ระอุ!'ไพบูลย์'ร้องกกต.วินิจฉัยให้'ทษช.'ระงับเสนอพระนามทูลกระหม่อมฯเป็นนายกฯบัญชีพรรค


   

8 ก.พ.62 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายไพบูลย์  นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศ (ปชช.) เข้ายื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ขอให้กกต.พิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม    ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หมวด 4  ลักษณะต้องห้ามในการ    หาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 โดยระบุว่า ตนได้ทราบข่าวจากสื่อสาธารณะว่า ทษช.  โดยกรรมการบริหารพรรคมีมติเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค แม้ว่าทูลกระหม่อมฯจะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แล้ว ตั้งแต่ปี 2515  แต่ทูลกระหม่อมฯ  ทรงเป็นเจ้าฟ้าชั้นทูลกระหม่อม ดังนั้นจึงทรงเป็นส่วนหนึ่ง ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองของประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข  การที่ ทษช.ได้ยื่นเสนอพระนามในบัญชีนายกรัฐมนตรี  ย่อมต้องมีการนำพระนามของทูลกระหม่อมฯไปใช้ประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคอันเป็นการเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561  หมวด 4  ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือ ผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง 

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 6/2543 กรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขอบเขตของการบังคับใช้เกี่ยวกับหน้าที่ของบุคคลที่จะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยในคำวินิจฉัยดังกล่าวมีข้อสรุปเพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ บทดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปโดยกำเนิดหรือจากการแต่งตั้ง  ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมืองและความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องของฐานันดรศักดิ์ แต่เป็นเรื่องฐานะโดยกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดา  ดังนั้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงสอดรับกับคำร้องที่ตนนำมายื่นต่อประธาน กกต. จึงเห็นว่าประธานกกต.ควรรับไว้วินิจฉัยโดยเร็ว เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักการของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

เมื่อถามว่าทูลกระหม่อมฯทรงลงนามยินยอมให้ทษช.เสนอชื่อเป็นแคนดิเดทนายกฯแล้ว นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ขอก้าวล่วงประเด็นดังกล่าว ตนมายื่นเรื่องให้ตรวจสอบพรรคทษช. ในประเด็นข้อกฎหมาย  ซึ่งมีปัญหาเข้าข่ายที่กกต.ควรรับไว้วินิจฉัย ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกกต.

“ผมรีบเสนอความเห็นมายัง กกต. เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของ ทษช. ว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต.หรือไม่  หากมีปัญหาขัดต่อระเบียบดังกล่าว  ขอให้กกต. สั่งให้ ทษช. ระงับการเสนอพระนามฯ ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยไม่ประสงค์ให้มีการยุบพรรคทษช. โดยเฉพาะในช่วงใกล้มีการเลือกตั้งยิ่งไม่ต้องการให้พรรคใดถูกยุบ อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่มีปัญหากับพรรค ทษช.  หัวหน้าพรรคกับผมก็เหมือนเป็นคนรุ่นหลาน การที่รีบยื่นคำร้องต่อกกต.ก็เพื่อไม่ให้ ทษช.ทำผิดมากขึ้นไปกว่านี้ แค่ต้องการให้ระงับการใช้พระนามเท่านั้น” นายไพบูลย์กล่าว.


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?