'๓ จังหวัดใต้' ไทยจะทิ้งกันหรือ?


   

                 คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ.........

                เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้

                บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

                บอกตรงๆ ทุกข์ใจ!

                ก็ใครจะสุขได้ล่ะ ในขณะที่คน ๓ จังหวัดใต้ อันเป็น "พี่น้องร่วมชาติ" อยู่กันไม่เป็นสุข

                จะเป็น-จะตาย วันไหน-ชั่วโมงไหน ไม่มีใครรู้ เพราะกลุ่มก่อกวน มันฆ่าไม่เลือกคน ไม่เลือกเวลา  และไม่เลือกสถานที่!

                จะโรงเรียน จะบ้าน จะมัสยิด จะโบสถ์ จะวัด จะตลาด ร้านค้า มันพอใจจะบึ้ม จะยิง จะฆ่า ตอนไหน-เมื่อไหร่

                มันทำได้ทั้งนั้น!

                เป้าหมาย ไม่แค่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง หากแต่ ครู เด็กนักเรียน ชาวบ้าน คนสอนศาสนา ไม่ว่าไทยพุทธหรือไทยมุสลิม

                มันฆ่าหมด.....

                ฆ่าด้วยจุดหมายเดียว ให้เป็นข่าว เพื่อคนภายนอกทั่วไปเข้าใจว่า ๓ จังหวัดใต้ ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี เป็น "เดดโซน"

                "โจร" พวกมันควบคุมพื้นที่ไว้หมดแล้ว!

                ที่ก่อกวนรายวัน เจตนาตอกย้ำ "พวกกูมีน้ำยา" เหนือ ๓ จังหวัด "อำนาจรัฐ" โดยทหาร-ตำรวจ บ่มิไก๊

                ฉะนั้น ใครไม่อยากตาย ก็อย่าเข้ามา

                พยายามทำเพื่อให้ชื่อ ๓ จังหวัด แค่มีอยู่ในแผนที่ประเทศไทย แต่อำนาจควบคุม

                ..........อยู่ที่มัน!

                มันฆ่านำ-ระเบิดนำ

                เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทำได้แค่ "คลำตามหลัง" มันตลอด!

                ถ้าพวกมันตาย ๑

                มันต้องเอาคืน ๒-๕!

                พยายามสร้างภาพให้สังคมภายนอกเกิดจินตนาการหลอนว่า ๓ จังหวัดใต้ ใกล้มีแค่ชื่อในแผนที่อย่างนั้นจริงๆ

                ยุคนี้ เป็นยุคไอที

                มันจึงอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสาร ช่วยทำให้ "จิตวิทยาพื้นฐาน" ด้านอำนาจโจรเหนือรัฐ ของมันดูเป็นจริง-เป็นจังขึ้น จากเหตุที่มันลงมือ

                คือลงมือปั๊บ.........
                ได้รับการเผยแพร่ขยายสู่สังคมโลกกว้างปุ๊บ!

                ประชาชน ๓ จังหวัดใต้เวลานี้ ในความรู้สึกสังคมภายนอก เหมือน "เป็นตัวประกัน" ของกลุ่มโจรนอกศาสนา

                มันจะฆ่าใคร เพื่อสร้างอำนาจอิทธิพลต่อรอง พวกมันพร้อมทำได้ทันที!

                ขนาดเมื่อวาน (๑๗ มกรา ๖๒) "วันกองทัพไทย" แท้ๆ

                ไม่เย้ย ก็เหมือนเย้ย

                ทั้งบึ้ม ทั้งปะทะ ที่นราธิวาส และปัตตานี

                โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ปะทะ

                เด็กเล็กๆ กำลังเรียนหนังสือ ร้องกันกระจองอแง ครูนำนักเรียนหมอบคลาน หลบกระสุน

                แล้วครูยังต้องคลานไปปลอบ ไปกอดคนนั้นที คนนี้ที เพื่อให้เด็กคลายความตื่นกลัว

                ในขณะที่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนาย บางนายสาหัสถึงขั้นต้องตัดขาทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

                บอกตรงๆ........

                เห็นพี่น้องร่วมชาติใน ๓ จังหวัด ชีวิตพวกเขาเหมือนลูกชิ้นเสียบไม้ พร้อมจะถูกโจรหยิบขึ้นปิ้งบนเตาไฟ

                ไม่สบายใจเลย

                ทั้งห่วง ทั้งทุกข์แทน!

                คิดกันเล่นๆ ถ้าวันไหน พี่น้องเราใน ๓ จังหวัด คิดเอาตัวรอด เอาครอบครัวรอด

                ผืนแผ่นดินตรงนี้ ใครหวงแหนเป็นแผ่นดินไทย ก็เชิญมาพิทักษ์รักษากันเอาเองบ้างเถอะ

                ส่วนพวกฉัน ทน..พิทักษ์รักษาแผ่นดิน ๓ จังหวัดนี้มานานแล้ว ล้มหายตายจากไปก็มากแล้ว

                มันสุดล้ากำลังทนแล้ว!

                ขอเอาตัวรอด เอาครอบครัวรอดบ้างเถอะ อพยพ-โยกย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่น

                แล้วเราจะทำยังไงกัน?

                คิดว่า ธุระไม่ใช่ ปล่อยปละ เหมือนยกแผ่นดินตรงนั้นให้โจรครองอย่างนั้นหรือ?

                ทั้งหมด ที่พูดนี้ แค่สมมุติฐาน "ใกล้จริง"

                แต่สถานการณ์จริง ใน ๓ จังหวัดใต้ขณะนี้ ที่เห็น ไม่ใช่ที่เป็นจริง

                จริงๆ แล้ว ๓ จังหวัดใต้วันนี้.......

                "ทุกอย่าง" ปกติ การลงมือของกลุ่มก่อกวน ก็เหมือนตึกแถวร้อยห้องในตลาด มีคนจุดประทัดตามซอกหลืบขึ้นดอกหนึ่ง

                เสียงดังน่ะ ดังทั่วตลาด.......

                แต่เหตุการณ์น่ะ มันแค่จุดใด-จุดหนึ่งเท่านั้น!

                เท่าที่ผมเฝ้าดูเหตุการณ์ ๓ จังหวัดใต้ บอกได้ว่า ตอนนี้ กลุ่มก่อกวน มันเสื่อม

                "เสียมวลชน" ในพื้นที่แทบหมดแล้ว!

                แนวคิดแยกดินแดน ไทยมุสลิม-ไทยพุทธใน ๓ จังหวัด ไม่มีใครต้องการ ไม่เห็นประโยชน์และความจำเป็นที่จะต้องแยก

                ยิ่งฆ่าไม่เลือก กลุ่มโจรยิ่งเสียแนวร่วม

                จากที่พยายามทำให้ไทยพุทธกับไทยมุสลิมบาดหมาง อยู่ร่วมกันไม่ได้ การลงมือชนิดไม่มีหลักการ กลับทำให้ไทยพุทธกับไทยมุสลิมในพื้นที่

                เข้าใจปัญหา มีสุข-มีทุกข์ร่วมกัน เกิดสามัคคีผูกพันต่อกันมากขึ้น

                บวกกับทางภาครัฐ โดยกองทัพ ใช้หลัก "เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา" ตามแนวที่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำริ

                อีกทั้งมีการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มคิดแบ่งแยกดินแดนที่ชักใยอยู่นอกประเทศ เช่น ในมาเลเซีย

                ถึงยังไม่บรรลุสันติภาพ

                แต่นั่น ทำให้เห็น "หัวฝี" ที่หลบฝังในกลัดหนองมานาน ว่าหัวไหน-เป็นหัวไหน?

                โดยเฉพาะ ได้รู้....ไอ้นี่หัวจริง นี่หัวปลอม และนี่ หัวเก่าหรือหัวใหม่

                เรียกว่า ก่อนๆ เหมือนสู้กะเงา แต่ตอนนี้ รู้แล้ว สู้กับใคร และแค่ไหน?

                การคุยสันติภาพ

                เหมือนหวยถูกรางวัลที่ ๑ มีเป็นสิบกลุ่มรุมบอก "ผมก็หุ้น ต้องแบ่งผมด้วย"!

                สันติภาพบนโต๊ะกับกลุ่มก่อการ มันเป็นมหากาพย์ยิ่งกว่าหวยครูปรีชากับหมวดจรูญ

                สองคนแย่งหวยยังฟ้องกันข้ามปี แล้วนี่...เรื่องสันติภาพ เดิมพันมันยิ่งกว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ยกชุด

                มีหรือ ที่กลุ่มทั้งในโต๊ะและนอกโต๊ะ "บางกลุ่ม" จะไม่สำแดงอิทธิฤทธ์-อิทธิเดช ก่อเหตุเป็นอำนาจและอิทธิพล ไปต่อรองบนโต๊ะ

                ก่อนๆ มวลชนพื้นที่เป็นของกลุ่มก่อกวน ฝ่ายทหาร-ตำรวจ ใช้ความเด็ดขาดเข้าจัดการกับโจรได้ยาก

                เพราะ "โจรกับชาวบ้าน" เนื้อเดียวกัน

                แต่ตอนนี้ .........

                ด้วยโจรทำตัวเองอย่างหนึ่ง ด้วยเข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนาอย่างหนึ่ง ทำให้ชาวบ้าน-ทหาร-ตำรวจ ผสานเนื้อเข้าด้วยกัน

                ต่อจากนี้ จะได้เห็น "ปฏิบัติการอันสุนทร" จากทหาร-ตำรวจ กับโจรกวนเมือง ชนิด จากใจถึงใจ-ตัวถึงตัว เป็นรูปธรรมที่ "ชันสูตร" ได้!

                จะบอกว่า การสร้างเหตุถี่ๆ ตอนนี้ เป็นสัญญาณดิ้นของอีกฝ่ายในเกมหมากรุก "ปลายกระดาน" ก็ไม่ผิดเสียทีเดียว

                สิ่งที่เห็นเวลานี้.......

                ไม่ใช่สิ่งที่กำลังจะ "เกิดเป็น" ในสามจังหวัดใต้ ในภาคว่าด้วยสันติภาพ!

                "บิ๊กป้อม" ของผมอยู่ไหน ช่วยทีเหอะ

                ปีใหม่แล้ว พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ มีแต่ระเบิดและลูกปืนเป็นของขวัญ

                ท่านช่วยรับเป็นเจ้าภาพที

                จัดโครงการ "ไทยไม่ทิ้งกัน" หาของขวัญ ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งความบันเทิง เป็นคาราวาน ยกขบวนไปยะลาวัน ปัตตานีวัน นราธิวาสวัน

                ไปสร้างความสนุก ความบันเทิง สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เป็นของขวัญปีใหม่ ให้พี่น้องชาวใต้ ๓  จังหวัดบ้าง

                "บิ๊กป้อม" ท่านไม่ต้องไปเองหรอก เดี๋ยวเขาจะว่าไปหาเสียงให้บิ๊กตู่

                ให้พันเอกวันชนะ สวัสดี พระเอกหนัง กับสิบโทบัวขาว บัญชาเมฆ พระเอกสังเวียน คุมขบวนไปก็พอ

                ประกาศว่า พี่น้องประชาชนท่านใด ต้องการมอบของขวัญให้เพื่อนร่วมชาติของเราที่ ๓ จังหวัดใต้  ก็นำมารวมๆ กันไว้ จะที่ไหนสะดวกเคลื่อนย้าย ก็กำหนดไป

                ค่ายหนัง ค่ายเพลง ค่ายละครต่างๆ ถามความประสงค์เขา ค่ายไหนพร้อมใจร่วมคาราวานไปแสดง  ไปร้อง ไปหลอมใจรักกับพี่น้องสามจังหวัดใต้

                ก็จัดคิว จัดตารางไปเลย

                บริษัท ห้างร้านไหน ยินดีมอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ ก็ขนมารวมกันไว้

                ถึงกำหนด ก็จัดเป็นขบวนขนของไปเลย พี่น้องประชาชนท่านไหน จะไปร่วม ก็ตามไปด้วยกันเลย

                คน ๓ จังหวัดใต้ โดยเฉพาะตามอำเภอห่างไกล ยิ่งนราธิวาสด้วยแล้ว เราต้องเห็นใจเขามากๆ

                มันจำเจ ซ้ำซาก จะแจ็กพอตวันไหนก็ไม่รู้ ชีวิตไม่มีอนาคตเป็นที่หมาย

                แค่มีการแสดง การละเล่น ได้รับรู้ว่า "คนไทยไม่ทิ้งกัน" ยังมีพี่น้องร่วมชาติคิดถึงและห่วงหา

                แค่นี้ ไทยด้วยกัน จะมีให้กันไม่ได้เชียวหรือ?

                ผมน่ะ ก็ได้แต่พูด

                ไม่มีศักยภาพทำโครงการ "ไทยไม่ทิ้งกัน" ได้ ก็แปะฝากไว้ที่ "พลเอกประวิตร" นี่แหละ.

 


อาจารย์ "สอนกฎหมาย"เมื่อใกล้จนตา.....จะตายด้วยข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ก็ใช้ "ตลบตะแลงศาสตร์" เปิดทางหนีตาย

'ดาบมี..แต่กกต.ชักไม่เป็น'
เก็งข้อสอบ 'กฎหมายไทย'
รถเหาะ 'เจาะเวลา' ปิยบุตร
โชคดีที่เป็น 'รัฐบาลทหาร'
รูปแบบใหม่ 'ท้าทายประเทศ'
"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"