ลากไส้พรรคจตุพร'โสภณ เพชรสว่าง'แฉยับเบื้องหลังถอนตัวปาร์ตี้ลิสต์!


เพิ่มเพื่อน    

2 ก.พ.62 -  นายโสภณ เพชรสว่าง สมาชิกพรรคเพื่อชาติ ได้ทำหนังสือดนัย อกมหาสวัสดิ์ (หมาแก่)และคุณอมรรัตน์(แมวสาว) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีรายการ”เจาะลึกทั่วไทย” โดยระบุว่าตามที่ท่านได้จัดรายการ เจาะลึกทั่วไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 62 โดยสัมภาษณ์คุณจตุพร พรหมพันธุ์  ได้มีการกล่าวถึงผมทำนองว่า ผมถอนตัวจากการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติและลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อชาติเพราะไม่ได้อันดับบัญชีรายชื่อตามที่ต้องการนั้น

ผมขอเรียนว่า ข้อความดังกล่าว คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจทำให้คนอื่นเข้าใจผมในทางที่เสียหาย     จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ ดังนี้

1. เดิมผมสังกัดพรรคพลังพลเมืองไทยจริง ขณะนั้นคุณสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยการติดต่อของคุณเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ ทั้งสองท่านขอร้องให้ผมรับผิดชอบหาผู้สมัครในเขต จ.บุรีรัมย์และ จ. สุรินทร์  โดยให้ทำคะแนนบัญชีรายชื่อให้ได้หนึ่งแสนคะแนน อย่างน้อยเจ็ดหมื่นคะแนน ตกลงให้ผมอยู่ในบัญชีรายชื่อไม่เกินอันดับที่ 12  นโยบายพรรคสร้างความปรองดองไม่ขัดแย้ง แก้ความเหลื่อมล้ำ

ผมได้ตัดสินใจร่วมสังกัดพรรคด้วย ได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าคนที่สอง ผมหาผู้สมัครจ. บุรีรัมย์ได้ทั้ง 8 เขต จึงได้ให้ผู้สมัครไปหาสมาชิกพรรคเขตละ 200 คน แต่ไม่ต่ำกว่า 100 คน ต่อมา ผู้สมัครได้มาแจ้งว่าหาสมาชิกพรรคยากเพราะเป็นพรรคใหม่ ไม่รู้จักหัวหน้าพรรค นโยบายพรรคก็ยังไม่มี ประชาชนไม่ยอมเสียค่าสมัครสมาขิกพรรค 100 บาท

2. การย้ายมาอยู่พรรคเพื่อชาติ ขณะนั้นพรรคเพื่อชาติ ได้จัดตั้งขึ้น มีคุณยงยุทธ ติยะไพรัช และคุณจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นหัวเรือใหญ่ มีคุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค พ.ต.ท สมชาย เพศประเสริฐ เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 รับผิดชอบภาคอีสาน

ต่อมา พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ได้ติดต่อผมให้มาอยู่พรรคเพื่อชาติ ช่วยกันสร้างพรรคใหม่นโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งคุณจตุพร ออกจากเรือนจำก็ให้สัมภาษณ์อยากให้คนไทยปรองดองกัน ผมจึงเชิญผู้สมัครทุกคนประชุมปรึกษา ที่ประชุมจึงตกลงให้ย้ายจากพรรคพลังพลเมืองไทยมาอยู่พรรคเพื่อชาติ

3. ปัญหาผู้สมัครเขตทับซ้อน ก่อนที่ผมจะพาผู้สมัคร ส.ส. มาอยู่พรรคเพื่อชาตินั้น มีกลุ่มคนในพรรคเพื่อชาติได้มอบหมายให้ สจ. ตึ๋ง คนจ.ยโสธร เลขาส่วนตัวของคุณนิสิต สินธุไพร   และคุณศักดิ์ระวี (พรามห์ เสื้อแดง นปช.)เป็นผู้หาผู้สมัคร ส.ส ของพรรคในภาคอีสาน แบ่งกันคนละ 10 จังหวัดผู้สมัครส่วนใหญ่นิยมคนเสื้อแดง

ต่อมาเกิดปัญหาผู้สมัครซ้ำซ้อนเขตทับกัน แต่ผู้ที่ทั้งสองคนดังกล่าว เสนอรายชื่อผู้สมัคร มักจะได้รับเลือกจากผู้ใหญ่ในพรรค พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 รับผิดชอบภาคอีสาน ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย ผมพาผู้สมัคร ส.ส จ.บุรีรัมย์ 8 เขตมาสมัคร ก็เกิดปัญหาทับซ้อนเช่นกัน

คุณจตุพร คุณยงยุทธ และคุณสงคราม หัวหน้าพรรค ให้ผมเจรจากับคุณอารีย์ ไกรนรา มี สจ.ตึ๋ง รวมอยู่ด้วย ในที่สุดตกลงให้ผมช่วยเจรจา ตกลงคนของผมถอนตัว 7 เขต เหลือเขต 6 ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งเก่าของผม ซึ่งมี อ.นางรอง อ.หนองกี่ และ อ.โนนสุวรรณ ผมได้เป็น ส.ส มาแล้ว 8 สมัย เพราะอ. นางรอง ภรรยาผมได้รับเลือกเป็น ส.ว ก็เขตนี้ให้การสนับสนุนสจ.ปุ๊ก สุรศักดิ์ เพชรสว่าง  เป็น สจ. เขต อ. นางรอง 2 สมัย  เขาทำหน้าที่บริการประชาชนมาตลอด

ตกลงคุณอารีย์และสจ.ตึ๋ง ให้ สจ. ปุ๊ก  ลูกชายผมลงสมัครเขต 6  บุรีรัมย์มีปัญหาเขตที่ 7 และเขตที่ 8  ผมได้รับมอบหมายให้เป็นคนเจรจา  ในที่สุดก็เรียบร้อย  4 ความเห็นแตกต่างกัน

ความเห็นต่างข้อที่ 1 พรรคเพื่อชาติมีเขตทับซ้อนกันหลายจังหวัด เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม กาฬสินธ์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น เป็นต้น

เมื่อวันที่ 11 มค 62 คุณยงยุทธ ติยะไพรัช  ได้เชิญผู้สมัคร ส.ส ภาคอีสานที่ขัดแย้งทั้งหมดมาประชุมที่ จ.ศรีสะเกษ ได้มอบนโยบายกำหนดการหาเสียงให้จัดตั้งแกนหมู่บ้าน ตำบล  อำเภอ เน้น การหาเสียงย่อย เข้าถึงประชาชน  ที่ประชุมเห็นพ้องด้วย คุณยงยุทธ      ขอร้องให้เลิกขัดแย้งกัน  ใครมีปัญหาโทรศัพท์ถามได้โดยตรง หากตกลงกันไม่ได้ พรรคจะทำโพลล์ ตัดสินหาผู้สมัคร

ความเห็นต่างระหว่างระหว่าง สจ. ตึ๋ง ผู้ใกล้ชิดกลุ่มในพรรคสจ. ตึ๋ง   ประสานให้ผมจัดปราศรัยที่บุรีรัมย์ โดยจะมีค่าใช้จ่ายให้เขตละหนึ่งแสนบาท   ผมจึงเรียกผู้สมัครทุกคนประชุมที่ประชุมมีความเห็นหาเสียงย่อยตามหมู่บ้านตำบล เพราะปราศรัยใหญ่ หาสถานที่หายาก วัด สถานที่ราชการ โรงเรียน ไม่ยอมให้จัดที่ประชุมทุกคนน มีความเห็นว่าไม่จัดปราศรัยใหญ่ แต่จัดปราศรัยย่อยตามที่คุณยงยุทธมอบนโยบายให้ที่ จ.ศรีสะเกษ

ผมจึงโทรศัพท์แจ้งให้ สจ. ตึ๋ง ทราบผลการประชุม  สจ. ตึ๋ง ตอบว่าไม่ได้ ต้องจัดปราศรัยใหญ่ ต่อมาผู้สมัครเขต 8  รับจัดปราศรัยที่ตลาดสด อ.ปะคำ  ผมกับผู้สมัคร3 เขต ไม่ได้ไปร่วมด้วย เพราะไม่มีใครแจ้งให้ทราบ

ความเห็นต่างข้อที่ 2

การจัดเวทีปราศรัย เป็นการจัดของทีมงานของนปช. แดงชุดที่้เคยจัดมาก่อนมีการปฏิวัติ ผู้อภิปรายบางคนใช้คำพูดรุนแรง กับทหาร และรัฐบาล  บางคนมีคดีติดตัว ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค บางคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ได้ขึ้นปราศรัยบนเวที  ผมได้บอกกล่าวและแนะนำว่า เมื่อมี พรฏ.เลือกตั้งแล้ว  ไม่ควรขึ้นปราศรัยอาจมีผลกระทบต่อพรรคได้ ทำให้บางคนไม่พอใจ

ต่อมา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 62 คุณอารีย์ ไกรนรา ได้โทรมาปรึกษาผมว่า ขอให้ผมกับสจ.ปุ๊กขึ้นบัญชีรายชื่อทั้ง 2 คน ผมบอกคุณอารีย์ว่า  ผมขอให้ สจ.ปุ๊ก ลงเขตที่ 6 ตามที่ตกลงกันไว้  ซึ่งผู้แทนพรรคเพื่อชาติประจำจังหวัดบุรีรัมย์เห็นชอบและมีหนังสือแจ้งพรรคแล้ว  ส่วนตัวผมขอถอนจากบัญชีรายชื่อ คุณอารีย์ ตอบว่าไม่น่ามีปัญหา ขอให้ไปประชุมพรรควันที่ 1 ก.พ. 62 ผมจึงส่งไลน์เรียนให้หัวหน้าพรรคทราบดังปรากฎตามไลน์ของผมแล้ว

สรุป ผมขอถอนตัวสมัคร ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค

ผมไม่ได้ขออันดับบัญชีรายชื่อและไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้คนอื่น กล่าวหาได้ว่า พ่อก็ลงบัญชีรายชื่อ ลูกก็ลง ส.ส. เขต เอาเปรียบคนอื่น ผมขอเรียนว่า เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ปี พศ 2526 ได้ดำรงตำแหน่งในสภามากแล้ว ผมพอเพียง และคิดว่า สมควรแก่เวลาแล้วที่ยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว แต่ไม่ทิ้งรับใช้ร้องทุกข์แทนประชาชน ในฐานะประธานชมรม คลายทุกข์ประชาชนตามอุดมการณ์


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"