ลุ้นกันต่อ"เศรษฐกิจไทย62"


   


    ผ่านปี 2561 มาเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจก็ถือว่ายังขยายตัวได้ แม้จะมีหลายปัจจัยที่เติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยล่าสุด “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมาสรุปภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2561 ว่า ขยายตัวได้ที่ระดับ 4.1% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4.5% จากสาเหตุสำคัญคือ “ภาคการส่งออก” ที่เติบโตได้ต่ำกว่าคาดการณ์อย่างมาก
    โดยในปีที่ผ่านมา ภาคการส่งออกของไทยขยายตัวได้เพียง 6.7% เท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 8% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าปรับตัวลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันยังมีนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ รวมถึงมาตรการตอบโต้จากประเทศต่างๆ ไปจนถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่เป็นผลทำให้ภาคการส่งออกของไทยเติบโตได้อย่างชะลอตัวลง
    ในส่วนของ “ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน” นั้น กระทรวงการคลังมองว่า ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยมากนัก และมองว่าท้ายที่สุดหากสถานการณ์มีความยืดเยื้อเกิดขึ้น ก็หวังว่าไทยจะได้รับผลบวกจากเหตุการณ์ดังกล่าวมากกว่า จากเรื่อง “การย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยมากขึ้น”
    โดยจากข้อมูลพบว่า ในปี 2561 ภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพียง 0.13-0.14% เท่านั้น คิดเป็นมูลค่าการค้าเพียง 200-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และค่อนข้างหนัก คือ โซลาร์เซลล์ และเครื่องซักผ้า ซึ่งหากเทียบน้ำหนักในภาคการส่งออกของไทยแล้ว จะพบว่าสินค้าดังกล่าวมีน้ำหนักกับภาคการส่งออกไม่มากนัก
    ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจค่อนข้างมาก คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% โดยในช่วงที่ผ่านมา ที่เศรษฐกิจโลกมีปัญหา และส่งผลกระทบอย่างมากกับภาคการส่งออก รัฐบาลได้พยายามลดการพึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหันมาพึ่งพาการเติบโตจากภายในประเทศมากขึ้น ผ่านการสนับสนุนการบริโภค การใช้จ่ายและการลงทุนต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
    แต่เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ก็ส่งผลดีต่อทิศทางการส่งออกของไทยตามไปด้วย โดยจากข้อมูลในภาคการส่งออกในช่วงหลายๆ เดือนของปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขการส่งออกปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรากลับมาคาดหวังกันอีกครั้งว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะเติบโตได้เป็นอย่างดี จากแรงส่งสำคัญคือ “การส่งออก” จากการตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้สูงถึง 8% แต่ทิศทางการส่งออกก็ชะลอตัวลงในช่วงท้ายของปี และภาพรวมการส่งออกก็เติบโตได้ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างที่เห็นกัน
    ก่อนหน้านี้ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตัวเลขการส่งออกในปี 2561 ที่เติบโตที่ระดับ 6.7% นั้น ถือเป็นการเติบโตในระดับที่สูงแล้ว แม้ว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายก็ตาม เพราะเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง แต่ไทยยังสามารถประคับประคองการส่งออกให้เติบโตได้ดีอยู่ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และสอดคล้องกับที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นในระดับสูง เพียงพอที่จะรองรับผลกระทบหากเศรษฐกิจโลกมีปัญหาได้เป็นอย่างดี
    ขณะที่ปี 2562 กระทรวงการคลังประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ระดับ 4% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 3.5-4.5% ส่วนภาคการส่งออก เติบโตได้ที่ระดับ 4.5%, การบริโภคภาคเอกชนเติบโต 4.3%, การบริโภคภาครัฐ เติบโต 2.3%, การลงทุนภาคเอกชน เติบโต 4.5%, การลงทุนภาครัฐ เติบโต 5.3% โดยแรงส่งสำคัญยังมาจากโครงการลงทุนของภาครัฐที่จะยังเป็น “พระเอก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนภาคการท่องเที่ยวก็ลุ้นว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่าต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยเป็น 40 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้จากภาคท่องเที่ยวเติบโต 2.13 ล้านล้านบาท
    โดยยังมี 4 ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ 1.เศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2.ผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าและสงครามการค้า 3.ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนโลก และ 4.การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย
    ส่วน “ความชัดเจนในการเลือกตั้ง” กระทรวงการคลังมองว่า ในเชิงเศรษฐกิจจะได้รับปัจจัยบวก จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และคลังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่า “เม็ดเงิน” จากการเลือกตั้งที่จะมีผลกับเศรษฐกิจในช่วงสั้นๆ เท่านั้น.

ครองขวัญ รอดหมวน


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา