'หมา' กับ 'เห็บหมา'


   

    หมาตาย...เห็บกระโดด
    เอามาใช้กับ "จาตุรนต์ ฉายแสง" ไม่ได้เด็ดขาด 
    เพราะข้อดีของ "จาตุรนต์" คือรับใช้นายใหญ่จนกว่าวาระสุดท้ายจะมาถึง 
    และพิสูจน์ให้เห็นแล้วเมื่อครั้ง รั้งตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย 
    ฉะนั้นวานนี้ (๑๒ กุมภาพันธ์) ที่ "จาตุรนต์" โพสต์เฟซบุ๊กว่า...
    ...เห็บกระโดดที่ไหนกัน
    รู้สึกวาทกรรม ”เห็บกระโดด ตอนหมาจะตาย” ทำท่าจะฮิต อยากจะบอกแบบสบายๆ ว่า ผมไม่คิดว่า ทษช.จะถูกยุบง่ายๆ 
    แต่ถ้าถูกยุบจริงๆ ผมจะอยู่จนถึงวันยุบเป็นคนสุดท้าย 
    เหมือนที่เคยทำมาแล้วที่ไทยรักไทยครับ...
    ก็เป็นคำยืนยันว่า "จาตุรนต์" นี่แหละจะอยู่ปิดประตูพรรคไทยรักษาชาติเป็นคนสุดท้าย!
    "จาตุรนต์" ยังเป็นคนเดิมเสมอ 
    แต่ถ้าไปดูโพสต์ก่อนนั้นอาจงงเล็กน้อย 
    ผมไม่ได้ไปร่วมในเหตุการณ์วันที่ ๘ กุมภา 
    และยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ในวันนั้น 
    มาเห็นข่าวเพื่อนนักการเมืองพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า “ยิ่งกว่ามีความสุข” แล้ว ผมไม่สบายใจเลย 
    ไม่สบายใจจริงๆ ครับ
    ครับ...เห็บหมา ปัญหาน่ารำคาญ ตอนหมายังมีชีวิต ยิ่งเอาออก ยิ่งเยอะ
    ยั้วเยี้ย....
    พอหมาตายไม่ทันฝัง ก็กระโดดหนีหาหมาตัวใหม่เกาะแทน 
    แต่....ต่อให้หมายังไม่ตาย เห็บมีสิทธิ์ป้องกันตัวเช่นกันไม่ใช่หรือ 
    วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ วันที่พรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี วันนั้นมีใครบ้าง
    ก็แน่นอนว่า ไม่มี "จาตุรนต์ ฉายแสง" 
    เพราะเจ้าตัวยังงงอยู่ ชื่อหายไปจากสารบบได้อย่างไร
    ฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องออกตัวว่า "ไม่ได้ร่วม"
    ไม่ร่วมก็คือไม่ร่วม 
    เห็บยังไม่กระโดดเกาะแล้วจะบอกว่า กระโดดหนีได้อย่างไร
    ใช่ครับ...วันนี้ "จาตุรนต์" สบายใจกว่าใคร ที่ไม่ได้ร่วมในเหตุการณ์ "มิบังควร" 
    แต่เรื่อง "เห็บ" ไม่น่าสนใจเท่าเรื่อง "หมา" 
    หมาจะตายหรือเปล่า?
    ก็คงใกล้แล้วล่ะ
    วานนี้ (๑๒ กุมภาพันธ์) มีข่าวยึกยัก เดี๋ยวยุบ เดี๋ยวไม่ยุบ สรุปแล้ววันนี้ฟังอีกที 
    กกต.จะมีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่
    หรือซื้อเวลาโยนใส่มือกรรมการไต่สวนไปก่อน แต่สุดท้ายต้องจบก่อนเลือกตั้ง 
    ถ้าหลัง...ยุ่งตายห่าน
    ก็ให้ กกต.เขาทำงานไป
    แต่อย่าลืมสังคมเขาถามหาวุฒิภาวะของ กกต.กันเยอะ
    เรียกใครมาให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมาย ไม่แปลก แต่ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจก็โหวตกันภายใน เอาให้ชัดเจน อย่าให้มีข้อครหาทีหลังว่า กกต.ไม่มีอิสระ
    ส่วนหมา เดิมทีแตกแบงก์พัน หวังจะเป็นกลยุทธ์ชนะเลือกตั้ง
    วันนี้ต้องลุ้น พรรคนอมินีจะเป็น "พรรคถั่วงอก" หรือไม่ 
    อีกเรื่อง....    
    "ฮาคีม อัล อาไรบี" ถึงออสเตรเลียเรียบร้อย 
    แต่ที่เมืองไทย ไม่จบ!
    ฝ่ายประชาธิปไตยเขาบอกกับชาวโลกว่าเป็นผลงานของเขา ที่ช่วยกันกดดัน
    ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล คสช.
    บอกว่า...ที่ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" รัฐมนตรีต่างประเทศ บินไปเจรจากับบาห์เรน แท้จริงแล้วไม่ได้อยากไปเอง แต่ทนกระแสข่าวโลกไม่ไหว
    พวกที่ชื่นชม "ดอน ปรมัตถ์วินัย" คือไอ้พวกไร้เดียงสา
    ปิดหูปิดตาเชียร์เผด็จการ​ทหาร ไม่ได้ดูบริบทอะไรเลย
    ฯลฯ
    พอดีมีข้อความผ่านตา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thaneeya Teerawat เป็นคนไทยที่ไปอาศัยในบาห์เรนมานานแล้ว โพสต์เรื่องราวเอาไว้ตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ดังนี้
    ....เห็นดราม่าจากเกรียนคีย์บอร์ดมากมาย...เรื่องบาห์เรน
    ส่วนใหญ่ก็พวกคนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไป แล้วก็นั่งเทียนด่ากันสนุกปาก
    เริ่มจะทนไม่ได้ละ....ขอเขียนมั่งดิ...จากมุมมองของคนในพื้นที่จริงๆ
    บาห์เรนเหมือนกับเป็นบ้านที่สองของอิหัน...ก็เคยอยู่มาตั้ง 14 ปีเนาะ
    ลูกชายก็เคยอยู่มา 4 ปี...ถึงตอนนี้จะอยู่ดูไบแทนแล้วก็เหอะ
    แต่ก็ยังเดินทางไปบาห์เรนทุกเดือนเพราะมีโครงการที่ต้องทำที่นั่น
    ครือ....เปิดห้างสรรพสินค้าไทยในต่างประเทศ...แห่งแรกในตะวันออกกลาง...ที่บาห์เรนนะฮ้าาาาา
    ตอนแรก...เรามาเรียนรู้เรื่องราชวงศ์ Al Khalifa ของบาห์เรนกันก่อน
    ถ้าใครเคยมาที่บาห์เรน...และเคยไปเยี่ยมร้านไทย...จะเห็นว่า...
    ร้านไทยทุกแห่งที่นี่จะติดรูป...ในหลวง ร.๙ ร.๑๐ และ สามพระองค์ของราชวงศ์บาห์เรน
    นั่นก็คือ กษัตริย์องค์ปัจจุบัน องค์มกุฎราชกุมาร และ องค์นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพระเจ้าอาของกษัตริย์
    เนื่องจากราชวงศ์ของบาห์เรน...ให้ความชื่นชมและเคารพกษัตริย์และราชวงศ์จักรีของเรามาก
    รวมทั้งกษัตริย์และองค์นายกฯ ก็รักประเทศไทยและคนไทยมากเช่นกัน
    คนไทยที่อาศัยอย่างถูกกฎหมายในบาห์เรนจะรู้ดีว่า...
    ที่นี่...คือที่ๆ ให้อภิสิทธิ์คนไทยให้มีสิทธิไม่แพ้ชาติฝรั่งเลย
    ถึงแม้ว่าจะมีคนไทยบางส่วนที่ทำชุ่ยๆ แย่ๆ ให้กับประเทศเขา
    แต่ในส่วนรวมแล้ว...บาห์เรนมองไทยอย่างมิตรที่ดี
    ที่นี่...คนไทยมาเหยียบแผ่นดินได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 
    ได้วีซ่าจากสนามบินเลยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ๑๔ วัน และต่อวีซ่าได้อีกครั้งละ ๒ สัปดาห์ จนครบ ๙๐  วัน
    ที่นี่..อนุญาตให้คนไทยมาทำกิจการโดยเฉพาะ...
    ให้เปิดห้างสรรพสินค้าไทย...และคนไทยสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ ๑๐๐% โดยไม่ต้องมี local  partner ได้ทุกประเภทกิจการในห้างไทย
    รวมทั้งงานไทยที่จัดในบาห์เรน...โดยทางการไทย องค์นายกฯ จะมาร่วมด้วยตัวพระองค์เองแทบทุกครั้ง
    พระองค์ให้ความสำคัญกับประเทศไทยและคนไทยเสมอ
    คนอาหรับก็ไม่ได้น่ากลัวหรอก...จริงๆ น่ะ 
    แล้วการที่ไทยทำตามกฎหมาย...นั่นก็คือเราให้เกียรติมิตรตามที่ควรเป็น
    ไม่ควรเต้นไปตามกลุ่มเกลียดชังชาติตัวเอง...บอยคอตไทยแลนด์
    ค่อยๆ คิด...ดึงสติกลับมาหน่อยนะ
    มีคนอ่านไม่เข้าใจ....เรื่องนี้คือ...เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนะคร้า
    อย่าผลีผลามกดดัน...ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมแค่นั้นเองค่า....
    ครับ...คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงเข้าใจว่า กรณี "ฮาคีม" นั้นเริ่มมาอย่างไร 
    ส่วนจบอย่างไรนั้น ฟังกันให้รอบด้าน เพราะคนทำงานไม่มีเวลาออกมาพูด เหมือนพวกที่เอาแต่วิจารณ์ไปด่าไป 
    ที่จริงมีเหตุผลที่อธิบายได้ไม่ยาก 
    มีมูลเหตุจูงใจอะไรที่ไทยต้องกักตัว "ฮาคีม" ไว้ 
    คือมันไม่มี 
    ใครล่ะอยากถือเผือกร้อน
    มีแต่เสียกับเสีย
    แต่เพราะความผิดพลาดของออสเตรเลียตั้งแต่แรก ทำเราซวย เพราะอีกด้านหนึ่ง บาห์เรน คือมหามิตร 
    ขณะที่หน่วยงานรัฐวิ่งแก้ปัญหา 
    ไม่ได้นั่งงอมืองอตีน
    พวกที่เอาเสื้อประชาธิปไตยมาห่ม ตั้งหน้าตั้งตาด่าลูกเดียว
    ฉะนั้นถ้าจะดูบริบทของเรื่อง เราจะดูบริบทของเรื่องอะไรก่อนหลัง
    จะดูบริบทของ "ฮาคีม" ก่อน
    หรือดูบริบทของประเทศไทยก่อน
    "ฮาคีม" ก่อนก็เอาตามคนไทยที่บอยคอตไทยแลนด์
    แต่ถ้าเอาประเทศก่อน ก็ตามที่รัฐบาลดำเนินการ และประสบความสำเร็จ 
    ไมตรีจิตระหว่างมหามิตร ไทย-บาห์เรน แน่นแฟ้นขึ้นเพราะความเห็นอกเห็นใจกัน 
    ส่วน "ฮาคีม" ก็ได้กลับบ้านที่ออสเตรเลีย
    เสียอย่างเดียวมันไม่สาแก่ใจพวกเห็บชังชาติ.
                            ผักกาดหอม
 


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'