
6 ก.พ. 62 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณีปัญหาการส่งตัวนายฮาคิม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน และผู้ลี้ภัยประเทศออสเตรเลีย โดยติดแฮชแท็ก # saveThailand ระบุว่า "วันนี้ ประเทศไทยตกเป็นเป้าจับตามอง ตกเป็นจำเลยของใครๆก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในหว่างเขาควาย หรือหนังหน้าไฟ เนื้อไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่ถูกชาวโลกกดดัน ให้ไทยอย่าส่งนายฮาคิมไปรับโทษที่บาห์เรนและให้ส่งตัวกลับออสเตรเลียตามที่ออสเตรเลียร้องขอ รวมทั้งคนไทยบางส่วนที่ผสมโรงกดดัน นำไปเป็นประเด็นทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง
ก่อนอื่น ต้องปูพื้นฐานสำหรับบางคนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นายฮาคิมเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน แต่ถูกทางการบาห์เรนตั้งข้อหาว่า เผาทำลายทรัพย์สินในสนามฟุตบอลและหลบหนีไปขอลี้ภัยในออสเตรเลีย ต่อมาเดินทางมาประเทศไทยพร้อมแฟน เพื่อมาฮันนีมูน แต่ถูกทางการไทยจับกุมตัวเนื่องจากมีหมายจับของตำรวจสากล อินเตอร์โพล และทางการบาห์เรน ประสานขอให้ทางการไทยส่งตัวกลับไปรับโทษที่บาห์เรนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ปัจจุบัน คดีของนายฮาคิมกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล การจะส่งนายฮาคิมกลับไปบาห์เรนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ซึ่งคนไทยทุกคนรับรู้อยู่ว่า ไม่มีหน่วยงานใดสามารถก้าวล่วงหรือแทรกแซงอำนาจของศาลได้
ประเทศไทยจะมีหนทางปฏิบัติอย่างไรได้บ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางแรก ยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิในการเลือกถิ่นทึ่อยู่ของนายฮาคิม ที่หลบหนีประเทศและประสงค์ลี้ภัยในออสเตรเลีย กรณีนี้ไม่เหมือนกรณีของสาวน้อยชาวซาอุดิอาระเบียที่หลบมาอยู่สนามบินสุวรรณภูมิและเตรียมต่อเครื่องบินไปประเทศที่สาม (ออสเตรเลีย) แต่ยังไม่ได้เข้าประเทศ และไม่มีความผิดติดตัว ไม่มีหมายจับของตำรวจสากล การพิจารณาส่งตัวไปลี้ภัยในคานาดาจึงสามารถปฏิบัติได้ทันทีตามประสงค์ของเจ้าตัวและประเทศที่จะรับลี้ภัย ทางที่สอง ยึดหลักกฏหมายระหว่างประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน คดีนี้ มีหมายจับของตำรวจสากล แต่มีประเด็นว่า ฐานความผิดของนายฮาคิมที่ทางการบาห์เรนกล่าวหา ตรงกับฐานความผิดในกฏหมายไทยหรือไม่
ประการต่อไป กรณีนี้ คงต้องพิจารณาต่อไปว่า ไทยมีความตกลงกับทางการบาห์เรนในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการแลกเปลี่ยนนักโทษกันหรือไม่ ซึ่งศาลอาจจะนำประเด็นนี้ไปพิจารณาด้วย แต่ประเด็นที่อยากจะเขียนเพื่อเตือนสติคือ ว่า ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างมากกับบาห์เรน สุลต่านบาห์เรนเสด็จมาประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์บ่อยครั้งมาก หรือจะกล่าวได้ว่า ทรงรักเมืองไทย ไม่อยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและบาห์เรนต้องเสียหาย เพราะคนเพียงหนึ่งคน เรื่องนี้ไม่อยากให้คนไทยกดดันศาล กดดันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ อย่าหลงไปตามกระแสของตะวันตก ที่พยายามหยิบยกเรื่องมนุษยธรรม สิทธิเสรีภาพมากดดัน ทีประเทศไทยมีผู้กระทำผิดหลบหนีคดีในชั้นศาลไปต่างประเทศ ทั้งคดีอาญาและคดีหมื่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ว่าคานาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งมังค่า เฉยหมดไม่สนใจ
ประการสำคัญ นายฮาคิมเป็นใคร มีความสำคัญอย่างไร คนไทยทั่วไปไม่รู้ ไทยไม่ได้มีอคติอะไรและไม่ได้ประโยชน์อย่างใดๆ ทั้งสิ้นต่อกรณีนี้ แต่ตำรวจสากลโดยทางการออสเตรเลียด้วยซ้ำ ที่แจ้งเตือนให้ไทยจับกุม แต่มากลับลำ ไม่ให้ส่งตัวคืนให้บาห์เรน แต่ให้ส่งตัวกลับออสเตรเลียในฐานะผู้ลี้ภัย ไทยเป็นประเทศมีอธิปไตย มีอิสระทางการศาล ไม่ต้องรับคำสั่งจากชาติใดให้ต้องทำหรือต้องปฏิบัติอย่างไร แต่ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับบาห์เรนและออสเตรเลีย การยอมตามฝ่ายหนึ่ง ไม่ยอมตามอีกฝ่ายหนึ่ง ไทยย่อมไม่ได้ประโยชน์อะไร หากทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันโดยตรงได้ ไทยจะได้ไม่อึดอัดและลำบากใจ อย่างไรก็ตาม คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแล้ว คงต้องรอการตัดสินของศาลว่า จะมีคำพิพากษาอย่างไรให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
ขอให้คนไทยรักเมืองไทยให้มากๆ อย่ารักคนอื่นมากกว่าประเทศตัวเองครับ".
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |