ปชป.ฟุ้งฟ้าเปิดชงเลือก'ผู้ว่าฯ'


   

    กกต.ยันมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งเต็มที่ คาด 1-2 วันชัดเจนเรื่องสถานที่ติดป้ายหาเสียง "ปชป." บุกถิ่น "เสี่ยแม้ว" เปิดว่าที่ ส.ส. 62 เขตเลือกตั้ง ชูเชียงใหม่เป็นศูนย์อารยธรรมล้านนา หนุนผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง "หน่อย-ชัชชาติ" พบปะกลุ่มออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ท่ามกลางเสียเชียร์สู้ๆ พปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ นัดเปิดตัวผู้สมัคร 30 เขต กทม. 30 ม.ค.นี้ นักการเมืองยังบี้ กกต.กำหนดกติกาหาเสียงให้ชัดเจน 
    เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตหลายคน รวมทั้งพรรคการเมืองก็เริ่มทยอยแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทราบแล้วเกือบจะทุกจังหวัด แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร ไม่มีหมายเลข ก็สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ซึ่งเท่าที่ทราบ มีแจ้งความประสงค์เข้ามามาก ส่วนสถานที่ปิดป้ายประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ภายใน 1-2 วันก็จะมีความชัดเจนเรื่องของสถานที่ปิดว่าสามารถติดป้ายที่จุดใด
     พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค. จะเป็นวันแรกของการเปิดให้ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ได้ลงทะเบียน โดย กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 28 มกราคม-19 กุมภาพันธ์ สามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งผ่านช่องทางไปรษณีย์หรืออินเทอร์เน็ตได้
    “ยืนยันว่าขณะนี้สำนักงาน กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ การดำเนินงานทุกอย่างยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติ นักการเมืองและพรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี” เลขาธิการ กกต. กล่าว
     ด้าน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการประกาศติดป้ายหาเสียงของ กทม.ว่า ในวันที่ 29 ม.ค. ตนจะไปหารือกับปลัด กทม.ถึงเรื่องนี้ เนื่องจากกทม.เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละเขตว่าจะให้ติดป้ายหาเสียงในจุดใดได้บ้าง คาดว่าสำนักงานเขตทยอยแจ้งมาที่ปลัด กทม.แล้ว จากนั้นปลัด กทม.จะเป็นผู้รวบรวมและส่งมาให้ตนประกาศรายละเอียด ซึ่งทั้งหมดต้องทำพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ขอให้รอเป่านกหวีดพร้อมกัน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ คาดว่า กกต.กทม.จะประกาศได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการช้า เพราะว่าที่ผู้สมัครเองยังไม่ได้รับเบอร์ จะได้ตอนรับสมัครในวันที่ 4 ก.พ.-8 ก.พ. ขอให้อดใจรอ
    วันเดียวกัน ที่พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่  บรรยากาศการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 62 เขต ใน 16 จังหวัดภาคเหนือของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางมวลชนสนับสนุนกว่าพันคน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรค เลือกพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 62 เขตใน 16 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นการแนะนำว่าที่ผู้สมัครพร้อมประกาศนโยบาย 
     นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ต่อสู้ลงแข่งขันหลายพรรค ดังนั้น คะแนนเสียงของแต่ละพรรคที่ได้จะไม่ต่างกันมาก แค่เขย่งเท้าก็อาจชนะ แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ก็ตาม แต่ถ้าขยันทำพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ เที่ยวนี้ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีไปจากยุคที่พรรคเคยมีรัฐมนตรีในภาคเหนือ วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว สวรรค์เข้าข้างพวกเรา ทำงานหนักก็มีกุญแจ ขยันลงพื้นที่บ่อยๆ ไม่ต้องใช้เงินก็เป็นส.ส.ได้ ขอเพียงให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจประชาชนเท่านั้น
หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯ
    นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า ปชป.ผูกพันกับชาวเหนือมาตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งพรรคและผู้ใหญ่หลายคนในพรรคเราผูกพันกับพี่น้องชาวเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้หากเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ โดย ปชป.จะขอทำ 3 อย่างคือ แก้จน สร้างคน สร้างชาติ จะสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเพิ่มเงินจาก 500 บาทเป็น 800 บาท และสามารถกดเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ มีโฉนดสีฟ้าต่อยอดจากนโยบายโฉนดชุมชน มีกองทุนน้ำชุมชน มีระบบประกันภัยพืชผลจากภัยธรรมชาติ ผู้ใช้แรงงานหรือกินเงินเดือนให้มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 120,000 บาทต่อปี เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น1,000 บาทต่อปี เพิ่มเงิน อสม. 1,000 บาทต่อปี 
    ในด้านการสร้างคน แรกเกิดก็รับสิทธิ์แสน ให้เงินเด็กแรกเกิด 5,000 บาท และจ่ายให้ทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะถึง 8 ขวบ เพิ่มสิทธิ์วันลาคลอดให้นานขึ้น มีอาหารเช้าและอาหารกลางวันฟรีจนถึงมัธยมศึกษา ให้เรียนฟรีจนถึงชั้น ปวส. ขณะที่การสร้างชาติ ต้องเร่งปราบปรามยาเสพติด หนุนให้มีจังหวัดจัดการตนเอง มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอง
     "ในส่วนของภาคเหนือตอนบน จะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นอารยธรรมล้านนามหานคร เป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ตามแนวทางที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่สร้างให้คนข้างนอกหรือคนอื่นมาใช้ประโยชน์ ทั้งหมดนี้เราต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต มีนายกฯ ที่ฟังเสียง ส.ส. เคารพการตรวจสอบโดยประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ และองค์กรตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อจะได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต" นายอภิสิทธิ์กล่าว  
    ทั้งนี้ ตลอดทั้งวัน นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะได้ขึ้นขบวนรถแห่ไปรอบคูเมืองเชียงใหม่ จากนั้นพบปะประชาชนบริเวณถนนคนเดิน ข่วงท่าแพ ยาวไปตามถนนราชดำเนิน หลังจากที่ได้กราบสักการะศาลเจ้าปุงเถ่ากง ไปพบปะกับกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของพรรคพื้นที่เขต 1 พร้อมพบปะประชาชน ที่ตลาดวโรรส ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็แสดงความพอใจกับการต้อนรับเป็นอย่างดี 
    นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษก ปชป. กล่าวว่า กกต.ที่ต้องจัดการการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้ได้ ยังต้องจับตาการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งด้วย ในส่วนของประชาชนก็ต้องช่วยกันสกัดกั้นนักการเมืองเหล่านี้ไม่ให้กลับเข้ามามีอำนาจได้เช่นกัน
    ที่สวนสาธารณะลุมพินี กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 มีประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ เป็นประจำ อาทิ กลุ่ม STONG 99 ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิ่งที่นายชัชชาติร่วมวิ่งอยู่เป็นประจำ มารอต้อนรับ มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยแก่คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ จากนั้นคณะได้ร่วมออกกำลังกายโดยเต้นแอโรบิก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มเต้นแอโรบิก ก่อนเดินวิ่งพบปะพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ บริเวณสวนลุมพินี ขณะที่นายชัชชาติเดินผ่านชมรมวิ่ง STONG 99 สมาชิกชมรมได้ชวนนายชัชชาติแวะเยี่ยมชมรม ซึ่งสมาชิกต่างตะโกน “ชัชชาติ สู้ๆ”, “คุณหญิงสู้ๆ”, “อาจารย์สู้ๆ” อย่างต่อเนื่อง
จี้ กกต.ทำกติกาชัดเจน
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกติกาการเลือกตั้งที่มีความยิบย่อยจะทำให้ผู้สมัครตกม้าตายหรือไม่ว่า กังวล แต่เราจะทำให้ดีที่สุด โดยจะทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เราจะขี่ม้าให้เร็วโดยที่ไม่ตกลงมา 
    นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า กรณีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดร่วมลงสัตยาบันร่วมต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.กับพรรคเพื่อไทยนั้นอย่าลืมว่าพลังที่ยิ่งใหญ่คือพลังของประชาชน เรายังเชื่อมั่นในความศรัทธาและความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อพรรคเพื่อไทยตลอด 17 ปีที่ผ่านมาจะยังคงเหนียวแน่นอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย 
    นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค พท. กล่าวว่า พรรค พท.ร่างนโยบายเสร็จเกือบร้อยเปอร์เซนต์ มั่นใจว่าถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำทันทีคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เร่งสร้างรายได้ให้คนทั้งประเทศ และจะแก้ปัญหาได้จริง ไม่เพ้อฝัน และสามารถทำให้ประชาชนพ้นจากความทุกข์ยาก จะสามารถเปิดนโยบายได้ในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าประชาชนจะชอบ และเชื่อมั่นว่าเพื่อไทยเป็นพรรคที่พูดแล้วทำได้จริง
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศกฎกติกาการเลือกตั้งที่ชัดเจน ทั้งการแจ้งความจำนงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ การใช้สื่อโซเชียล ทำให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเกิดความกังวลสับสนวุ่นวายอย่างมาก จนถึงขั้นต้องประกาศปิดเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียอื่นทั้งหมด กกต.ต้องสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ ไม่ใช่สร้างอุปสรรคสิ่งกีดขวาง ก่อนหน้านี้ โฆษณาไทยแลนด์ 4.0 แต่พอจะเลือกตั้งเหลือแค่ 0.4 หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งประสานกับหน่วยงานต่างๆ และเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว
    ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย กว่า 60 คัน นำโดยนายชุมพล กฤษณะพันธุ์ แกนนำกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อเดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยนายอนุทินกล่าวว่า พรรคพยายามแก้กฎหมายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นอกจากจะเน้นเรื่องความปลอดภัยแล้วต้องแก้ปัญหาเรื่องการตั้งด่านและการตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม การจะทำให้แกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย และเป็นบริการสาธารณะนั้น เราต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และยานพาหนะทุกประเภท เพื่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน 
    พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษก ภท. ชี้แจงกรณีกระแสในโลกโซเชียลระบุว่า นโยบายพรรค ภท.ที่ให้ประชาชนทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ อาจจะกระทบกับกำลังการผลิตของประเทศว่า ไม่ได้บอกให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ แต่เราเสนอให้ทำงานตามปกติ เพียงแต่เราสนับสนุนให้จากวันทำงาน 5-6 วันตามแต่ละหน่วยงานขอให้มี 1 วัน ทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เพราะด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย หลายตำแหน่งงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ หากทำได้ จะลดปริมาณรถบนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 25
    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในช่วง 17.00-18.30 น. ของวันพุธที่ 30 ม.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกพรรค จะได้ร่วมกันเปิดตัวทีมว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชร.สำหรับ กทม.พร้อมกันทั้ง 30 เขต ที่บริเวณพื้นที่หน้าสวนเบญจสิริ ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
พปชร.เปิดตัวว่าที่ส.ส.คึกคัก
    นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 30 เขตในกทม.ของพรรค เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่อาสาตนเองด้วยความมุ่งมั่นจะเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายสำหรับคน กทม. และพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเมืองของไทยในช่วงต่อไป โดยว่าที่ผู้สมัครเหล่านี้ เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากวงการต่างๆ เช่น ธุรกิจ การศึกษา อสังหาฯ สตาร์ทอัพ ผังเมือง กฎหมาย ศิลปิน สื่อ กีฬา สิ่งแวดล้อม บริการชุมชน รวมทั้งผู้แทนท้องถิ่นจากพื้นที่ กทม. ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นความหวังให้กับหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ให้กับคน กทม. และให้กับคนไทยทุกคน นอกจากนี้ ทางพปชร.จะประกาศนโยบาย “กรุงเทพ 5.0” หรือ “BKK 5.0” เป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นชุดนโยบายที่จะช่วยเปลี่ยนแปลง กทม.ของเรา ซึ่งเชื่อว่าจะโดนใจและตอบโจทย์ของคน กทม.ทุกระดับชั้น 
    ที่โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พปชร., นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการรณรงค์เลือกตั้งภาคเหนือ และนายปัญญา จีนาคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แม่ฮ่องสอน จัดปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พปชร. โดยมีประชาชนร่วมรับฟังกว่า 1,500 คน 
    ส่วนที่ห้องล้านตอง โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบนพรรค พปชร. เปิดการปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพจนารถ ศรียารัณย์ ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 1 จ.เชียงใหม่ และนางศรีพรรณ เขียวทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2, นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 4, ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5, นายนเรศ ธำรงธิพยคุณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 และนายนรพล ตันติมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9
    ขณะที่บรรยากาศที่โรงเรียนแม่ผาแหน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน พปชร. และทีมงาน เปิดการปราศรัยหาเสียง รับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพรชัย อรรถปรียางกูร ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 3 จ.เชียงใหม่ มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 2,000 คน เต็มความจุของห้องประชุม
    ส่วนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิก เดินทางไปยังพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแนะนำพรรคและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร โดยเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประจำจังหวัดสตูล ประชาชนมารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังตลาดนัดเทศบาลตำบลฉลุง ขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนสามัคคีอิสลามวิทยา เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสตูล ช่วงบ่ายเดินทางไป จ.พัทลุง ปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพัทลุง ทั้ง 3 เขต ที่โรงแรมวังโนราห์ ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของจังหวัดตรัง
    นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคใต้ พี่น้องประชาชนได้สะท้อนถึงปัญหามากมายมายังตน เพื่อผ่านไปยังพรรค ทษช. นอกจากปัญหาเรื่องปากท้องแล้ว เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือประชาชนในหลายพื้นที่ยังมีความสับสนในเรื่องของกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบอร์ของผู้สมัคร ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ พื้นที่แต่ละเขตจะคนเบอร์ แม้สังกัดพรรคเดียวกัน ประชาชนเห็นว่าจะเกิดความยุ่งยาก สับสนในการลงคะแนนอย่างแน่นอน เพราะยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงอยากจะเรียกร้องไปยัง กกต. นอกจากมีหน้าจัดการเลือกตั้งให้เกิดบริสุทธิ์ ยุติธรรมแล้ว ยังต้องง่ายต่อประชาชนด้วย     
ประชาชาติส่ง 216 เขต
    นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พพช.) กล่าวว่า ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีผลอย่างมากในสังคมไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ สื่อโซเชียลมีเดีย จะเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญที่พรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ที่จะใช้สื่อสารกับประชาชน ทั้งเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำความชัดเจนในข้อกฎหมายมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้ง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพรรคการเมืองและประชาชน ว่าจะไม่ถูกเอากฎหมายมากลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ฟรี แฟร์อย่างที่ควรจะเป็น    
    ช่วงเย็นวันเดียวกัน ภายในซอยสรงประภา 30 เขตดอนเมือง กกม. พรรคประชาชาติ นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค, นางณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค, นายวรวีร์ มะกูร์ดี รองหัวหน้าพรรค, ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่ กทม. พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน
    นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคของคนภาคใต้หรือพรรคของคนมุสลิม แต่เป็นพรรคของคนทั่วประเทศ แต่การเปิดตัวครั้งแรกที่ จ.ปัตตานีนั้น เพราะพรรคนี้เกิดที่นั่น โตที่นั่น เราพร้อมแล้วที่ลงเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. โดยในวันที่ 4-8 มี.ค. สมาชิกจะเดินทางไปสมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 216 เขต แบ่งเป็นภาคอีสาน 87 เขต ภาคใต้ 50 เขต ภาคเหนือ 28 เขต ภาคกลาง 23 เขต และ กทม. 30 เขต เช่นเดียวกับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 68 คน โดยขณะนี้เรามีสมาชิกกว่า 18,000 คน ในจำนวนเหล่านี้ เป็นสมาชิกจากภาคใต้เพียง 5,000 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศไทย
    พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรามีนโยบายที่ให้ความสำคัญของมนุษย์ คำว่าพหุวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียม เราจะคืนสิทธิคืนอำนาจให้แก่ประชาชนได้ โดยนโยบาย 5 อ. ได้แก่ มีอาหาร มีอาชีพ มีอนามัย มีโอกาส และมีอัตลักษณ์ ส่วน 1 อ. ที่ไม่ต้องการให้มีคือ ความอยุติธรรม
    จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ถึงระเบียบการเลือกตั้งที่มีออกมาว่า เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เพราะจะทำอะไรต้องขออนุญาตทั้งหมด กกต.ควรเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัคร ยอมรับว่ากฎระเบียบต้องมี แต่ต้องเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ประชาชนรู้ข้อมูล นโยบายของแต่ละพรรคมากที่สุด ไม่ใช่กำหนดกฎเกณฑ์ให้ยากเช่นนี้ เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีบางส่วนเป็นประชาธิปไตย อาทิ ให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีส่วนในการเลือก นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต้องได้รับการแก้ไขโดยฝีมือของประชาชน.


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!