ศาลสั่งคุก 6 เดือนผู้บริหารบริษัทรับจ้างผลิตในเครือข่าย'เมจิกสกิน'


   

25 ม.ค.62 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก(วานนี้) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงควาบคืบหน้าการสั่งคดีสำนวนกลุ่ม บจก.เมจิกสกิน ภายหลังจากที่มีการยื่นฟ้องสำนวนแรกไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2561 ว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นฟ้อง บจก.เมจิกสกิน นายกร พวงสน และ นางวรรณภา พวงสน (สามีภรรยา) เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลอาญา เป็นหมายเลขคดีที่ 42/2562 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายเเก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันผลิตเพื่อขาย รับจ้างผลิตขาย และขายเครื่องสำอางปลอม (เครื่องสำอางที่ใช้ฉลากแจ้งชื่อผู้ผลิตหรือแหล่งผลิตที่มิใช่ความจริง และเครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งไว้ซึ่งมิใช่ความจริง) โดยไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย (เซรั่มทารักแร้ตราตรีชฎา) ซึ่งจำเลยทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธ โดยจำเลยทั้ง 3 ได้รับการประกันตัว

ส่วนอีกสำนวนเป็นคดีที่พนักงานสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ยื่นฟ้อง บจก.เมจิกสกิน นายกร และนางวรรณภา พวงสน (สามีภรรยา) เป็นจำเลย 1-3 ในคดี อ.43/2562 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.เช่นเดียวกัน (เกี่ยวกับสินค้าเซรั่มยี่ห้อ Mezzo, สบู่ Mezzo, อาหารเสริมคลีโอ และอาหารเสริมชิโนบิ) ในความผิดฐานร่วมกันผลิตเพื่อขาย เครื่องสำอางปลอม, เป็นผู้ร่วมกันผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางจัดให้มีฉลากและแสดงฉลากของเครื่องสำอางไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันผลิตเครื่องสำอางไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งเอาไว้อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย, ร่วมกันขายเครื่องสำอางปลอมและเครื่องสำอางที่แสดงฉลากของเครื่องสำอางไม่ถูกต้องอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย, ร่วมกันผลิดเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และร่วมกันผลิตอาหารปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพและสรรพคุณอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ในส่วนของที่มีการกล่าวหานายพีร์นิธิ หรือนิน ติรณวัตถุภรณ์, นายกสิทธิ์ หรืออเล็กซ์ วรชิงตัน (หญิงย้วยเน็ตไอดอลผู้โฆษณาขายสินค้าออนไลน์) และนายไมยสิทธิ์ หรือไมย สว่างธรรมรัตน์ ทางพนักงานอัยการเศรษฐกิจฯ 1 ก็ได้นำตัวมายื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน ส่วนในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังมีคดีหมายเลขดำ อ.44/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ตรีชฎา ใจสบาย ในความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, หลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนฯ หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ซึ่งการฟ้องดังกล่าวเป็นมูลเดียวกับที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2561 แต่เนื่องจากบริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และ น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ ที่โดนฟ้องในสำนวนเดียวกันได้กลับคำให้การรับสารภาพ ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่รับสารภาพ ทางพนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 จึงได้ยื่นฟ้องเฉพาะ น.ส.ตรีชฎา ใหม่ในวันที่ 8 ม.ค.ด้วย

นายประยุทธ กล่าวด้วยว่า นอกจากคดีที่อยู่พนักงานสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ที่ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ในวันนี้ยังมีคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 ได้นัดฟังคำสั่งในคดี เลขรับอัยการที่ 77/2561 ที่ น.ส.ณภัคศิกา เจริญสุข กับพวกรวม 216 คน กล่าวหา น.ส.มธุรส แดงสัมฤทธิ์, บริษัท เบอไนซ์ จำกัด (ตัวแทนจำหน่าย Slim Milk Snow Milk) โดย น.ส.มธุรส, นางวรรณภา พวงสน หัวหน้าทีม, บจก.เมจิกสกิน, ว่าที่ ร.ต.ปวีร์ กลางประพันธ์ และบริษัท เนเจอร์ นิวทริ จำกัด เป็นผู้ต้องหาที่ 1-6 ในข้อหาร่วมกันผลิตหรือจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการเเสดงฉลากไม่ถูกต้อง, ร่วมกันผลิตหรือจำหน่ายอาหารที่เเสดงฉลากเพื่อลวงผู้บริโภคซึ่งจัดเป็นอาหารปลอม, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสำนวนที่นัดฟังคำสั่งในวันนี้ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรได้ตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน ซึ่งขณะนี้ยังพิจารณาสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งอีกครั้งไปวันที่ 28 ก.พ. 2562 เวลา 9.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และ น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ ผู้บริหารบริษัทฮานิวฯ ที่รับสารภาพ อัยการได้แยกฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3691/2561 ฐานร่วมกันจ้างผลิตเครื่องสำอางไม่จดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางตามที่จดแจ้ง, ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ฉลากมีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง, รับจ้างผลิตเครื่องสำอางปลอม ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

และมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 เป็นหมายเลขคดีแดง อ.3781/2561 ให้ปรับบริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด เป็นเงิน 75,000 บาท จำคุก น.ส.ปาจรีย์ เป็นเวลา 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วนคดีของ น.ส.ตรีชฎา หลังจากสอบคำให้การเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค. นี้ เวลา 13.30 น.

สำหรับสำนวนที่อัยการได้ยื่นฟ้องนายกสิทธิ์ หรืออเล็กซ์ วรชิงตัน กับพวกรวม 3 คนฐานร่วมกันฉ้อโกงเเละร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 3, 14(1) ความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯ มาตรา 4, 5, 41, 47 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 ศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.152/2562 โดยศาลนัดตรวจพนานหลักฐานในวันที่ 11 มี.ค. นี้ เวลา 9.00 น.โดยพฤติการณ์ที่กล่าวหาจำเลยทั้งสามระบุว่า ระหว่างเดือน มิ.ย. 2560 - ก.พ. 2561 จำเลยกับพวกซึ่งมีเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อจากการโฆษณา ทำให้พวกจำเลยได้รับเงินของผู้เสียหายโดยทุจริต

ส่วนคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง บ.เมจิกสกินฯ กับนายกร และนางวรรณภา พวงสน 2 สำนวนในคดีหมายเลขดำ อ.42,43/2562 นั้น วันนี้ศาลอาญาก็ได้นัดคู่ความเพื่อสอบถามตามมาตรการคุ้มครองสิทธิ ปรากฏว่าจำเลยสองสามีภรรยาที่ได้รับประกันตัววงเงินคนละ 2 ล้านบาทยืนยันให้การปฏิเสธ คดีจึงเข้าสู่การพิจารณา ให้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 มี.ค. นี้


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก