"เวิลดิ์แบงก์"แนะไทยควบรวมโรงเรียน ลดงบฯ ได้่ 4.9หมื่นล./ปี และเพิ่มคุณภาพการศึกษา    


   

  


23ม.ค.62-ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - สกศ. จัดการประชุมทางวิชาการ เรื่อง ความเหลื่อมล้ำกับคุณภาพการศึกษา โดย นายดิลกะ ลัทธิพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มงานการศึกษา ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า จากผลการศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานและลดการสิ้นเปลืองของงบประมาณ ซึ่งใช้ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่าค่าใช้จ่ายทางการศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจากผลการประเมินผู้ในเรียนในระดับชาติและการทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่  ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างครอบครัวที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20 ของประเทศและครอบครัวที่มีรายได้น้อยที่สุด ร้อยละ  20 ของประเทศ ก็มีแนวโน้มแย่ลงเกิดช่องว่าง ในเรื่องคุณภาพการศึกษาที่มีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้  พบว่า ความไร้ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายด้านการศึกษาของไทยจะเกิดในโรงเรียนขนาดเล็กระดับประถมศึกษา  ที่มีห้องเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก มีสัดส่วนนักเรียนต่อครู อยู่ที่ 17:1 ซึ่งใกล้เคียงประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ แต่การบริหารจัดการด้านการศึกษาของประเทศทั้งครูและทรัพยากรต่างๆ ไม่เพียงพอที่ต่อความต้องการของแต่ละห้องเรียน


นายดิลกะ กล่าวต่อว่า ในอนาคตอัตราการเกิดที่ลดลงส่งผลให้จำนวนเด็กลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่มีต้นทุนสูงในการบริหารจัดการ และมักได้รับการจัดสรรทรัพยากรไม่เพียงพอ และนักเรียนด้อยโอกาสส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ ยิ่งส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก   โดยจากการวิจัยของธนาคารโลก แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า การขาดแคลนครูเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำ โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาสและเป็นปัจจัยสำคัญของความเหลื่อมล้ำที่มีสูงในระบบ ซึ่งถ้าจะจัดสรรครูและทรัพยากรให้เพียงพอกับทุกห้องเรียนต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล และหากมีห้องเรียนจำนวนมากเช่นปัจจุบันก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้น 

ดังนั้น แนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือ สพฐ.ควรควบรวมโรงเรียนตามแผน จะสามารถลดจำนวนโรงเรียนจาก 30,506 โรงเหลือ 17,766 โรง ห้องเรียนจาก 344,009 ห้องเหลือ 259,561 ห้อง ตรงนี้ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการบุคลากรได้ด้วย เพราะครูจะลดลงจากเดิมที่มีครูประมาณ 475,717 คน เหลือเพียง 373,620 คน ซึ่งหากทำได้ตามโมเดลดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาได้อย่างมหาศาล ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการลดจำนวนโรงเรียนประถมศึกษาลงจาก 20,990 แห่ง เหลือ 8,382 แห่ง จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลได้มากถึง 49,000 ล้านบาทต่อปี เฉพาะจากเงินเดือนครู หรือคิดเป็นมูลค่า 7,150 บาทต่อนักเรียนต่อปี อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่ามาตรการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะช่วยส่งเสริมคุณภาพการศึกษาให้แก่ผู้เรียนเป็นอย่างมาก โดยจะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สกศ.จัดการประชุมวิชาการต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีหลายประเด็นที่ถูกนำไปผลักดันจนเห็นผลเชิงนโยบายหรือถูกนำไปกำหนดเป็นมาตรการเสริมในทางปฏิบัติ สำหรับประเด็นความเหลื่อมล้ำถูกพูดถึงอย่างมากใน 4-5 ปีมานี้ในหลากหลายมิติของสังคมไทย เฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โอกาสนี้ได้นำเสนอความเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางแก้ไข ซึ่งวิธีการแก้ไขเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเท่าเทียมกันอาจเป็นไปได้ยาก แต่การสร้างโอกาสเพื่อให้ทุกคนได้รับคุณภาพทางการศึกษาเท่าเทียมสามารถทำได้ ทั้งนี้  ข้อเสนอของธนาคารโลกให้มีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เรื่องใหม่และ ศธ.มีการดำเนินการมา แต่เป็นการศึกษาวิจัยที่ทำให้สามารถเห็นภาพและผลเชิงการบริหารจัดการที่ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติการจะดำเนินการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กยังต้องได้รับการยอมรับในพื้นที่ ดูข้อกฎหมายต่างๆ แต่ท้ายที่สุดต้องคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยตนจะนำรายงานของธนาคารโลกเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ทราบต่อไป
 


อู่ฮั่น เจียโหยว! อู่ฮั่น สู้..สู้! ครับ...ให้กำลังใจพี่น้องจีนที่อู่ฮั่นแล้ว ก็ต้องให้กำลังใจทีมไทย "หน่วยปฏิบัติการเด็ดชีพโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ของเราด้วย ประกอบด้วย

ผู้พิพากษา 'พิพากษา' รัฐบาล
การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'