่ขัดมาตรา 9 ที่ว่าด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือขอสิทธิบัตรไม่ได้ โดยเฉพาะมาตรา 9(5) ที่ว่าด้วยการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน 


    โดยทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยกแนวปฏิบัติของประเทศที่อนุญาตให้จดสิทธิบัตรกัญชา โดยไม่ยกตัวอย่างอีกหลายประเทศที่สาระกฎหมายสิทธิบัตรตาม ม.9(5) ของไทย แต่ปฎิเสธคำขอโดยใช้ประเด็นขัดต่อความสงบเรียบร้อย ด้วยเหตุที่กัญชายังเป็นยาเสพติด เช่น บราซิล และบางประเทศในสหภาพยุโรป เป็นต้น อีกทั้งไม่ได้รายงานเงื่อนเวลาว่า ประเทศที่ให้จดสิทธิบัตร เกิดขึ้นหลังการปลดล็อคการใช้กัญชาทางการแพทย์แล้วหรือไม่  แสดงให้เห็นเจตนาในการเลือกใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความชอบธรรมในการไม่ยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาที่ค้างคาอยู่


    3. ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจ้งผู้เข้าร่วมประชุมเพียงว่า จะรับความคิดเห็นของภาควิชาการและภาคประชาสังคมเท่านั้น เจ้าหน้าที่จะไปพิจารณาดำเนินการต่อ โดยไม่ได้รับปากจะดำเนินการใดๆเพื่อการยกเลิกคำขอแต่ประการใด


    4. แม้ว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทำหนังสือแจ้งปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรกัญชา 3 คำขอไปยังผู้ขอแล้วดังนี้ คือ 0501005232, 0601002456 และ 0301001207 ตาม มาตรา 27 โดยให้เวลาอุทธรณ์ 90 วัน และอีก 3 คำขอ ผู้ยื่นขอละทิ้งเอง  อย่างไรก็ตาม คำขอสิทธิบัตร เลขที่ 1101003758 ของบริษัท GW Pharma และ Otsuka ซึ่งนายสนธิรัตน์  รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน  2561 ว่าได้เพิกถอนไปแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง กรมฯยังไม่ได้ดำเนินการเพิกถอน เช่นเดียวกับคำขอของบริษัท GW Pharma และ Otsuka อีก     6 คำขอที่ยังอยู่ในระบบคำขอสิทธิบัตร โดยเป็นคำขอที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิบัตรกัญชาเพื่อรักษาโรคลมบ้าหมู ต่อต้านเนื้องอกรักษาโรคลมชัก ยาต้านโรคจิต รักษามะเร็ง บำบัดประสาท เป็นต้น  การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาปล่อยให้คำขอเหล่านี้ยังคาอยู่ในระบบ เป็นเหตุผลหลักที่รัฐบาลยังไม่ทูลเกล้า ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด แม้จะผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อปลดล็อคการใช้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อลงพระปรมาภิไธย ทำให้ผู้ป่วยในประเทศไทยเข้าไม่ถึงการใช้กัญชาและพืชกระท่อมทางการแพทย์ในการรักษาโรคและยังขัดขวางการทำวิจัยและเสียโอกาสในพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาและพืชกระท่อมทางการแพทย์ 


    "ย้ำอีกครั้งว่า 7 คำขอสิทธิบัตรกัญชาที่เป็นปัญหาขณะนี้ ล้วนแต่เป็นคำขอของบริษัท GW Pharma และ Otsuka ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายก ไปเยือนทั้งในไทยและญี่ปุ่น อีกทั้งคำขอทั้ง 7 ประกาศโฆษณาและยื่นตรวจสอบในรัฐบาล คสช.ทั้งสิ้น ดังนั้น ตัวแทนภาควิชาการและภาคประชาสังคม เห็นร่วมกันว่าไม่มีประโยชน์ใดๆที่จะเข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกเรื่องนี้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกระทรวงพาณิชย์อีกต่อไป จากความไม่จริงใจจะแก้ปัญหาเพื่อยกเลิกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามคำแถลงก่อนหน้านี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภาคประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ จึงขอประกาศว่า จะดำเนินการโดยการฟ้องร้องต่อศาล พร้อมกับการหารือกับประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และผู้มีอำนาจ เพื่อเคลื่อนไหวทั้งทางสังคมและการเมืองให้มีการยกเลิกคำขอสิทธิบัตรดังกล่าวโดยเร็ว"


เรื่อง "พานไหว้ครู" นี่.........ใครก็อย่าไปโทษ "นายธนาธร" เลย! ดูตามรูปการณ์แล้ว คนพรรคอนาคตใหม่หรือตัวนายธนาธร ไม่ได้เป็น "ต้นคิด" หรือ "ต้นเรื่อง" แน่

ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?