คสช.ต้อง เผด็จการเต็มรูปแบบ


   

คสช.ต้องเผด็จการเต็มรูปแบบ แนะเลี้ยงหมาไว้กัดกับหมา

      แม้การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อรัฐบาล คสช.ในช่วงนี้ ทั้งเรื่องโรดแมปการเลือกตั้งที่มีแนวโน้มเลื่อนออกไปเป็นต้นปีหน้า หรือปมนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หลายฝ่ายประเมินตรงกันว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวดังกล่าว เช่น กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาล คสช.ได้ กระนั้นหลายฝ่ายมองว่าหากอนาคตรัฐบาล คสช.ยังบริหารประเทศแบบไม่มีผลงาน แล้วก้าวพลาดทางการเมืองเองจนทำให้กระแสไม่พอใจรัฐบาล คสช.ขยายวง เช่นนั้นเส้นทางอำนาจ คสช.ก็น่าห่วงไม่น้อย

        มุมมองของอดีตนายทหารเก่าผู้คร่ำหวอดในแวดวงการทหารและการเมืองมาตลอดชีวิต พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ที่มีประสบการณ์การเมืองโชกโชน เช่นเคยร่วมในเหตุการณ์ 26 มีนาคม 2520 ที่มี พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เป็นแกนนำ เพื่อทำรัฐประหารรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร แต่ไม่สำเร็จและกลายเป็นกบฏ หรือประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในนามองค์การพิทักษ์สยามที่ เสธ.อ้ายเป็นประธาน เป็นต้น

      พลเอกบุญเลิศ ประเมินสถานการณ์กระแสความไม่พอใจรัฐบาล คสช.ในเวลานี้ว่า แม้ส่วนตัวยังไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล คสช.หลายเรื่อง เช่น บริหารประเทศโดยขาดความเข้มแข็งอย่างที่รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติยึดอำนาจควรจะเป็น ส่งผลให้ คสช.ยังขาดความเด็ดขาด ดูได้จากอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ที่มีคือ มาตรา 44 มองว่าที่ผ่านมาก็ใช้แบบพร่ำเพรื่อไม่เด็ดขาดเอาจริงเอาจังเหมือนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ยุคนั้นใช้มาตรา 17 อย่างเด็ดขาด ใครทำไม่ถูกต้องก็จับไปยิงเป้า เสธ.อ้าย ยังเห็นว่าที่ผ่านมาทิศทางการทำงานการเมืองของ คสช.ไปเสียเวลากับบางเรื่องโดยไม่จำเป็น เช่น เรื่องความพยายามจะสร้างความปรองดอง ที่เห็นว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ อย่างไรก็ตาม พลเอกบุญเลิศประเมินว่าแม้ระยะหลังจะมีบางกลุ่มเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล คสช.มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากกองทัพยังยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับ คสช. แต่เห็นว่า คสช.ไม่ควรปล่อยให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.ไปเรื่อยๆ โดยควรต้องใช้วิธีพูดคุยทำความเข้าใจ และหากจำเป็นถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้ความเด็ดขาด ใช้ไม้แข็งเข้าจัดการ  

       เริ่มต้นการสัมภาษณ์ เราถามถึงกระแสความนิยมของประชาชนต่อ คสช.และพลเอกประยุทธ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง ประเด็นนี้ พลเอกบุญเลิศ-เสธ.อ้าย มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อรัฐบาล คสช.อยู่นานคนก็จะเบื่อ แล้วยิ่งอยู่นานไม่มีกิจกรรมอะไรคนจะยิ่งเบื่อ ไม่ใช่ขาลงขาขึ้น ขาธรรมดาก็เหมือนคนแต่งงาน ตอนแต่งงานช่วงแรกข้าวใหม่ปลามัน แต่พออยู่กันไปนานๆ ก็ทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่ขาขึ้นขาลงของรัฐบาล แต่อยู่ที่ว่าอยู่แล้วต้องทำประโยชน์ให้แผ่นดิน

      จากนั้น พลเอกบุญเลิศ ก็เริ่มวิพากษ์ คสช.ว่ารัฐบาลชุดนี้ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก เขาเข้าใจว่าที่ต้องออกมาทำรัฐประหารเพื่อมาเป็นกรรมการ ไม่ให้คนในชาติเช่น กปปส.กับเสื้อแดงทะเลาะกัน ซึ่งที่จริงแล้วมันไม่ใช่ จริงๆ ต้องปฏิวัติเพื่อที่จะเอารัฐบาลนอมินีทักษิณออกไป แล้ว คสช.ก็ต้องมาบริหารบ้านเมืองตามแนวทางของ คสช. ไม่ใช่มาบอกว่าทำรัฐประหารเพื่อห้ามคน 2 ฝ่ายไม่ให้ทะเลาะ ไม่ให้ฆ่ากัน ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะพอ คสช.คิดไปว่ามาเพื่อไม่ให้คนทะเลาะกัน ที่ผ่านมา คสช.ก็เลยไปทำแต่เรื่องไม่ให้คนทะเลาะกัน ไม่ได้คิดเรื่องการพัฒนาบ้านเมือง แล้วเมื่อทำรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่กลับไม่ใช้ความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ กลับไปออกกฎหมายต่างๆ มาผูกคอตัวเอง

      “จริงๆ ต้องเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ แล้วก็ทำไปจนจบ จากนั้นถึงค่อยให้ประชาชนเลือกตั้งหากยังคิดแบบเดิมอยู่ก็ไม่ใช่แล้ว ต้องตั้งตัวเป็นผู้บริหารประเทศ ไม่ใช่คิดเรื่องไม่ให้คนทะเลาะกัน คสช.ถึงจะไปได้ เมื่อตั้งโจทย์ข้อแรกผิดก็ผิดมาตลอด”

       - ที่บอกว่าต้องเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบหมายถึงอย่างไร?

      ถูก ก็ที่ผ่านมาดูสิว่ารัฐบาลเป็นอย่างไร ก็ดูตัวอย่าง ก็เห็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทุจริตคอร์รัปชัน ก็ต้องแก้ไขปราบปรามไม่ให้มีเรื่องแบบนี้ แล้วจะพัฒนาอย่างไรก็ทำไป ไม่ใช่มาคอยแต่เป็นห่วงว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด แต่ คสช.เข้ามาก็รีบบอกว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว มันก็จะกลับไปแบบเดิม อยู่ในวังวนเดิม มีการเลือกตั้งมันก็ไม่เรียบร้อยอีก จะมีการซื้อเสียงประชาชน แล้วก็เข้าไปทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเตรียมเงินไว้ซื้อเสียงตอนเลือกตั้งสมัยหน้า มันก็จะเป็นวัฏจักรวนเวียนแบบเดิม ความชั่วร้ายก็จะกลับมาทับถมอีกมากมายไม่มีที่สิ้นสุด

       ...อีกอย่างคือ ผมพูดเสมอว่าพวกทหารน่าจะดีกว่าคนอื่นในการปกครองบ้านเมือง เพราะพวกผมได้รับการอบรมบ่มนิสัยว่าต้องรักชาติ บ้านเมือง ประชาชนมากกว่าคนอื่น ทหารได้รับการอบรมแบบนี้ทุกวัน แต่ผมเองก็ผิดหวัง เพราะคณะที่ขึ้นมาบริหารประเทศมันต้องดีกว่าที่เป็นอยู่

       ผมมองว่าสาเหตุที่ไม่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเขามัวแต่ไปห่วงเรื่องการสร้างความปรองดอง ทั้งที่เรื่องปรองดองก็ไม่ใช่แนวคิดของใคร ก็ของทักษิณ ชินวัตร ที่อยากกลับประเทศ แต่มาอ้างเรื่องความสามัคคี แต่เป็นการทำลายประเทศให้มากขึ้น ซึ่งผมไม่เห็นด้วย

        “คำพูดเรื่องปรองดองเป็นเรื่องไร้สาระโกหกมดเท็จ ผมถามว่าใครไม่ถูกกับใครในเมืองไทย ปรองดองคือต้องมีคนไม่ถูกกันอย่างน้อย 2 ฝ่าย  2 พวก หรือ 3 พวก ใครไม่ถูกกับใคร ไม่มี อธิบายต่อไป หรือรัฐบาลเก่าของทักษิณไม่ถูกกับรัฐบาล คสช.เพราะมาทำรัฐประหาร เอาเขาลงมา ถ้าอย่างนั้นคุณก็ปรองดองกันไปสิหากอยากปรองดอง เพ้อเจ้อเรื่องปรองดอง”

        - มองว่ารัฐบาลยังไม่เข้มแข็ง?

      ไม่เข้มแข็ง (ตอบทันที)

          - ต้องเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ?

          ถูกๆ ไม่อย่างนั้นก็เสีย เกลือถ้าไม่เค็มก็ใช้ไม่ได้

           - เผด็จการเต็มรูปแบบที่บอกคือต้องทำอย่างไรบ้าง?

            ก็อย่างเช่น เมื่อห้ามการชุมนุมก็ต้องห้ามไม่ให้มี หรือการปราบปรามการทุจริตก็ต้องทำให้เต็มที่ถ้าจะทำ โดยไม่ต้องไปกลัวว่าทำแล้วจะไปโดนพวกเดียวกันเอง ไม่อย่างนั้นก็อย่าไปประกาศ หากต้องการจะเข้มก็ต้องว่าไป

        เมื่อถามความเห็นต่อกรณีการใช้มาตรา 44 หลายเรื่องของ คสช. เช่นการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต มองดูแล้วเป็นอย่างไร พลเอกบุญเลิศ ให้ทัศนะว่าไม่ดีเท่าที่ควร มาตรา 44 ควรเป็นเรื่องที่ต้องเด็ดขาดเหมือนสมัยมาตรา 17 ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ คือถ้ามีมาตรา 44 คือต้องมีการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองแบบเฉียบพลัน ไม่ใช่ย้ายหรือแต่งตั้งข้าราชการก็ใช้ ม.44 อย่างนี้ไม่ใช่เพราะไปกลัดกระดุมผิด

        ก่อนหน้านี้ผมเคยออกมาบอกไว้แล้วว่า เมื่อทำรัฐประหารมีคณะปฏิวัติก็บริหารประเทศไปด้วยคณะรัฐประหาร ไม่ต้องมีคณะรัฐบาล เพราะพอมาตั้งเป็นรัฐบาลมันก็ลำบาก คือใช่ในสังคมโลกปัจจุบัน เรายังต้องแคร์ต่างประเทศ แต่ก็ไม่ต้องไปแคร์มาก เราก็ทำของเราให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเปิดตัวสู่ประชาคมโลก ก็ไม่เป็นไร ที่ผมพูดว่าผมเสียใจ ที่เคยประกาศไว้ว่ารัฐบาลทหารต้องดีกว่ารัฐบาลพลเรือน แต่ก็มีคนติเตียนรัฐบาลทหารตลอด ก็ทำให้เราคิดไปว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราได้รับการอบรมมา แต่พอมาดูแล้ว รัฐบาลทหารก็ไม่เป็นอย่างที่เราคิด ผมว่าเขาขาดที่ปรึกษาที่สำคัญในการคอยช่วยคิดงานให้

- คือมองว่ามาตรา 44 ควรต้องเข้มเหมือนมาตรา 17 ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

            ใช่ๆ

          - ยิงเป้า?

              ใช่ ต้องใช้ให้มันเด็ดขาดกว่านี้ อย่าไปใช้พร่ำเพรื่อ ใช้พร่ำเพรื่อคนก็ไม่กลัว อย่างที่เอามาใช้ทั้งกับการแต่งตั้งและปลดคน ซึ่งมันต้องใช้เฉพาะแค่ปลดคนที่ชั่วร้ายอย่างเห็นได้ชัด ให้คนทั้งประเทศเห็นแล้ว เออๆ เหมือนกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยิงเป้าคนที่เผาเพื่อเอาประกัน 

        ถามไปว่าแสดงว่าเริ่มผิดหวังรัฐบาลชุดนี้ เสธ.อ้าย แจงว่าไม่ใช่ผิดหวังรัฐบาล แต่ผิดหวังกับแนวคิดของเราที่เคยคิดว่าทหารต้องแน่กว่าคนอื่น คือรัฐบาลทหารก็แตกต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ยังไม่เฉียบขาด ยังไม่เรียกว่ารัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร คือยังแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ เชื่องช้า ยังเชื่องช้าเหมือนเดิม เช่นงบประมาณแผ่นดินก็ยังใช้อย่างเชื่องช้า คสช.เข้ามาเกือบ 4 ปีแล้ว รถไฟความเร็วสูงก็ยังไปไม่ถึงไหน

       ส่วนเรื่องผลงานการปราบทุจริต มองว่าจริงๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้แทบไม่มีเรื่องทุจริต ไม่มีการออกนโยบายแบบที่ผ่านมา ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเยอะ เพราะว่าการใช้จ่ายน้อยลง ไม่มีการเรียกเก็บจากพ่อค้านักธุรกิจ ที่สมัยก่อนต้องเรียกเก็บเพื่อเอาเงินไปให้รัฐมนตรี เอาเงินส่งให้พรรค มันก็เบา คือจะมีหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่รัฐบาลไม่มีเรื่องเสียหาย

       พลเอกบุญเลิศ-อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม วิเคราะห์กลุ่มที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.มากขึ้น หลังจากเกิดกรณีนาฬิกาของพลเอกประวิตรว่า ก็เรื่องธรรมดา เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ ก็เหมือนร่างกายคน เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อโรคก็แพร่เข้ามา นี่แสดงว่ารัฐบาลเริ่มอ่อนแอ แต่จะอ่อนแอทางกำลังหรืออ่อนแอทางความคิด ก็ไม่ทราบได้ มันถึงทำให้มีกลุ่มต่างๆ เข้ามา แต่เท่าที่ดู ก็ยังไม่มีเรื่องสุกงอม เพราะหากเขายังมีความตั้งใจที่ต้องการทำให้ชาติบ้านเมือง มีความเจริญ เขาก็ไปได้

           - จะมีกลุ่มต้องการล้ม คสช.ออกมาอีกเรื่อยๆ หรือไม่ต่อจากนี้?

         ไม่มี อาจจะเป็นการแสดง เพื่อให้บางคนเห็นความสำคัญของแต่ละคน พูดง่ายๆ คือว่า แสดงให้ทักษิณเห็นว่า ออกมาทำงานให้แล้ว คุณจะจ่ายหรือไม่ จะเริ่มจ่ายเงินได้หรือยัง ผมฟันธงแบบนี้เลย เชื่อว่ามีการจัดตั้งแน่นอน

                               - มองว่ากลุ่มที่ออกมาที่บางคนก็เป็นนักศึกษา ไม่เชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์?

          ไม่เชื่อ ก็ถามว่าแล้วทำไมตอนรัฐบาลนอมินีทักษิณ ที่โกงเงินเป็นแสนๆ ล้านบาท ทำไมพวกเขาไม่สนใจเลย หรือว่าไม่รู้

        “รัฐบาลโดยคณะทหารต้องเอาจริงเอาจังกับพวกนี้ ต้องสืบสอบให้รู้ว่าใคร แล้วก็ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม อย่าปล่อยไว้

          แต่ระยะยาวดูแล้วไม่น่าห่วง หากตราบใดที่ยังคุมกำลังทหารไว้ได้ แล้วก็มีความจริงใจในการบริหารบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ไม่ต้องไปกลัวอะไร แต่ดูแล้วเดี๋ยวก็คงเงียบไป วิธีการก็เช่น เรื่องไหนที่เขาออกมาเคลื่อนไหว ก็ชี้แจงไป โดยการเรียกหัวหน้ากลุ่มที่เคลื่อนไหวมาพูดคุย ถามว่าเขาต้องการอะไร ถามกลุ่มที่ออกมาว่า ที่ออกมารัฐบาลผิดพลาดเรื่องอะไร ก็ให้เขาตอบมา ใช้การพูดคุย ถ้าไม่เชื่อก็ต้องใช้กำลัง ก็ไปทีละขั้นตอน

       - ก็ใช้ไม้แข็ง?

         ใช่ บ้าง

         ถามว่าเชื่อหรือไม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง พลเอกบุญเลิศ ตอบทันควัน แน่นอน คือตอนนี้มีอยู่ 2 พวก คือคณะปฏิวัติกับพวกรัฐบาลเก่า พวกที่ไม่ใช่พวกรัฐบาลเก่า เช่น พรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เขาก็อยากเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับอยากจนก่อเหตุวุ่นวายให้บ้านเมือง เพราะหากมีเหตุวุ่นวาย ก็จะเป็นเหตุให้คณะรัฐประหารไม่ให้มีการเลือกตั้ง แต่ที่มีการเคลื่อนไหว ก็ล้ม คสช.ไม่ได้ เพราะตราบใดที่ คสช.ยังคุมกำลังทหาร คุมกำลังฝ่ายความมั่นคงอยู่ ทำยาก

        ถามย้ำอีกว่า แต่ทางกลุ่มไม่เอา คสช.ก็อาจจัดกิจกรรมการเมืองไปเรื่อยๆ นัดชุมนุมแต่ละสัปดาห์ พลเอกบุญเลิศ บอกว่าก็ต้องจัดการ โดยเรียกเขามาถามว่าเคลื่อนไหวเพื่ออะไร จะให้แก้ไขอย่างไร ไม่ชอบอะไรที่รัฐบาลทำอยู่ ต้องพูดจากันให้รู้เรื่อง ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้กำลังจัดการ จะใช้กำลังจัดการหรือกึ่งๆ กฎหมายจัดการก็สุดแล้วแต่ หนักเบาไม่เท่ากัน

        - แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ไม้แข็ง?

        ถูกๆ ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง เพราะการพูดให้รู้เรื่องกันดีที่สุด แล้วก็อย่าไปมองพวกต่างชาติ หากมองแต่ต่างชาติเราจะทำอะไรไม่ได้เลย แต่หากเขาสงสัยก็เชิญเขามาพูดให้เข้าใจว่าวัฒนธรรมและการปฏิบัติของบ้านเราต้องเป็นแบบนี้ ไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้ ที่คุณเข้าใจมันอาจจะใช่สำหรับประเทศอื่น แต่สำหรับประเทศไทยที่เขาเข้าใจมันอาจจะไม่ใช่ ก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ

       พลเอกบุญเลิศ ยังกล่าวตอบหลังเราถามมุมมองว่า หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ระยะยาวการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่เอา คสช.จะมีผลอะไรหรือไม่ เช่นหากยังคงมีการไปจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ หรือขยายแนวร่วมไปยังต่างจังหวัด โดยเขาให้ความเห็นว่ารัฐบาล คสช.เขามีบทเรียน เขาต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ต้องไปดำเนินการแก้ไขในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอให้เรียบร้อย เช่นต้องไปชี้แจงว่าจะมีการมาเดินขบวนอะไรไม่ได้ ผิดกฎหมาย แล้วผิดเรื่องอะไร บอกเขาไปว่าหากมีการทำทางการจะมาดำเนินคดี ก็คงไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย

        จากที่ระบุว่าฝ่ายที่ต้องการล้ม คสช.กลุ่มหลักคือฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร เลยถามว่าประเมินการเคลื่อนไหวของฝ่ายทักษิณต่อจากนี้อย่างไร พลเอกบุญเลิศ มองว่าเขาไม่หยุดเพราะเงินเขาเยอะ เขาก็ต้องพยายามล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เขาไม่หยุด หยุดไม่ได้ ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่ มันเป็นการต่อสู้ไปแล้ว

       “ต่อไปรัฐบาลก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น อะไรที่จัดการได้ ถ้าใช้ไม้อ่อนได้ก็ใช้ไม้อ่อน ถ้าใช้ไม้อ่อนไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง ถึงขั้นอาจต้องใช้กฎหมายรุนแรงหรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ไม่ได้ทำอะไร ก็ทำแค่เรียกคนมาแล้วก็ปล่อย ลองขังดูสัก 2 เดือนสิ เรื่องที่จะขังก็มีเยอะแยะ ทำผิดเรื่องอะไรบ้าง กี่กระทง คือมันมีกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่ทำให้มันจริงๆ อย่าไปอะลุ่มอล่วย ทำไปสัก 1 ราย 2 ราย ลองดูก่อน หาก 2 รายยังไม่พอก็ทำไปสัก 5 ราย ดูว่าทำแล้วยังจะดื้อรั้นอยู่หรือไม่”

          - ตอนทำรัฐประหารแรกๆ ฝ่ายไม่เห็นด้วยไม่มีใครกล้าออกมา ผิดกับตอนนี้?

          ก็เพราะคนเขาเห็นว่าเป็นหมู ไม่เอาจริง หากเป็นแบบนี้มันก็จะเยอะขึ้น แต่ก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลไหนก็ตามถ้าไม่มีกองกำลังทหารหนุนหลังไปไม่ได้ แม้แต่การชุมนุมอะไรต่อจากนี้ก็แล้วแต่ หากไม่มีกองกำลังที่ถูกต้องตามกฎหมายหนุนหลังก็ทำยาก ไปไม่ได้ จะไปชุมนุมกันอยู่ได้อย่างไร ผมเคยพูดกับสื่อไว้ว่าหากจะมีการชุมนุมต้องมีกองกำลังสนับสนุน ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้

          ถามย้ำว่ากลุ่มหลักๆ ที่ต้องการล้ม คสช.มีกลุ่มไหนบ้าง คำตอบจาก พลเอกบุญเลิศ มีเพียงคำตอบเดียว ทักษิณอย่างเดียว ไม่มีที่อื่น

          ... ไม่มีพวกนักธุรกิจ พวกก่อสร้าง ส่งออกอะไร อย่างประชาธิปัตย์ก็ไม่มีอะไร คืออยากเลือกตั้งเหมือนกัน แต่กลัวๆ กล้าๆ ที่บ้านเมืองวุ่นวายก็เพราะทักษิณอย่างเดียว เพราะเขาเสียอำนาจ คนอื่นไม่มี หรือหากคนอื่นคิดก็ทำไม่ได้ ไม่มีเงิน ส่วนกองทัพก็ยังสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอยู่ เพราะเขาก็เคยเป็นทหาร แล้วกองทัพก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไร

          ตอนนี้เป็นเพราะ คสช.อยู่มานานแล้ว ก็มีบางพวกต้องการให้ไปเสียที จะได้เข้ามาบ้าง จะได้เล่นบ้าง แต่ที่จริงหากยังเล่นแบบเดิมก็เจ๊งอีก ทหารก็ต้องออกมาแบบเดิมอีก ผมมั่นใจ คือถ้ายังมีวิธีการแบบเดิม เลือกตั้งกันแล้วมารวมกันตั้งเป็นรัฐบาล แล้วก็มาโกงเงินภาษีประชาชน หรือออกนโยบายมาโกงเลย แบบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ออกนโยบายรับจำนำข้าวแล้วก็โกง เก็บเงินไว้เพื่อเตรียมเลือกตั้ง

          - ก็อาจมีปฏิวัติอีก?

      ก็แน่นอน เพราะแม้จะเป็น ท.ทหารอดทน แต่ทหารความอดทนไม่มากเท่าไหร่ ถ้าเห็นคนอื่นทำไม่ดี 

          เมื่อถามความเห็นว่าแล้ว คสช.ควรทำอย่างไรกับพวกนักการเมือง พรรคการเมืองที่เริ่มออกมามากขึ้น พลเอกบุญเลิศ เสนอไปถึง คสช.ว่าก็ต้องว่ากล่าวตักเตือน ต้องบอกไปว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของพวกคุณ รอให้เลือกตั้งก่อน ก็ไปบอกเขาว่าที่ออกมาบอกว่า คสช.ต้องการเลื่อนการเลือกตั้ง ต้องการสืบทอดอำนาจ คิดผิดทั้งสิ้น เพราะถ้าต้องการสืบทอดอำนาจจะมาประกาศเรื่องเลือกตั้งทำไม ส่วนเรื่องที่จะมีคนมายกธงเชียร์หรือมาแช่งก็จัดการไป อย่าให้มีอย่าให้เกิด อย่าให้มีการทำผิดกฎหมายกฎระเบียบที่ คสช.ออกไว้

      ถามว่าระยะหลังกองหนุนเริ่มค่อยๆ หายไป พลเอกบุญเลิศ-อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม ที่แม้วันนี้จะมอบบทบาทการเคลื่อนไหวดังกล่าวให้ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ อดีตรอง ผบ.สส.ทำหน้าที่แทนแล้ว แต่ก็ให้ความเห็นว่าถ้าพูดเรื่องนี้ก็ต้องขอพูดย้อนกลับไป เพราะไม่เคยเอาคนของฝ่ายต่างๆ เช่น องค์การพิทักษ์สยามไม่เอานายสนธิ ลิ้มทองกุล หรือฝ่ายหลวงปู่พุทธะอิสระ หลวงพ่อโพธิรักษ์ หรือพวก กปปส.มาเป็นพวกเลย ถูกไหม มีไหม แล้วจะได้ใครมาช่วยทำงานการเมือง

      “ผมขอใช้คำพูดว่า คุณต้องเลี้ยงหมาไว้กัดกับหมา ไม่ใช่คุณจะลงมาเป็นหมากัดกับหมาเอง ถูกไหม ถามว่าคุณเคยเอื้อเฟื้ออะไรกับกำนันสุเทพบ้าง ในฐานะที่เขาทำท่าจะเป็นพวกเดียวกับท่าน กำนันสุเทพเป็นพวกทหารไหม แล้วประธานองค์การพิทักษ์สยาม หรือมหาจำลอง เป็นพวกทหารไหม แป๊ะลิ้มเป็นไหม หลวงพ่อโพธิรักษ์ หลวงปู่พุทธะอิสระเป็นไหม

            แล้วคุณเคยเรียกคนพวกนี้มาคุยด้วยไหม มาเป็นพวกคุณไหม แต่คุณกลับไปเอาสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์, วิษณุ เครืองาม เอามาเป็นพวกคุณ มาเป็นนักกฎหมาย โดยที่คนพวกนี้เคยถูกเรียกเช่นว่าเป็นพวกเนติบริกรในสมัยทักษิณ ชินวัตรทั้งนั้น”

           พลเอกบุญเลิศ กล่าวต่อไปว่า "อ้าว แบบนี้หมายความว่าอย่างไร คนอื่นคุณไม่เอาใช่ไหม  คนที่เขาหวังดีกับคุณ ก็คือคุณไม่เคยเกื้อกูลมิตรของคุณเลย คือคุณก็ต้องเลี้ยงเขาไว้พวกนี้ เพื่อไว้กัดกับพวกนี้ เพราะเขารู้กันอยู่ รู้มือกันอยู่ แต่คุณเกื้อกูลกับศัตรูของคุณ คือแม้อาจไม่ใช่ศัตรู แต่เขาเคยอยู่กับฝ่ายทักษิณ ชัดเจนไหมแบบนี้ คิดได้ไหมแบบนี้ คุณไปเอามีชัย ฤชุพันธุ์ มาร่างกฎหมายให้ ก็ร่างออกมาแบบเก่า”

     ฟังจากที่พลเอกบุญเลิศกล่าวข้างต้น เลยถามไปว่าอาจเพราะนายกฯ ต้องการให้ คสช.มีลักษณะความเป็นกลาง พลเอกบุญเลิศ ก็ให้ความเห็นกลับมาว่า ก็อย่างที่บอกคือกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด คือไปคิดว่าที่ออกมาก็เพื่อไม่ให้คนสองกลุ่มฆ่ากัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ ที่ออกมาเพราะต้องออกมาเพื่อปฏิวัติ รัฐประหาร เพื่อสร้างบ้านแปงเมืองให้ดี แต่จะทำแบบไหนก็อยู่ที่ความคิดเขา แต่ไม่ใช่มาห้ามคนสองคนไม่ให้ทะเลาะกัน เพราะเป็นคณะรัฐประหารแล้วแต่ยังทำเหมือนกับบ้านเมืองในยามปกติ มันจะไปได้อย่างไร ทำไมไม่ปกครองบ้านเมืองแบบคณะปฏิวัติ คุณได้อำนาจรัฐ เป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่ยังไปเอากฎหมายบ้านเมืองที่บางเรื่องก็ไม่ได้ดีนักหนา เช่นเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน เพราะมันถ่ายโอนได้ เรื่องงี่เง่าโกหกทั้งนั้น มีใครรายงานจริงบ้าง

       พลเอกบุญเลิศ กล่าวถึงโรดแมปการเลือกตั้ง หลังถามว่าถึงเวลาควรเลือกตั้งได้หรือยัง โดยระบุว่ายังเพราะว่าพวกนักการเมืองยังหิวโซกันอยู่ ทหารถึงจะเกเราอย่างไรก็ยังไม่ถึงขนาดโกงชาติโกงแผ่นดินขนาดเท่านักการเมืองที่ผ่านมา

       อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม เสนอว่าให้เลื่อนไป จนกว่าประชาชนพร้อมจะเลือกคนดีเข้าไปในสภา ไปบริหารบ้านเมืองได้ เรื่องช่วงเวลาก็แล้วแต่ ก็ดูความเหมาะสมว่าประชาชนพร้อมไหม  พร้อมที่จะไม่รับเงินหรือยัง ก็อาจทดลองดูก่อนก็ได้ ถ้ายังมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอยู่ก็ไม่เอา ก็เลื่อนไปอีกเพราะยังไม่พร้อม ทดลองดูได้ เช่นให้ลองเลือกตั้งก่อนสักสองจังหวัด ไม่ต้องทำทั่วประเทศ ให้เห็นกันชัดๆ เลย แล้วก็ให้สื่อไปดูจัดไป อย่างต่างชาติอยากไปดูก็ให้ไปดู เช่นให้ไปกินไปนอนในจังหวัดที่ทดลอง ก็ไปอยู่ระยะหนึ่ง  

        - ถ้าปีนี้ไม่มีการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ปีหน้าอาจจะเลื่อนอีก ประเทศจะเสียหายหรือไม่?

          ผมว่าไม่เสีย มันจะเสียยังไง ถ้าเลือกตั้งไปแล้วยังได้แบบเก่า เลือกไปแล้วไม่ได้ก็เดินขบวนบอกว่าทุจริตคอร์รัปชัน คือคณะปฏิวัติต้องมีคณะที่ปรึกษาที่ชัดเจน กำหนดให้มันแน่นอน แล้วอย่าพูดคนเดียว เพราะไม่ใช่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว การพูดอะไรต้องให้มันชัดเจนถึงพูดออกไป เช่นเรื่องโรดแมปการเลือกตั้ง  แต่ในส่วนของเรื่องระยะเวลาการเลือกตั้ง มองว่านักเลือกตั้งมีอยู่ประมาณสามพันคนที่อยากลงเลือกตั้ง  นอกนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องไม่เดือดร้อนอะไร คนที่เดือดร้อนคือคนอยากลงเลือกตั้ง อยากเป็นรัฐมนตรี จะลงสมัครเป็น ส.ส.ที่เขาเดือดร้อน

     พลเอกบุญเลิศ วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของนายทหารรุ่นน้องคือ พลเอกประยุทธ์ กับโอกาสการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบสองว่า เท่าที่ดูตาม รธน.ก็มีโอกาสสูงเพราะมีให้เอื้อเยอะ เช่นมี ส.ว.ที่คสช.สรรหามา 250 คน ส่วนเรื่องพรรคทหารเขาก็คงต้องมี หากพลเอกประยุทธ์อยากเป็นก็ต้องมีพรรคทหาร ตอนนี้ก็เห็นมีพรรคที่สนับสนุนนายกฯ อยู่ พรรคของไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ แต่หากบิ๊กตู่จะกลับมาเขาก็ต้องเปลี่ยนลุกส์ใหม่ ต้องพูดให้น้อยกว่านี้ แล้วพูดแล้ว ต้องเป็นไปตามคำพูด พูดให้น้อยลงจะดี เพราะมีกองกำลังหนุนเต็มที่ ส่วนภาพรวมดูแล้ว คสช.คงไม่เพลี่ยงพล้ำอะไร เพียงแต่ต้องพยายามชี้แจงเรื่องที่คนไม่เข้าใจให้เขาเข้าใจ

     ถามย้ำอีกรอบ สรุปว่าถึงตอนนี้พอใจการทำงานของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน พลเอกบุญเลิศ ตอบว่าไม่พอใจ แต่พูดไม่ได้ ก็อย่างที่พูดเขาไปเลียนแบบทักษิณ เช่นไปออกทีวีพูดทุกวันศุกร์ พูดทำไมทุกวันศุกร์ แล้วก็ไปพูดเรื่องไม่สำคัญ คุณต้องพูดแต่เรื่องสำคัญ ต้องพูดเรื่องที่คนอยากได้ยิน หากไปพูดทุกเรื่องพูดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ มันก็ยังงั้น ก็อย่างที่คนบอก ช่วงนั้นคนเขาจะดูละครกันแล้วมาพูดแบบนี้ก็เสียเวลา ต้องพูดแต่เรื่องสำคัญ ไม่ใช่พูดแบบมาอธิบายวิชาการเรื่องโน้นเรื่องนี้ ที่อยากแนะนำพลเอกประยุทธ์ก็คือ ต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ทำข้อบังคับให้เป็นข้อบังคับ พูดแล้วต้องทำให้ได้และพูดให้น้อยลง

          - จุดอ่อนรัฐบาล คสช.?

      จุดอ่อนคือไม่คิดให้รอบคอบแล้วไปทำ การเป็นรัฐบาลเป็นเรื่องใหญ่ ต้องคิดให้รอบคอบก่อนแล้วถึงทำ ผมถึงผิดหวังไง คือรัฐบาลทหารต้องเนี้ยบกว่านี้

          - คนมองว่าจุดอ่อนอย่างหนึ่งของ คสช.คือ ช่วงหลังเริ่มเอาแต่พวกพ้องคนใกล้ชิด?

      ก็ธรรมดา นักการเมืองก็เอาคนใกล้ชิด ก็เอาแต่คนในพรรคเดียวกันหมด พรรคเพื่อไทยจะไปเอาคนประชาธิปัตย์มาทำงานเป็นรัฐมนตรีด้วยกันหรือก็ไม่ใช่ ก็เอากันทั้งนั้น มันไม่ใช่จุดอ่อนแต่เป็นจุดแข็ง เพราะไม่เอาพวกแล้วจะเอาใคร

       ถามแย้งว่าช่วงหลังมีคนมองว่าคนในสายต่างๆ ที่เป็นเครือข่ายใกล้ชิดกลุ่มวงษ์สุวรรณได้ดิบได้ดีหมด พลเอกบุญเลิศ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ต้องเข้าใจคน เราจะปล่อยให้น้องให้ญาติเป็นหมาอยู่หรือ ก็ต้องให้พี่น้องเรามีชื่อมีเสียง แต่ต้องมาทำประโยชน์ให้คนเห็น ไม่ใช่มาทำให้คนเห็นเป็นโทษกับเรา ถ้าทำให้เป็นโทษกับเราก็ต้องตักเตือน แต่จะไปบอกว่าเขาเล่นพวกเล่นพ้องก็ไม่ใช่ ก็ทุกคนทั้งนั้น ขึ้นมาก็ต้องเอาพวก ท่านมีสมบัติอยู่เวลาใกล้ตายจะยกสมบัติให้วัดหรือให้ลูก ต้องพูดกันเรื่องจริง ถ้าพูดไม่จริงก็โกหก

       ถามว่ามองดูแล้วปลายทางบิ๊กตู่จะเป็นวีรบุรุษหรือโมฆบุรุษ พลเอกบุญเลิศ บอกว่าก็ยังไม่รู้ ต้องให้จบก่อน ยังไม่จบเลย ไม่รู้จะจบอย่างไร ส่วนจะจบสวยหรือไม่สวยขึ้นอยู่กับตัวนายกฯ คือถ้าทำคุณงามความดีให้ประเทศชาติก็ไปได้สวย แต่ถ้าทำสิ่งไม่ดีไว้ ยิ่งยุคนี้ทำเข็มตกเล่มเดียวคนก็เห็น สื่อก็รู้.

                                                                                      โดย ศิริรัตน์ บุรินทร์กุล

                                                                                                วรพล กิตติรัตวรางกูร

……………………………………………..

เสธ.อ้าย ประธาน ตท.1  มองสัมพันธ์ลึก 'บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่'

          พลเอกบุญเลิศ-ประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 1 พูดถึงกระแสกดดันให้พลเอกประวิตรลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองจากปมนาฬิกาหรูว่า คงไม่มีอะไร เพราะเขาก็บอกว่าเขาทำตามกฎหมาย เรื่องทรัพย์สินที่ได้มาเพิ่ม เขาก็บอกว่าต้องรอตอนพ้นจากตำแหน่งแล้วยื่นบัญชีทรัพย์สินอีกรอบ ผมว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร แต่เป็นเพราะไม่พูดให้เข้าใจตั้งแต่ต้น ซึ่งหากพูดตั้งแต่ต้นว่ามีมาได้อย่างไรก็จบ พูดให้คนเข้าใจ ไม่ให้คนสงสัย ดูแล้วยังมองว่าพลเอกประวิตรคงไม่ได้มีท่าทีท้อใจ แต่คงเบื่อบ้างหรือรำคาญ

      - พลเอกประวิตรกำลังเป็นจุดอ่อน ทำให้พลเอกประยุทธ์กระแสนิยมตก?

          ในจุดอ่อนก็มีจุดแข็ง และในจุดแข็งก็มีจุดอ่อน ถ้าพูดว่าพลเอกประวิตรเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลก็พูดแบบไม่ให้ความยุติธรรมกับเขา เพราะเขาก็ช่วยประสานเรื่องต่างๆ ให้รัฐบาลอยู่ได้

       เราต้องอย่าลืมว่าพลเอกประวิตรเป็นลูกพี่ของบิ๊กตู่ บิ๊กป๊อกมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ จนพลเอกประวิตรขึ้นมาเป็น รมว.กลาโหม ก็ได้มีโอกาสแต่งตั้งพวกนี้ให้ขึ้นมาเป็นนายทหารใหญ่ มันก็เป็นความผูกพันกันอย่างที่นายกฯ บอกว่าผูกพันกันมาสี่สิบกว่าปี นิสัยใจคออะไรก็รู้หมด มองดูแล้วเรื่องนาฬิกาพลเอกประวิตรคงไม่ส่งผลอะไรกับรัฐบาล สถานการณ์รัฐบาลตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง ขอให้หัวหน้ารัฐบาล หัวหน้า คสช.พูดจาทำความเข้าใจกับประชาชนให้ดี

       ถามพลเอกบุญเลิศในฐานะอดีตนายทหารใหญ่ หากพลเอกประยุทธ์ไม่มีพลเอกประวิตรก็คงลำบาก พลเอกบุญเลิศ มองประเด็นนี้ว่าไม่ลำบากหรอก เมืองไทยไม่มีอะไรลำบาก เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ยกตัวอย่างมีนิตยสารฉบับหนึ่ง คนในกอง บ.ก.บอกว่าหากผมไม่ได้เป็น บ.ก. นิตยสารจะเจ๊ง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ เพราะก็คงมีคนอื่นที่ทำหน้าที่นั้นได้ เพราะฉะนั้นพลเอกประวิตรก็มีความสำคัญ เพียงแต่ก็ไม่ใช่ว่าขาดแล้วจะไม่ได้-ไม่ใช่ หรือไม่ขาดก็ได้ก็แล้วแต่

     - นายกฯ ควรทำอะไรกับบิ๊กป้อม หรือไม่กล้า?

     ไม่กล้า แล้วก็ไม่ทำด้วย ต้องแล้วแต่บิ๊กป้อม จะไปให้นายกฯ บอกว่าพี่ป้อมผมจะปรับพี่ออกนะหรือ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นกระแสอะไร คือถ้าผมเป็นบิ๊กป้อมก็อาจใช้วิธีเรียกคนที่เขาออกมาแล้วถามว่า ต้องการอะไรจากผม แล้วก็พูดเรื่องขั้นตอนการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ไปว่าต้องทำตอนไหน โดยให้บอกว่าตอนนี้ยังอยู่ในตำแหน่ง ยังไม่ได้พ้นจากตำแหน่ง รอให้พ้นก่อนแล้วจะชี้แจงได้ไหม ขอเวลาก่อน.


เป็นไงบ้างครับ กับผลเลือกตั้งเมื่อวาน?ต้องบอกว่า นี่คือสัญญาณประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "ยุคเปลี่ยนผ่าน" แท้จริงแล้ว!แต่สรุปชัดเจนลงไปทีเดียวยังไม่ถนัด เพราะตอนลงมือคุยกับท่าน ตอน ๒ ทุ่ม (๒๔ มี.ค.๖๒)

ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'