"เชิด" ไม่ไหวแล้ว!!!


   

      ฮื่ออ์อ์อ์...ท่าทางน่าจะลำบากมิใช่น้อย ไม่ใช่แต่เฉพาะพรรค ทษช. ที่ขณะเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ ยังไม่รู้ว่าออกหัว-ออกก้อย สำหรับการวินิจฉัย ตัดสินใจ ของ กกต. แต่ต้องเรียกว่า...โดยรวมๆ ของบรรดาพรรคตระกูล เผา ทั้งหลายนั่นแหละ ที่น่าจะจัดอยู่ในลักษณะอาการระดับ ดากระบม ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

                                                              ---------------------------------------------------

      คืองานนี้...ถึงพยายามเชิดคอ เชิดคาง ชินอัพ-เชียร์อัพ กันแบบไหน อย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ในเมื่อแนวโน้มในแต่ละเรื่อง แต่ละด้าน มันออกจะหนักไปทาง แอสโฮล ซะเป็นหลักใหญ่ โอกาสที่จะ ไลฟ์ มัสต์ โก ออน เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เหมือนที่แล้วมาไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย มันคงไม่น่าจะ เมกเซนส์ มากมายซักเท่าไหร่ เพราะอย่างน้อย...คงต้องแสบก้น แสบริดสีดวงทวาร กันไปพอสมควร สำหรับความผิดพลาดในการวางหมาก วางเกม ซึ่งออกจะเป็นอะไรที่ เสี่ยง เอามากๆ...

                                                              ---------------------------------------------------

      อันเป็นไปตามแบบ ตามสไตล์ ของ นายใหญ่ เขานั่นแหละ ที่ถนัดในการวางหมาก วางเกม แบบชนิด ตาดีได้-ตาร้ายเสีย มาโดยตลอด ซึ่งการวางหมาก วางเกม ในลักษณะเช่นนี้...ถ้านำไปใช้กับการติดต่อขอ สัมปทาน  การ เก็งกำไร ค่าเงิน อะไรต่อมิอะไรก็คงพอได้ เพราะสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจ ในช่วงหลังๆ มันคงไม่ได้ต่างอะไรไปจาก การพนัน มากมายซักเท่าไหร่ แต่ถ้าดันนำมาใช้กับ การเมือง ที่มันยังครอบคลุมไปถึงอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ ไม่ว่าเรื่องของขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคม ฯลฯ อันนี้...มันเลยส่งผลให้ต้อง แพ้ ต้อง ดากระบม มาโดยตลอด...

                                                                 -----------------------------------------------------

      เพราะสำหรับ ทษช. นั้น...ไม่ว่า กกต. ท่านเห็นเป็นเช่นใด แต่โดยลักษณะอาการเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ในขณะนี้ น่าจะจัดอยู่ในประเภทจำบ้านเลขที่ไม่ได้ หาทางเข้ามุมยังไม่เจอ และในเมื่อ ทษช. ดันเกิดอาการคางเปราะ คางหุบ ชนิดแทบไม่เหลือคางให้เชิดอีกต่อไป...ย่อมหนีไม่พ้นต้องส่งผลให้ พท. พลอยต้องลำบากไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ คือในเมื่อ แบงก์พัน ที่แตกไปเป็น แบงก์ห้าร้อย มันดันไม่ได้ถูกทอนกลับมา แต่กลับไหลลงท่อซะดื้อๆ!!! ไอ้ที่เคยคิดๆ ว่ารวมๆ กันแล้วอาจขึ้นไปถึง 300 สามารถจัดตั้งรัฐบาลโดยมี ลูกวัน หรือ ลูกที่มึงไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อกู ผงาดขึ้นเป็นรัฐมนตรี ย่อมต้องเลือนๆ รางๆ ยิ่งกว่าความฝันกลางฤดูร้อนอยู่แล้วแน่ๆ...

                                                               ------------------------------------------------------

      กระทั่งเศษเหรียญ เศษสตางค์ อย่างพรรค พช. ก็เถอะ...การที่คุณน้อง จตุพร ตุ๊ดตู่ ท่านถึงกับต้องยกเลิกคิวเดินสาย กันไปสามวัน แปดวัน อันนี้ก็ต้องถือว่า อาการออก ไม่ต่างไปจากกันซักเท่าไหร่ หรือพูดง่ายๆ ว่า...สำหรับแนวโน้มการเลือกตั้งที่ยังเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมง เครือข่ายตระกูล เผา หรือเครือข่ายตระกูล เพื่อ ทั้งหลาย น่าจะต้อง เหี่ยวปลาย ไปโดยตลอด โอกาสที่จะ ชินอัพ-เชียร์อัพ หรือโอกาสที่จะหาอะไรมา เชิดคอ-เชิดคาง มันน่าจะหายาก หาเย็น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุเพราะอวัยวะส่วนล่างอย่าง แอสโฮล หรือ รูตูด มันออกจะระบมไปด้วยกันทั้งนั้น...

                                                                 -----------------------------------------------------

      งานนี้...ก็เลยต้องสรุปว่า ก๊กไม่เอาบิ๊กตู่ นั้น น่าจะเสื่อมราคา เสียราคา จนไม่น่าจะหยิบมาคิดอะไร ให้ต้องปวดหัว เวียนเฮด โดยใช่เหตุ เลยเหลือแต่ ก๊กเอาบิ๊กตู่ กับ ก๊กเอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็เชิง นั่นแหละ ที่จะต้องหาทางปรับคลื่น จูนคลื่น เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าถ้าหากต่างฝ่ายต่างได้มา เกิน 100 ด้วยกันทั้งคู่ จะยังต้องรบกันต่อ หรือต้องหันมารักๆ กันเข้าไว้ เพื่อไม่ให้พงศาวดาร 3 ก๊กฉบับไทยๆ ต้องเป็นไปตามแบบฉบับจีนๆ มากมายเกินไปนัก ซึ่งก็คงไม่ถึงกับน่าหนักใจมากมายซักเท่าไหร่ ไม่ถึงกับต้องวิตก กังวลใดๆ อีกต่อไป เพราะมันคงเป็นไปตาม ธรรมชาติทางการเมือง โดยปกตินั่นเอง...

                                                                 --------------------------------------------------------

      ส่วนพรรคของพวกเด็กๆ เขา...ที่เรียกๆ กันว่าพรรค ส้มหวาน หรือที่เพิ่งติดแฮชแท็ก ฟ้ารักพ่อ ไปตามกลไกตลาด อันนี้...ก็ไม่ถึงกับน่าหนักใจอะไรมาก เพราะออกจะเป็นอะไรที่วูบๆ ไหวๆ ไปตามกระแส ไม่ได้ถึงกับต่อเนื่อง ยั่งยืน มั่นคง ถาวรในระยะยาว เนื่องจากโดยลักษณะลีลาก็คงไม่ได้ต่างไปจากครั้งที่ นายใหญ่ เพิ่งโดดเข้าสู่เส้นทางการเมืองในช่วงแรกๆ นั่นแหละทั่น คือสุดท้าย...ก็หนักไปทางเก็งกำไร เล่นเกมเสี่ยง แบบตาดีได้ตาร้ายเสีย โดยอาศัยการตลาดเป็นตัวช่วย ดังนั้น...ในเมื่อระดับ คนรุ่นเก่า ที่เดินไปในแนวนี้ ยัง ตกม้าตาย คราวแล้ว คราวเล่า แล้ว คนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปลี่ยนฟันน้ำนมไปหมาดๆ จะไปเหลืออะไร??? เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังคงเดินหน้าไปใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตราบนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างคงต้องเป็นไปในแบบละเอียด ประณีต นิ่มนวล และคลาสสิกพอสมควร จะมาเล่นกันแบบหยาบๆ ทื่อๆ ดื้อๆ คงมิได้!!!

                                                                      -------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก High Roads of Literature (อีกครั้ง)... Wit and sense, virtues and human knowledge---all that might make this dull world a business of delight.- ปัญญา ไหวพริบ สติสัมปชัญญะ คุณธรรมความรู้ กล่าวโดยย่อก็คือ...สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่จะเอื้ออำนวยให้โลกอันน่าเบื่อ กลายเป็นสถานที่อันน่าภิรมย์ชมชื่น...

                                                                    -------------------------------------------------------


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'