'หยุดมัน' หรือให้มัน 'หยุดเรา'


   

    ถือว่า กกต.ทำงานเร็ว!    
    ประชุมเมื่อวาน (๑๑ ก.พ.๖๒)
    อนุมัติ "๖๙ รายชื่อ" จาก "๔๕ พรรค" ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ให้เป็น "ว่าที่นายกฯ" ของแต่ละพรรคไปแล้ว เช่น........
    พลเอกประยุทธ์ ว่าที่นายกฯ พรรคพลังประชารัฐ
    นายอภิสิทธิ์ ว่าที่นายกฯ พรรคประชาธิปัตย์
    คุณหญิงสุดารัตน์-นายชัชชาติ-นายชัยเกษม ว่าที่นายกฯ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
    แต่ไม่มีชื่อ "พรรคไทยรักษาชาติ" รวมอยู่ในจำนวนที่ให้ความเห็นชอบ!
    ก็หมายความว่า.........
    กรณีพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอพระนามสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นนายกฯ ของพรรค นั้น
    ยังอยู่ในการพิจารณา กกต.ประชุมกันต่อวันนี้ (๑๒ ก.พ.)
    ไม่ต้องว้าวุ่นกันไปหรอก เมื่อมี "พระราชโองการ" ว่า
    "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ไปเกี่ยวข้องการเมือง เป็นการกระทำขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"
    ดังนั้น ตัดทิ้งได้เลย ในประเด็น "เห็นชอบ"
    เหลือประเด็นเดียว ที่ต้องพิจารณา และต้องชี้ขาด คือ
    ผิดนี้ ถึงขั้นยุบหรือไม่ยุบพรรค?
    ในเมื่อมี "พระราชโองการ" ถึงขั้นนั้น ที่ กกต.จะเพิกเฉย ละเลย หรือถ่วงดึงให้เนิ่นนาน ไม่ต้องห่วง
    ภายใน ๑๕ กุมภา ทุกอย่างชัดเจน!
    ชัดเจนในที่นี้ หมายถึงจะถึงขั้นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "ยุบพรรค" หรือไม่ นั่นแหละ?
    ส่วนประเด็น "นายกฯ ของพรรค" ไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยอีก!
    ทุกท่านคงทราบ ถึงตอนนี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ
    หลบไปทางไหนกันก็ไม่ทราบ 
    เย็นวาน เห็นนัดประชุมที่พรรค ก็ล่ม...นัยว่า มากันไม่ครบองค์
    มีแต่ "นายรุ่งเรือง พิทยศิริ"
    หนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรค ฉีกตัวไปยืนยัน กกต.ว่าได้ลาออกจากสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติไปแล้ว ตั้งแต่ ๔ ก.พ.
    ฉะนั้น เขาไม่เกี่ยว กรณี กก.บห.พรรค มีมติเสนอชื่อสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ เป็นว่าที่นายกฯ
    "ผมยื่นลาออกเอง ไม่ใช่ชิงลาออก เพราะทราบว่า ในวันที่ ๔ ก.พ.จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมีมติส่งแคนดิเดตนายกฯ ผมทราบว่าจะมีการประชุม แต่ไม่ทราบจะมีการพิจารณาเรื่องอะไร 
    แต่เมื่อตัดสินใจลาออก ก็ไปยื่นหนังสือกับหัวหน้าพรรคในตอนเช้า จากนั้นก็ออกจากพรรคไปทำภารกิจส่วนตัว"
    อดีต "ลูกพรรคบิ๊กจิ๋ว" ที่มาเป็น กก.บห.ไทยรักษาชาติว่างั้น!
    เออ แล้วใครบ้างล่ะ......    
    ที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ดูหน้ากันหน่อยซิ
    ตามที่ยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ ก็มี
    ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร  รองฯ ที่ ๒, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔ 
    นายรุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค 
    นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์  รองฯ ที่ ๓ 
    นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค, น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค,  นางวรรษมล  เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต) เหรัญญิกพรรค
    ก็สอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายงานถึงคำแถลง ร.ท.ปรีชาพล ขณะไปยื่น กกต.เช้า ๘  ก.พ.ว่า
    "วันนี้ แกนนำพรรคได้มายื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคซึ่งคือ 'ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี'  
    โดยคณะกรรมการบริหารได้ประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้าที่ประชุม กก.บห.เมื่อวันที่ ๔ ก.พ. โดย กก.บห.เห็นพ้องว่า
    ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นชื่อที่มีความเหมาะสมที่สุด 
    จึงมีมติเห็นชอบ 
    จากนั้น เราได้ติดต่อประสาน ซึ่งท่านเองก็มีพระเมตตา ตอบรับ และยินยอมให้ ทษช.เสนอชื่อ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เป็นนายกฯ ในนามของ ทษช. 
    วันนี้ ผมถือว่าเป็นพระเมตตาที่ท่านได้เสียสละ และลงมาทำงานให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านให้เกียรติตอบรับเป็นบัญชีนายกฯ ของ ทษช."
    ก็เป็น "หลักฐาน" ชัดเจน......
    ตามรายชื่อทั้งหมดนั่นแหละ ในฐานะ กก.บห.ที่ "มีมติเห็นชอบ"
    ต้อง "รับผิด-รับชอบ" ในด้านกฎหมายที่จะตามมาทุกกรณี!
    เหมือนกรณียุบพรรค "ไทยรักไทย" เมื่อ พฤษภา ๕๐ ที่ กก.บห. ๑๑๑ คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ ๕ ปี
    ส่วนคนที่ลาออกก่อนหรือไม่ได้ร่วมลงมติ เมื่อมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็รอด!
    ประเด็นว่า สมมุติโทษถึงขั้นยุบพรรค และมีทางอาญาตามมาอีก
    จะ "ฆ่าตัดตอน" จบ แค่ ร.ท.ปรีชาพลและคณะกรรมการบริหาร ๑๔-๑๕ คนเท่านั้นหรือ?
    ก็อยู่ที่จะเอากันเฉพาะหน้าดิน หรือขุดราก-ขุดหัวใต้ดิน ไม่ให้มันแทงหน่อขึ้นมาตำมือ-ตำตีน ได้อีก
    การทำกันครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เห็นในรอบ ๑๐ ปี อย่างนั้นแหละ มันจึงได้ใจ 
    มันเข้าใจในคำ "สื่อสารครองโลก" ใครยึดสื่อได้ เท่ากับยึดโลกได้ ในยุค "โลกาภิวัตน์"
    มันโกงชาติเอาเงินไปเยอะ 
    มันก็ใช้เงิน จ้างสื่อนอก-สื่อใน, จ้างองค์กรรับจ้างเคลื่อนไหว ทั้งนอก-ทั้งใน จ้างนักวิชาการ และใครต่อใครที่ยอมให้เงินแลกได้
    สร้างข่าว สร้างวาทะ สร้างสถานการณ์กดดัน สร้างบรรยากาศโลกล้อมประเทศ
    ปีแล้ว-ปีเล่า ให้คนเหล่านั้น ปั้นข่าวเท็จ-เรื่องเท็จ หลอกให้ชาวโลกเข้าใจผิด ต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง และสถาบันกองทัพ
    เท็จบ่อยๆ และช่วยกันย้ำบ่อยๆ นานเข้า คนก็หลงว่าจริง
    เมื่อมันสร้างเรื่องเท็จ จนสังคมส่วนหนึ่งทึกทักเป็น "ฐานสังคมจริง" ของประเทศ
    มันก็โจมตี "จุดแข็ง" ด่านสุดท้าย คือ "สถาบันพระมหากษัตริย์"!
    มันรู้ ว่าแผนนี้ "ไม่สำเร็จ"
    แต่...มันเป็นความไม่สำเร็จของพวกหน้าโง่ที่มันหลอกให้ไปตาย-ไปติดคุกแทนมัน อย่างแก๊งตระกูลเพื่อนี่แหละ
    แต่สำหรับมัน "สำเร็จแล้ว"
    ด้วยเศษเงินจ้างไทย-จ้างฝรั่ง สร้างข่าวจริงในเท็จ-เท็จในจริง ประโคมโลก
    การทำให้ "สถาบันแปดเปื้อน" ประหนึ่งเจาะเป็นรอยตำหนิให้สังคมเห็นได้ นำไปสู่ "สังคมวิพากษ์" ต่างๆ นานา
    สาแก่ใจมันนักแล้ว!
    ยังไม่นับ ที่ตัวมันสร้างข่าวเท็จ แล้วเที่ยวพล่อยไปปาก-ต่อปาก นับวัน มันยิ่ง "ยึดพื้นที่ข่าว" ในฐานเท็จ ที่สังคมทึกทักว่าเป็น "ฐานจริง" ลุกลามไปเรื่อยๆ
    มันไม่หยุดหรอก.........
    มันจงใจสร้างเหตุนี้ ให้เป็นเงื่อนไขใช้อ้างเพื่อ "สร้างสถานการณ์" เหมือนปี ๕๒-๕๓ 
    คือยั่วให้ยุบพรรค เมื่อยุบ ก็เป็นเงื่อนไขให้ก่อจลาจล สู่เผาบ้าน-เผาเมืองได้อีก
    ถ้าไม่ยุบ ก็ไม่เสียอะไร ได้ด้วยซ้ำ ได้ส่งสมุนเข้าไปป่วนในรัฐสภา!
    มันประเมินแล้ว ไม่กล้าเอาจริงกะมันหรอก    
    ดังนั้น เมื่อมี "พระราชโองการ" ประกาศ วันต่อมา เดี๋ยวปั้นข่าวรัฐประหารซ้อน 
    ข่าวนายกฯ ใช้ ม.๔๔ ไม่ให้รายการทูบีนัมเบอร์วันออกอากาศ ข่าวนายกฯ ปลด ผบ.ทบ.
    อย่าพูดแค่ใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จทำลายความมั่นคง ปลุกปั่นสถานการณ์เป็นรายวันเลย
    มันบังอาจถึงขั้น "ปลอม" ราชกิจจานุเบกษาแล้ว!
    ยังไม่นับ ที่เห็นพวกกูพลาดท่า....
    ก็ออกมาสะบัดเหนียง...ต้องให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลบ้าง รัฐบาลแห่งชาติบ้าง!
    นี่ขนาด ยังไม่ได้ทำอะไร ในขณะที่พวกมัน "ทำลายสถาบัน" ดังเห็น มันก็ส่งสัญญาณท้าทาย ชนิดไม่เกรงอะไรเลย
    บางนักกฎหมายระดับ "ทนายแผ่นดิน" ว่าความผิดยังไม่เกิด ฉะนั้น โทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค
    "ความผิด" ที่ว่ายังไม่เกิดของคุณนั้น คืออะไร?
    ข่าวไทย-ข่าวเทศ แพร่ไปทั้งโลก ซูฮกว่าไอ้เลวตัวนั้นมันเจ๋ง ดึงเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมืออำนาจมันได้ 
    ขั้นนี้แล้ว ผู้ชำนาญกฎหมายยังมองว่า "ความผิดยังไม่เกิด"
    แล้วต้องรอถึงขั้นไหน....
    จึงจะเป็น "ความผิดที่เกิดแล้ว" ตามตัวหนังสือที่คุณไปจำมา?
    เหตุที่เกิดครั้งนี้ ไม่เพียง กกต.รู้ รัฐบาลรู้ กองทัพรู้ ทุกคนก็รู้
    รู้ว่า เมื่อมัน "ดึงสถาบัน" ไปสู่จุดหมายของมันไม่ได้แน่แล้ว มันต้องจ้างคนมาตายเพื่อมันอีกแน่
    ฉะนั้น ให้ตัวการกระอักเลือด "ตายคนเดียว" ก่อนก็พอ!    


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส