ส่งออกไทยปี 61 ไปไม่ถึงเป้า โตเพียง 6.7%


   


22 ม.ค.2562 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนธ.ค.2562 มีมูลค่า 19,381.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.72% เป็นการส่งออกลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 18,316.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.15% และเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบปี 2561 แต่ยังเกินดุลการค้ามูลค่า 1,064.9 ล้านเหรียญสหรัฐ        

ส่วนการส่งออกทั้งปี 2561 มีมูลค่า 252,486.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.7% ขยายตัวที่ต่ำกว่าเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ที่ 8% แต่ก็ถือว่าทำได้ดี เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ที่มีปัญหาทั้งเศรษฐกิจคู่ค้าและปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด เช่น ญี่ปุ่น เพิ่ม 13% สหรัฐฯ เพิ่ม 5.4% สหภาพยุโรป (15 ประเทศ) เพิ่ม 5% อาเซียน (9 ประเทศ) เพิ่ม 14.7% CLMV เพิ่ม 16.6% จีน เพิ่ม 2.3% อินเดีย เพิ่ม 17.3% ฮ่องกง เพิ่ม 1.8% เกาหลีใต้ เพิ่ม 4.9% ทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 2.9% แอฟริกา เพิ่ม 9.7% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 3.1% สหภาพยุโรป (12 ประเทศ) เพิ่ม 7.1% รัสเซียและ CIS เพิ่ม 10.1% ส่วนตะวันออกกลาง ลด 5% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 249,231.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.51% เกินดุลการค้ามูลค่า 3,254.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การส่งออกเดือนธ.ค. ติดลบ มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 6.6% สินค้าที่ลดลง เช่น ข้าว ลด 5.5% ยางพารา ลด 32.3% มันสำปะหลัง ลด 22.8% อาหาร ลด 3.3% กุ้งสดแช่แข็งและกุ้งแปรรูป ลด 13.2% และสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาติดลบ 0.8% สินค้าที่ลดลง เช่น รถยนต์นั่ง ลด 0.9% รกจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ลด 4.4% เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ลด 13.5% เครื่องใช้ไฟฟ้า ลด 1.7%

นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้มูลค่าหายไป 239.8 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นผลกระทบทางตรงจากการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษี ทำให้ส่งออกได้มูลค่า 47.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 48.5% หรือมูลค่าหายไป 44.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้แก่ โซลาร์เซลส์ ลด 88.2% เครื่องซักผ้า ลด 28.8% เหล็ก ลด 43.8% แต่อะลูมิเนียม เพิ่ม 156% ผลกระทบจากการเป็นห่วงโซ่ให้กับจีน และสินค้าของจีนถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษี มีมูลค่าส่งออก 2,280 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.3% มูลค่าหายไป 207.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้แก่ ยานพาหนะและส่วนประกอบ ลด 48.9% ของใช้ในบ้านและออฟฟิศ ลด 27.4% ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า ลด 32.3% เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ลด 9.7% แต่อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่ม เพิ่ม 82.3% เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก เพิ่ม 13.3% และกลุ่มสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีนที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษี โดยส่งออกไปสหรัฐฯ มีมูลค่า 1,689 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.7% หรือมีมูลค่าส่งออกเพิ่ม 12 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น เหล็ก เพิ่ม 63.6% เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก เพิ่ม 29.1%

สำหรับผลกระทบจากสงครามการค้าทั้งปี 2561 พบว่า มูลค่าหายไป 382.1 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็น ผลกระทบจากมาตรการทางตรงสหรัฐฯ ลดลง 41.6% มูลค่าการส่งออกหาย 421.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานจีน ลดลง 5.8% มูลค่าส่งออกหายไป 438.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลกระทบเชิงบวกจากการส่งออกทดแทนสินค้าจีนไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.6% มูลค่าเพิ่ม 478 ล้านเหรียญสหรัฐ

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สำหรับการส่งออกในปี 2562 ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายการส่งออกเติบโตไว้ที่ 8% ซึ่งจะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยต่อเดือนอย่างน้อยเดือนละ 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป ถือเป็นงานที่ท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องของสงครามการค้าที่ยังต้องติดตามกันต่อว่าสหรัฐฯ และจีนจะยุติปัญหาระหว่างกันได้ลุล่วงได้หรือไม่ เพราะล่าสุดจีนได้ประกาศจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 6 ปี ระหว่างการเจรจาพักรบสงครามการค้าในช่วง 90 วัน แต่ก็ต้องรอดูท่าทีของสหรัฐฯ ก่อนว่าจะเอายังไง ถ้าเห็นด้วย ก็จะช่วยให้การค้าโลกกลับมาฟื้นตัว และส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป แต่ถ้าไม่ยุติ ก็จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกต่อไป และยังต้องจับตาเศรษฐกิจคู่ค้าที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว ราคาสินค้าเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ที่ล้วนแต่มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย  

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยเป็นห่วงโซ่การผลิตของจีน ทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า และต้องเร่งดึงดูดการลงทุนในระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออก และต้องเร่งเจรจาผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สำเร็จโดยเร็ว รวมถึงการเจรจาทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับคู่ค้าใหม่ๆ เพื่อลดภาษี และสร้างแต้มต่อในการส่งออก
 


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ