ขี้ยาอ่วม!บุหรี่ขึ้น30บาท/ซอง


เพิ่มเพื่อน    

    สิงห์อมควันกระอัก! "บุหรี่” ซอง 60 บาท ปรับพรวดใกล้ 100 บาท ยสท.แจงมี 5 ยี่ห้อ 10 ชนิด ขึ้นจาก 60 บาทเป็น 93 บาท ชี้ผลภาษีอัตราใหม่  ส่วนบุหรี่เกินซองละ 90 บาทเตรียมขยับตาม “เครือข่ายชาวไร่ยาสูบ” จี้รัฐทบทวนก่อนพาอาชีพพัง “อธิบดีสรรพสามิต” ย้ำเดินหน้า ขึ้นราคาเป็นไปตามกลไกตลาด!
    เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 ยสท.มีแผนขึ้นราคาบุหรี่หลายชนิดเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ที่จะขึ้นภาษีบุหรี่ซองราคาไม่เกิน 60 บาท จาก 20% เป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2562 โดยเบื้องต้นจะขึ้นราคาบุหรี่ที่ขายซองละ 60 บาท ซึ่งมีอยู่ 5 ยี่ห้อ 10 ชนิด เป็นซองละ 93 บาท หรือขึ้นซองละ 33 บาท ส่วนบุหรี่ที่ขายเกินซองละ 90 บาท ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาจะขยับราคาขึ้นไปด้วย ซึ่งอาจเป็นซองละหลักร้อยบาทก็ได้ 
    “การขึ้นราคาเช่นนี้ไม่ได้เป็นเพราะ ยสท.ต้องการกำไรเยอะ แต่ต้องปรับเพราะภาษีสรรพสามิตใหม่คิดคำนวณจากราคาปลีก เมื่อมีการขึ้นภาษีมากถึง 1 เท่าตัว  ยสท.ก็ต้องขยับราคาตาม ไม่เช่นนั้นก็จะขาดทุน โดยกำไรจากภาษีปัจจุบันตกอยู่ซองละ 10 สตางค์เศษ แต่ถ้าขึ้นราคาตามภาษีใหม่กำไรก็ใกล้เคียงกับของเดิม ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่หากรัฐบาลชะลอการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 40% ออกไปก่อน ยสท.ก็จะขายราคาเดิมไม่ขึ้นราคา” น.ส.ดาวน้อยกล่าว 
    นอกจากนี้ ในปีนี้ ยสท.ยังมีแผนปรับการตลาดใหม่ เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่จากต่างประเทศมากขึ้น โดยล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค. ได้ออกบุหรี่ใหม่อีก 1 ยี่ห้อ ขายซองละ 55 บาท ซึ่งราคาถูกที่สุดของ ยสท. เพื่อมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อไม่สูง และกลุ่มผู้สูบที่ต้องการบุหรี่สูตรเย็นจัด เพื่อใช้แข่งขันทำตลาดกับบุหรี่ต่างประเทศ ซึ่งลดราคาออกมาแข่งในช่วงก่อนหน้านี้ รวมทั้งยังพิจารณาขยายตลาดยาเส้นเพิ่มเติม โดยจะผลิตออกมาอีกหลายยี่ห้อ เพราะผลสำรวจพบว่านับตั้งแต่รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ได้ทำให้กลุ่มคนรายได้ไม่สูง หรือกลุ่มชาวบ้านตามต่างจังหวัดเลิกสูบบุหรี่และหันไปสูบยาเส้นเพิ่ม เพราะมีราคาถูกกว่าบุหรี่มาก เช่น บุหรี่ซองละ 60 บาท แต่ยาเส้นขายเพียง 10-15 บาท  
    น.ส.ดาวน้อยกล่าวอีกว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลทบทวนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ เพราะที่ผ่านมาพบว่าไม่ได้ทำให้อุตสาหกรรมโดยรวมดีขึ้น เห็นได้จากการจัดเก็บรายได้ภาษีบุหรี่ของกรมสรรพสามิตไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้คนสูบบุหรี่ลดลง แต่คนหันไปสูบยาเส้นที่ภาษีต่ำกว่าแทน รวมถึงยังมีบุหรี่หนีภาษีลักลอบนำเข้าขายมากขึ้น เนื่องจากราคาขายในไทยสูงกว่าต่างชาติมาก จึงมีแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบ และที่สำคัญ เมื่อการบริโภคบุหรี่ลดลง ก็จะมีผลต่อการรับซื้อใบยาจากชาวไร่ยาสูบในอนาคตอีกด้วย
    สำหรับเป้าหมายผลดำเนินงานในปี 2562  ยสท. คาดว่าจะผลิตและจำหน่ายได้ประมาณ 1.9 หมื่นล้านมวนใกล้เคียงปี 2561 และกำไรอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท ลดลงจากปี 261 ที่กำไร 900 ล้านบาท ซึ่งลดลงกว่า 20 เท่าตัว เมื่อเทียบกับกำไรก่อนหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ซึ่งในปี 2560 ยสท.เคยกำไรสูงถึง 9.8 พันล้านบาท 
    แหล่งข่าวจากผู้นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศยอมรับว่า การคิดอัตราภาษีบุหรี่ตามมูลค่าที่ 40% ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. จะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศทุกรายต้องขยับราคาขายปลีกบุหรี่ที่ไม่เกินซองละ 60 บาท เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 90 บาท  เพราะหากไม่ขยับราคาตามภาษีที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการก็จะได้รับผลกระทบทั้งหมด
    ขณะที่นายสุธี ชวชาติ ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ กล่าวว่า ที่ประชุมตัวแทนภาคีเครือข่ายมีมติให้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้เลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ตามมูลค่าเป็น 40% ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.นี้ไปก่อน ซึ่งควรเลื่อนการขึ้นภาษีก่อนเลือกตั้งใหม่ เพื่อไม่ให้ชาวไร่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมยื่นสรุปผลการประชุมให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเลื่อนการขึ้นภาษีเพื่อดูแลปากท้องชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง 
“หากขึ้นภาษีบุหรี่ 40% อาจทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องสูญสิ้นอาชีพสุจริตนี้ไป เพราะการขึ้นภาษีสรรพสามิตเมื่อปี 2560 ทำให้ชาวไร่ยาสูบรายได้หายไป 230 ล้านบาท ในฤดูกาลปลูกปี 2561/62 เนื่องจากถูกลดโควตาการรับซื้อใบยาลงเฉลี่ย 50% แม้รัฐบาลจะแก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลางวงเงิน 159 ล้านบาท เพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้ชาวไร่ยาสูบที่ถูกตัดโควตา แต่ก็เป็นการช่วยฤดูกาลปลูกเดียวเท่านั้น”
    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2562 ที่ประชุมอุตสาหกรรมยาสูบครั้งที่ 2 มีมติขอให้รัฐบาลปรับแผนการขึ้นอัตรภาษีสรรพสามิตที่ชัดเจน เพื่อลดผลกระทบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยาสูบ โดยแบ่งออกเป็นแผนระยะสั้น คือ ปรับราคาจุดตัดอัตราภาษีตามมูลค่าที่ 20% จาก 60 บาท เป็น 70 บาท และยังคงอัตราภาษีบุหรี่ตามมูลค่าแบบสองอัตราที่ 20% และ 40% ต่อไป เพื่อลดการแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมบุหรี่ รวมทั้งยังขอให้รัฐบาลเลื่อนการเก็บภาษีด้านมูลค่าแบบอัตราเดียวที่ 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2562 ออกไปอีก เพื่อให้ชาวไร่ยาสูบ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม มีระยะเวลาในการปรับตัวมากขึ้น ส่วนแผนระยะยาว เสนอให้พิจารณาขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ตามมูลค่า จาก 20% แบบขั้นบันได คือเพิ่มทีละ 5% เพื่อให้อุตสาหกรรมยาสูบปรับตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
    ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตยืนยันว่า การเก็บภาษีอัตราใหม่ยังคงเดินหน้าตามกฎหมายใหม่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราภาษีใหม่เริ่มใช้มาตั้งแต่ 16 ก.ย.2560 โดยอัตราภาษีสำหรับบุหรี่ที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท จะคิดตามปริมาณ อยู่ที่ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% ขณะที่บุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาทขึ้นไป จะคิดภาษีตามมูลค่าที่ 40% แต่ในวันที่ 1 ต.ค.2562 การเก็บภาษีบุหรี่ทั้งที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และราคาเกินซองละ 60 บาท จะคิดอัตราภาษีตามมูลค่าเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดที่ 40% ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือขยายเวลาออกไปแต่อย่างใด
    "ข้อเสนอให้ขยายเวลาอัตราภาษีคงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องออกเป็นประกาศกระทรวง ที่ต้องเสนอเข้า ครม. ซึ่งถ้ามาพิจารณาตอนนี้คงไม่ทัน เพราะอยู่ในช่วงต้องเตรียมการเลือกตั้ง ดังนั้นหากผู้ประกอบการจะมีการปรับราคา ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไก" นายพชรกล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.