'บิ๊กแป๊ะ'ฉุน'รองสว.สันติบาล'เป็นโจรเสียเองงัดรถขโมยทรัพย์สินในสตช.


เพิ่มเพื่อน    

11ก.พ.62-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อ วันที่ 9 ก.พ.2562 เวลาประมาณ 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์. บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน (อาคาร 16 ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบ ร.ต.อ.เอกชัย  เพ็งจันทร์ ผู้ต้องหา (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) กำลังทำการงัดแงะรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภจ-3641 กรุงเทพมหานคร ของ ส.ต.ท.อนุสรณ์ ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังฝั่งขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์คันดังกล่าวจริง ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงได้ประสานให้เจ้าที่ตำรวจกองรักษาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำการเข้าตรวจค้นตัว โดยก่อนการตรวจค้นตัวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ร.ต.อ.เอกชัย จึงยินยอมให้ทำการตรวจค้นพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย 

จากการสอบถามให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท จำนวน 1 คู่และรองเท้าผ้าใบจำนวน 2 คู่ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าวและวางไว้ที่บริเวณด้านท้ายของรถยนต์คันดังกล่าวและได้ลักเอายางอะไหล่รถยนต์ 1 เส้น และ พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก จำนวน 1 เส้น ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าว แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ภายในรถยนต์ กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของ ร.ต.อ.เอกชัยฯที่จอดไว้ใกล้เคียงกันภายในลอนจอดรถไว้ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมตัวได้ 

ร.ต.อ.เอกชัย ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอา 1.เครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ จำวน 3 ตัว , 2.เครื่อง Baseline Switch 2250 plus(3 com) จำนวน 1 ตัว , 3.เครื่อง Switch ยี่ห้อ D-Link จำนวน 1 ตัว , 4.เครื่อง Switch 3 com ตัวเล็ก จำนวน 1 ตัว , 5.เครื่อง Mainboard Print จำนวน 1 ตัว และ 6. ตลับม้วนเทป จำนวน 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถยนต์กระบะของ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ร.ต.อ.เอกชัย และ มีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด” และ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการ สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

"ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าวและจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และ กำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ โดยเน้นย้ำ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น"


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้