4รมต.จ่อลาออก! 'กอบศักดิ์'ลุยการเมืองเต็มตัว/24มี.ค.เหมาะกาบัตร


   


      “24 มีนาคม 2562” เต็งหามวันเลือกตั้งใหม่ “เนติบริกร” ชี้หาก กกต.บริหารจัดการได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ติดพระราชพิธี สอดรับพระราชกฤษฎีกาที่ “บิ๊กป้อม” บอกจะคลอดสัปดาห์หน้า “กอบศักดิ์” ประกาศแล้วพร้อมไขก๊อกเพื่อลงการเมืองเต็มตัว รออีก 3 รมต.ก่อนออกพร้อมกัน วัฒนาโพสต์รูปพ่วงอัดทหารคุกคามบ้านรองเลขาธิการ พท. “วินธัย” สวนกลับบิดเบือน แค่ไปรับฟังปัญหาตามวงรอบ “ภูมิใจไทย” เปิดตัวยิ่งใหญ่สนามช้าง “เสี่ยหนู”ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ผุดนโยบายกัญชาเสรีหรือแคลิฟอร์เนีย 
      เมื่อวันพฤหัสบดี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนวันเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. อาจทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถรับรอง ส.ส.ได้ทันวันเปิดประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่ถ้า กกต.เชื่อว่าทำได้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. รัฐบาลหรือใครๆ ไม่สามารถไปเกี่ยวข้องได้ แต่การประกาศวันเลือกตั้งวันใดนั้นมีความหมายมาก เพราะถือเป็นการนับหนึ่งที่จะกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสภาภายใน 15 วันหลังจากนั้น 
      “ที่เกรงกันคือเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อนแล้วนับ 15 วัน จะไปอยู่ในช่วงพระราชพิธี จึงได้พูดคุยกันว่าให้ยึดวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก และหากวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 มี.ค. ก็ห่างอยู่ประมาณ 45-47 วัน ซึ่งถ้า กกต.คิดว่าทำได้ทัน และดูแล้วก็ไม่ติดพระราชพิธีใดๆ และจะให้อยู่ในกรอบวันที่ 9 พ.ค.ก็อยู่ที่ กกต.บริหารจัดการ ทั้งนี้ รัฐบาลเป็นห่วงอยู่เพียงเรื่องที่จะไปทับซ้อนกับพระราชพิธีเท่านั้น” นายวิษณุกล่าวและว่า ส่วนที่กลัวกันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ หากประกาศผลเลือกตั้งไปก่อนแล้วมาสอยทีหลังนั้น ถ้าหากมีกรณีที่เป็นปัญหามากๆ อยู่หลายรายก็อาจเกิดปัญหาจริงในการจัดตั้งรัฐบาล โดยอาจเกิดสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยในอนาคตได้
      นายวิษณุยืนยันว่า ตนเองและนักกฎหมายทั้งหลาย หรือแม้แต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เองเคยชี้แจงในสภาว่า ในการประกาศผลการเลือกตั้งช่วง 60 วัน เป็นคนละเรื่องกับ 150 วัน แต่ถ้า กกต.คิดว่าเพลย์เซฟ แล้วเอามาเป็นเรื่องเดียวกันก็แล้วไป ไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอให้บริหารจัดการให้ได้เท่านั้น แต่หากไม่เสร็จจริงก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าจะมีคนเถียงหรือท้วงว่าไม่ได้ อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ท้วงมาตลอดนั้น ค่อยไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปหารือในวันนี้ อย่าตีตนไปก่อนไข้ ไม่ทันเห็นน้ำแล้วตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกก็จะโก่งหน้าไม้ เพราะเลือกก็ยังไม่เลือก แล้วไปคิดก่อนว่ามันจะไม่เสร็จ มันจะไม่ทัน แล้วจะเกินเวลา แล้วจะโมฆะ คิดอย่างนั้นจินตนาการมากไป
      เมื่อถามว่า เห็นว่า 24 มี.ค.เหมาะเป็นวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ กกต.เห็นว่าเหมาะอย่างไร โดยตนเองเห็นหลายจุดว่า 3 และ 10 มี.ค.อาจกระชั้นไปเมื่อเทียบกับวันที่จะประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่รู้จริงว่าจะประกาศเมื่อไหร่ จึงอาจทำให้เหลือระยะเวลาหาเสียงสั้น ถ้าเป็น 17 มี.ค.อาจมีปัญหากับเด็กที่สอบ TCAS จำนวนเป็นแสนคน และเป็นวัยมีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเหลือวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งก็น่าจะเหมาะที่สุด และพระราชกฤษฎีกาก็น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้าอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมบอกไว้
      เมื่อถามว่า 24 มี.ค. เหมาะสมสามารถประกาศในนามรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่ตอบ เพราะสื่อถามนำว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งมี 3 ทางในการเลือกตอบ คือ 1.ไม่เหมาะสม 2.เหมาะสม และ 3.เฉย โดยความเห็นส่วนตัว การตอบไม่เหมาะสมมันก็เท็จ จะบอกว่านิ่งเฉยเสียก็อาจดีที่สุด แต่เมื่อเผลอตอบไปแล้วก็ตอบว่าเป็นไปได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเหมาะสมเลย โดยวันที่ 3 มี.ค. ไม่เหมาะสมเอาเลย แต่ 10 มี.ค. มีความเป็นไปได้ แต่เมื่อยังไม่รู้ว่าพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะมีวันไหน จะเหลือเวลาหาเสียงน้อยไป บางพรรคอาจไม่บ่น บางพรรคบอกเลือกเร็วๆ ดีแล้ว แต่ต้องคำนึงถึงเวลาหาเสียงที่เพียงพอ เมื่อจะขยับวันเลือกตั้ง วันหาเสียงก็ไม่ควรน้อยกว่ากำหนดเดิมคือ 52 วันจึงจะเป็นธรรม
บี้แจงวันเลือกตั้งให้ชัด
      ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุระบุว่าอาจจะประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งภายในสัปดาห์หน้า ว่าเท่าที่ติดตามน่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ คงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนอย่างไร และอยากให้รัฐบาลทำความชัดเจนให้มากที่สุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งและการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนวันเลือกตั้งนั้น ควรให้ กกต.มีอิสระเต็มที่ เพราะเงื่อนเวลาที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ
      คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การจะเลือกตั้งเมื่อใดก็เป็นสิ่งที่เราอยากรู้เหมือนประชาชนที่ต้องรอความชัดเจน ขอให้ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด
      ส่วน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรคพร้อมตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.แล้ว ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. เพื่องานสำคัญก็เข้าใจ แต่อยากเรียกร้องให้ กกต.ประกาศชัดเจน เนื่องจากพรรคการเมืองต้องเตรียมความพร้อม 
      ขณะที่นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า กกต.จำเป็นต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าโรดแมป ไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แม้จะยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ. แต่ กกต.ควรคาดการณ์ไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่กำลังรอการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคการเมืองในการเตรียมตัว หรือ กกต.ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงในการเลือกตั้ง ถ้าเช่นนั้น กกต. คสช. และรัฐบาลควรมาคุยกันเพื่อสร้างความชัดเจนเสียที
      “เป็นห่วง กกต.ชุดนี้ หากฟังตามที่นายวิษณุชี้นำถึงวันเลือกตั้งว่าควรเป็นวันที่ 24 มี.ค. เพราะอาจประกาศผลเลือกตั้งไม่ทัน และเมื่อถึงที่สุดแล้วมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะขึ้นมา ผู้ที่จะได้รับผลไม่ใช่รัฐบาลหรือ คสช. แต่เป็น กกต.ที่อาจต้องถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา เช่น อดีต กกต.ที่ต้องถูกจำคุกมาแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจว่าการเลือกตั้งควรเป็นวันใดนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะตัดสินใจ อย่าให้ใครมาชี้นำ”
      ส่วนเฟซบุ๊กแฟนเพจ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. กกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไม่ให้เกินวันที่ 9 พ.ค. ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา ซึ่งเส้นตายจริงจะอยู่ที่ 24 มี.ค. ขยับไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะมีคนเกรงว่าถ้า กกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้ในวันที่ 24 มี.ค. และประกาศผลไม่ได้ในวันที่ 9 พ.ค. พวกท่านก็จะอยู่ยาว ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ได้ขู่
      ขณะที่นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวได้ไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.เร่งกำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วภายในวันที่ 18 ม.ค. แม้ พ.ร.ฎ.จะยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ตาม เพราะเชื่อว่ามีการตกลงเป็นภายในระหว่าง กกต.กับ คสช.ไว้แล้วว่าจะเป็นวันที่ 24 มี.ค. จึงต้องการให้รัฐบาลและ กกต.ประกาศออกมาให้ชัดเจน
กอบศักดิ์พร้อมไขก๊อก
      สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้พร้อมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เพราะภารกิจงานต่างๆ ในความรับผิดใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด ส่วนจะลาออกวันใดนั้น ต้องรออีก 3 รัฐมนตรี เพราะต้องลาออกพร้อมกัน เพื่อไปทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว เพราะที่ผ่านมามีความเสียเปรียบทางการเมือง เพราะไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ในเวลาราชการ ซึ่งหลังลาออกจะทำให้ไปทำงานการเมืองได้เต็มที่
      ด้านนายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ไปร่วมงานกับพรรค พปชร.ในการออกรายการเดินหน้าประเทศไทย ว่ายังสามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเหมือนกับรัฐมนตรี โดยเฉพาะเนื้อหาการแถลงชี้แจงต่างๆ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีสั้นๆ ว่าขอเลิกพูด เพราะเขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าควรต้องทำอย่างไร
      วันเดียวกัน ยังคงมีผลพวงจากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ออกมาเตือนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย พร้อมนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ได้เดินทางมาเรียกร้องขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ยุติคุกคามผู้เห็นต่าง ซึ่งนายเอกชัยได้ยืนชูป้ายข้อความ "มึงเก่งเฉพาะคนไม่มีทางสู้" ที่บริเวณหน้าป้ายกองทัพบก พร้อมกล่าวโจมตีการทำหน้าที่ของ ผบ.ทบ. และพยายามเดินเข้ามาภายใน บก.ทบ. แต่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้เชิญตัวออกมาด้านนอก เพราะเป็นสถานที่ราชการ และนายเอกชัยพร้อมพวกไม่ได้มาติดต่องาน ซึ่งนายเอกชัยได้ตะโกนต่อว่า ผบ.ทบ.ประมาณ 10 นาที ก่อนเดินขึ้นรถยนต์นิสสัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน พพ 8102 กทม. ขับออกไป
      ขณะเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปภาพระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายธวัชชัย สุทธิบงกช รองเลขาธิการพรรค พท. ได้ส่งข้อความว่ามีคนมาเยี่ยม พร้อมแชร์ภาพทหารในชุดพราง 4 นายมาพบที่บ้าน ซึ่งได้พยายามติดต่อนายธวัชชัย แต่ติดต่อไม่ได้ จึงขออนุญาตทำโดยพลการเผยแพร่วีรกรรมของทหารไทยที่ ผบ.ทบ.เพิ่งออกมาคำรามว่านักการเมืองอย่าล้ำเส้น ทหารไม่ได้คุกคาม แต่เป็นการติดตามดูการหาเสียงของทุกพรรคไม่ได้เว้นพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่นี่มันคือการคุกคามคนของพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
ซัดวัฒนาโพสต์บิดเบือน
      ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. ชี้แจงเรื่องนี้ว่า เป็นการนำภาพไปสร้างเรื่องที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ในเชิงกล่าวหา เพราะข้อเท็จจริงเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือนของกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย (ชป.กกล.รส.) พื้นที่เขตบางนาและพระโขนง เดินทางเข้าพบปะประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ซึ่งเป็นไปตามวงรอบปกติ และเมื่อผ่านบ้านนายธวัชชัยก็ได้เดินเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการทำไร่ที่ จ.กาญจนบุรี คุยกันเพียง 3 นาที บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง  
      ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค พท.กล่าวถึงกรณีมีชื่อในสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในประเด็นอนุมัติงบการบริการจัดการน้ำ และการจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ว่าก็ทำไปตามกระบวนการ ไม่มีอะไร มันเป็นเรื่องเก่า ไม่กังวล ไม่เป็นอะไร ขอให้ยุติธรรม โดนกันหลายคน ไม่ใช่แค่ตนคนเดียว
      นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงกรณีที่ กกต.สอบอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่บินไปพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปมครอบงำพรรคการเมืองว่า เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคไม่ได้เกี่ยวข้องเลย กรรมการบริหารพรรคก็ไม่มีใครไป ไม่รู้จะไปทำไม ซึ่งเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว แต่พอเริ่มหาเสียงก็ไปถามเขา ก็ไม่รู้เจตนาว่าเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าอะไรที่คิดว่าถูกต้องผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายก็ทำไป แต่อย่าคิดแกล้งกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวในการลงพื้นที่และหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ได้หารือกับ กกต.ถึงแนวทางการหาเสียงของแต่ละพรรคผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์แล้ว โดยกรมพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่จะเปิดเวทีเพื่อให้แต่ละพรรคการเมืองมาแสดงวิสัยทัศน์และหาเสียง ซึ่งใครขอความร่วมมือมากรมก็ยินดีสนับสนุน แต่การวางผังในการออกอากาศนั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะแต่ละพรรคต้องติดต่อมายัง กกต.ก่อน และต้องรอดูว่าจะมีการจัดหลักเกณฑ์ ระเบียบ และเวลาที่จะเผยแพร่อย่างไร ซึ่งเมื่อใดที่ กกต.มีความพร้อมก็จะแจ้งมายังกรมอีกครั้ง
    ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดงานเปิดตัวว่าผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 150 ชื่อ และนโยบายพรรค มีประชาชนกว่า 30,000 คนมาร่วม โดยนายอนุทินประกาศว่า พรรคจะใช้บุรีรัมย์โมเดลไปสร้างความเจริญให้กับคนทั้งประเทศ และพัฒนาประชาชนให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยประกาศเจตนารมณ์พรรคว่า “จะลดอำนาจ เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชน”
ผุดนโยบายกัญชาเสรี
     “พรรคจะส่ง ส.ส.เขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากเลือกพรรคภูมิใจไทย 375 เสียง เป็นพรรคอันดับ 1 ผมก็พร้อมเป็นนายกฯ แล้ว มันต้องเป็นแล้ว หมูไม่กลัวน้ำร้อนแล้ว และผมจะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน" นายอนุทินประกาศ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. ได้แถลงนโยบายพรรค ซึ่งมีทั้งข้าวระบบกำไรแบ่งปัน, การพักหนี้ กยศ. และระบบการเรียนออนไลน์ โดยแคมเปญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการปลูกกัญชาเสรี โดยใช้โมเดลของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจ 
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าเตรียมไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการเรื่องต่างๆ โดยวันที่ 21 ม.ค. จะเปิดตัวทีมเพื่อไทย ที่จะวางบุคคลในการทำงานด้านต่างๆ ก่อน ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ขอให้ทราบก่อนดีกว่าว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด 
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสานพรรค พปชร. พร้อมคณะ ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค จ.ขอนแก่น ทั้ง 10 เขต โดยขอให้ชาวขอนแก่นเลือกคนของพรรคทั้ง 10 เขต เพราะจะได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งบุคคลนั้นก็จะเป็นรัฐมนตรีของชาวขอนแก่นด้วย
     นายสุริยะยังกล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องซีทีเอ็กซ์ว่า เรื่องนี้ได้ชี้ไปแล้ว และเป็นเรื่องที่นายทักษิณเป็นประธานการประชุม และเป็นคนที่อนุมัติโครงการเอง อีกทั้งเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้ออกมายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีแล้ว จึงขอให้จบเรื่องนี้ลงแต่โดยดี
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงคุณหญิงสุดารัตน์ที่อยากแจกบัตรคนรวย ไม่แจกบัตรคนจน ว่าน่าเศร้าใจที่คิดแบบนี้ คงอยู่กับความรวยจนชิน ไม่เห็นหัวคนจน อยากจะบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่าท่านไม่เคยจน จึงไม่เคยรู้สึกถึงความลำบากของพี่น้องคนยากคนจน เพราะบัตรคนจนนั้นมีเป้าประสงค์ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งวันนี้เรามีพี่น้องผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ส่วนจะแจกคนรวยแล้วกระเป๋าตุงหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ให้ระวังกระเป๋าแบนแฟนทิ้งด้วย เพราะพี่น้องประชาชนจะทิ้งพรรคเพื่อไทยมารักพรรคพลังประชารัฐหากคิดแบบนี้ 
    ส่วนนายอภิสิทธิ์นำคณะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะสมาชิกและประชาชนในพื้นที่ โดยกล่าวถึงจำนวน ส.ส.ที่คาดว่าจะได้ในนครราชสีมา ว่าขอรอดูคู่แข่งทั้งหมดก่อน แต่ ปชป.ตั้งใจเต็มที่ ส่วนจำนวน ส.ส.ทั่วประเทศนั้น มั่นใจว่าเราได้มากกว่าพรรคอื่นแน่นอน.


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"