แจงเชิญทุกฝ่ายสมัครใจบวช


   


    "บิ๊กตู่" หารือ "รองนายกฯ มาเลย์" ย้ำไทยมุ่งใช้สันติวิธีแก้ปัญหาชายแดนใต้ พร้อมประสานความร่วมมือสองชาติ "ผู้แทนพิเศษรัฐบาล" ลงพื้นที่นราธิวาสประชุมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย "ดร.สุเมธ" แนะยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ช่วยลดความรุนแรง "กอ.รมน.ภาค 4 สน." แจงทหารบวชพระยึดความสมัครใจ "ยะลา" ทำบุญอุทิศส่วนกุศลพระเหยื่อไฟใต้ พบตลอด 15 ปี มรณภาพแล้วถึง 21 รูป
    เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ดะโต๊ะ เซอรี ดร.วัน อาซีซะฮ์ บินติ ดร.วัน อิซมาอิล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชนมาเลเซีย พร้อมด้วยดะโต๊ะ ซาลาฮุดดิน  อายุบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรมาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 
    พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศว่าเป็นพื้นที่สำคัญ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันผลักดันให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งหมายใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่ไปกับการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 
    "ไทยและมาเลเซียยังเห็นพ้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน ทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และมาเลเซียสนับสนุนให้การพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินต่อไป โดยมาเลเซียยินดีสนับสนุนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในมิติอื่นๆ ด้วย" พล.ท.วีรชนกล่าว
    รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงท้ายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชนมาเลเซีย ยังยินดีที่ประชาชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเฉลิมฉลองงานมงคลที่สำคัญอย่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมทั้งอวยพรให้การเลือกตั้งของไทยประสบความสำเร็จ
    ขณะที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและเป็นประธานการประชุมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐ ครั้งที่ 9 (1/2562) มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน นักศึกษา และผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมการประชุม
    ในที่ประชุมมีการรายงานผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเป็นการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาขยายผลให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ที่เข้าร่วมการประชุมได้มีความเข้าใจยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
    ดร.สุเมธกล่าวตอนหนึ่งว่า จากการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร ได้จดจำคำสอนในการปฏิบัติงาน 3 สิ่งที่พระองค์ทรงสอน คือ "เวลาตามฉันมองทุกอย่างที่ฉันทำ จดทุกอย่างที่ฉันพูด และสรุปทุกอย่างที่ฉันคิด" ซึ่งถ้าไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถเข้าถึงและพัฒนาได้ สำหรับคำว่าเข้าใจ คือต้องเข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจโลก ภูมิภาค ประเทศ และชุมชน  เข้าถึงคือ เมื่อรู้ปัญหาแล้วเข้าใจ ก็ต้องเข้าถึงเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และเมื่อเข้าถึงแล้ว จะต้องทำอย่างไรให้เขาอยากเข้าถึงเราด้วย นั่นคือต้องเข้าถึงภูมิสังคม การปฏิบัติ ข้อมูล กลไกของรัฐ เครื่องมือ การพัฒนา และทรัพยากร และการพัฒนาคือ การระเบิดจากข้างใน ที่ต้องพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน นำไปสู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน
    "รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำเร็จแห่งศาสตร์พระราชา จึงได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรง และรักษาความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมาอย่างยาวนานให้ยั่งยืนต่อไป" ดร.สุเมธกล่าว
    ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้แจงกรณีการรับสมัครทหารบวชพระจำวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การบวชพระในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อปี 2547 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัดและพระในพื้นที่เป็นอย่างมาก ช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่างๆ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารมาบวชในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลออกพรรษา
    "วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่ทั้งหมด 389 วัด ภายหลังออกพรรษาพบมีหลายวัดที่ไม่มีพระภิกษุจำวัดอยู่เลย ฉะนั้นจึงต้องการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนรวมทั้งข้าราชการ ไม่ใช่แค่เฉพาะทหารที่มีความประสงค์ มีความตั้งใจที่จะมาครองผ้าเหลืองเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวพุทธ และเมื่อบวชแล้วต้องยึดถือและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจเป็นที่พึ่งทางใจของพี่น้องประชาชนได้" พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
    โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า ในส่วนการรักษาความปลอดภัยต้องแยกออกจากกันให้ได้ ซึ่งกำลัง กอ.รมน.ภาค 4 สน.และกำลังภาคประชาชนร่วมกันดูแลความปลอดภัยให้พระในขณะออกบิณฑบาต ฉะนั้นอยากจะฝากไปยังประชาชนทุกท่านให้ช่วยกันสื่อสารให้สังคมเข้าใจ การบวชพระเป็นการกระทำโดยความสมัครใจ แล้วก็บวชเพื่อต้องการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 
    ที่วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง อ.เมืองยะลา พระศิริปัญญากุล รักษาการเจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา  พระอารามหลวง ร่วมกับคณะญาติธรรมจังหวัดยะลา จัดกิจกรรมงานบุญอุทิศส่วนกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณรที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน โดยมีคณะญาติธรรม ชาวพุทธ ญาติและครอบครัวของสามเณรเจตศักดิ์ หนูสังข์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2547 ประชาชน นักเรียนในจังหวัดยะลา มาร่วมกันสวดมนต์เจริญจิตภาวนา และทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแด่พระสงฆ์และสามเณรที่มรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบทุกรูป รวมไปถึงพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกโก หรือวัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี  จ.นราธิวาส และรองเจ้าอาวาสอีก 1 รูปที่ถูกคนร้ายบุกยิงมรณภาพภายในวัด
    ทั้งนี้ ตามข้อมูลสถิติการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547  ถึงวันที่ 18 ม.ค.62 มีพระสงฆ์และสามเณรมรณภาพจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้วจำนวน 21 รูป ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 27 รูป.