‘ไก่’ขอเปิดคดี บ้านเอื้ออาทร ปิดฉาก‘คตส.’


   

  ศาลนัดไต่สวนคดีบ้านเอื้ออาทรนัดแรกมิ.ย.นี้ “วัฒนา” ฟุ้งขอแถลงเปิดคดีด้วยวาจาเพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ตั้งแต่ คตส.ส่งไม้ถึงมือ ป.ป.ช. ชี้โครงการและข้าราชการไร้ความเสียหาย โอดถูกเล่นงานแม้หายใจแรงยังผิด ไม่สนอัยการฟ้องเพิ่มยึดทรัพย์ ชี้หากติดคุกเรื่องเงินก็ไม่สำคัญแล้ว

เมื่อวันศุกร์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อม.42/2561 หรือคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการ กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548-2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน), นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และพวกรวม 14 คน เป็นจำเลย ในความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ มาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86 และ 91
โดยนายวัฒนา, นายอริสมันต์ และจำเลยอื่นที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วนนายอภิชาติกับลูกน้อง จำเลยที่ 4-5 เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจากเรือนจำมาศาล ขณะที่จำเลยที่ 6, 7, 11, 12 ไม่มาศาล ศาลได้ออกหมายจับไว้ก่อนหน้านี้เป็นเวลาครบ 3 เดือนแล้วยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ศาลจึงพิจารณาคดีลับหลังจำเลย
ก่อนหน้านี้ ที่โจทก์และจำเลยได้ร่วมกันตรวจบัญชีพยานหลักฐานตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. โดยจำเลยได้นำเสนอบัญชีพยานขึ้นไต่สวนรวม 57 ปาก ซึ่งศาลเห็นว่าคดีนี้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร ควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมาเป็นพยานด้วย จึงให้หมายเรียกนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มาเป็นพยานของศาล และเห็นควรอนุญาตให้นำพยานขึ้นไต่สวนทั้งหมด 82 ปาก ส่วนพยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตามหมายเรียกของศาล หากจำเลยประสงค์นำผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายตนเองมาไต่สวนด้วย ก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้ โดยกำหนดวันนัดไต่สวนพยานโจทก์วันที่ 3, 10 มิ.ย. 8, 12, 15, 19 ก.ค. และ 5, 16, 19, 26 ส.ค.2562 รวม 10 นัด และไต่สวนพยานจำเลยวันที่ 4, 13, 20, 27 ก.ย.2562 รวม 4 นัด ทั้งนี้กรณีที่นายวัฒนาขอศาลแถลงเปิดคดีด้วยวาจา ศาลให้นายวัฒนายื่นคำร้องต่อศาล โดยศาลจะมีคำสั่งในวันนัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งแรก
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พนักงานอัยการ ซึ่งรับมอบอำนาจจาก อสส. ได้ยื่นเพิ่มเติมคำฟ้องเกี่ยวกับมาตรการร้องขอให้ริบทรัพย์สินหรือการใช้เงิน หรือทรัพย์สินอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยื่นตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 83 ประกอบ พ.ร.บ.วิ อม. มาตรา 42, 43 โดยศาลสั่งให้จำเลยยื่นคำให้การประเด็นดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 12 ก.พ.
ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายวัฒนากล่าวถึงการนัดไต่สวนพยานครั้งแรกในเดือน มิ.ย.นี้ ว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้มีโอกาสหาเสียงก่อน ซึ่งคดีนี้ศาลไต่สวนพยานจำเลยเพียง 4 นัด ซึ่งไม่มั่นใจว่าจะไต่สวนได้ทันหรือไม่ เพราะพยานมีกว่า 10 คน แต่จะพยายามทำให้เต็มที่เพื่อให้เสร็จทัน และวันนี้ได้ขออนุญาตศาลแถลงเปิดคดีด้วยวาจา เพื่อทำความเข้าใจให้เห็นภาพความเป็นมาอย่างไร เพราะคดีนี้ประเด็นคือไม่มีเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับผู้ว่าการ กคช.ลงมากระทำผิดเลย ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติโครงการไม่มีใครขาดทุน ทุกคนทำถูกต้องตามระเบียบคณะกรรมการ กคช.ทั้ง 10 คน ถูกแจ้งข้อหาเพียงคนเดียว และผู้ประกอบการที่ถูกอ้างว่ามีการจ่ายสินบน 11 ราย แต่เอามาฟ้องแค่ 3 ราย อีก 8 รายไม่ฟ้อง ก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด 
“เรื่องนี้การเคหะฯ และราชการไม่มีใครได้รับความเสียหาย ทุกอย่างประสบความสำเร็จหมด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีใครทำผิด ตรงนี้คือข้อเท็จจริง จึงต้องขอศาลแถลงด้วยวาจา เพื่อให้ได้เห็นภาพว่าคดีนี้มันมีอะไรเป็นพิรุธบ้าง มีที่ไหนคดีที่ปกติธรรมดาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้เวลาไต่สวน 12 ปีแล้วก็มาถึงศาลในช่วงที่ผมทะเลาะกับ คสช. ที่ผ่านมาก็เห็นว่าผมนั้นโดนอะไรมาบ้าง ทุกวันนี้หายใจแรงยังผิดเลย” นายวัฒนากล่าว
นายวัฒนาระบุอีกว่า เรื่องนี้ยังมีความพิสดารที่สุดอีก คือการส่งสำนวนมาศาลของ ป.ป.ช. ต้องมีแถลงและอยู่ในเว็บไซต์ แต่คดีนี้ปิดเงียบไม่ให้ใครรู้ จนวันหนึ่งมีนักข่าวเข้าไปถามเจ้าของสำนวน มีการแจ้งนักข่าวคนนั้นว่า ถ้าหากเผยแพร่ข้อมูลให้รู้ เดี๋ยวเกิดจำเลยมาขอความเป็นธรรมก็จะทำให้ส่งสำนวนไม่ได้ ตรงนี้แปลว่า ป.ป.ช.กลัวการร้องขอความเป็นธรรมอย่างนั้นหรือจึงแอบส่งสำนวนมา คดีที่ควรเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ ทำไมถึงต้องใช้เวลาขนาดนั้นถึงมาศาล และที่มาศาลได้ก็เพราะว่าเป็น ป.ป.ช.ที่ถูกตั้งขึ้นโดยคณะรัฐประหาร แต่วันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่มันจะได้จบสิ้นคดีนี้ เพราะเป็นคดีสุดท้ายของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งขณะนั้นในการไต่สวนพยานของ คตส. มีการข่มขู่พยานถึงขนาดที่ว่า ใครให้การไม่เป็นประโยชน์ก็จะโดนเอาเข้าคุก เรื่องนี้มีหลักฐานทั้งหมด เพราะฉะนั้นคดีนี้จึงต้องแถลงให้เห็นภาพ อย่างเรื่องที่นายแก้วสรร อติโพธิ ซึ่งเป็นประธานกรรมการไต่สวนตน พอไต่สวนเสร็จก็ไปสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้อะเมซิ่งมาก
ถามว่า หากชนะคดีนี้จะฟ้องกลับ ป.ป.ช.หรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า ยังไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้น เนื่องจากขณะนี้ ป.ป.ช.มีกฎหมายคุ้มครองจนใครไม่สามารถแตะต้องได้ การจะฟ้องได้ต้องได้เสียงในสภา 1 ใน 5 หรือประชาชนเข้าชื่อ 2 หมื่นชื่อ ซึ่งถือเป็นจุดบกพร่องของกฎหมายที่ทำให้องค์กรอิสระเหล่านี้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ เรื่องนี้ควรต้องแก้ไข เพื่อให้องค์กรอิสระมีความรับผิดชอบมากขึ้น อยากฝากไปถาม ป.ป.ช.ว่าหานาฬิกาเจอหรือยัง เรื่องง่ายขนาดนั้นยังหาไม่เจอ ชาวบ้านเขาเจอตั้งนานแล้ว
"ผมเห็นว่าวันนี้ความยุติธรรมมันไม่ได้อยู่ข้างผม ผมหายใจยังผิด ผมแถลงข่าวที่พรรคผมยังเป็นภัยต่อความมั่นคง เรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ หากวันที่อำนาจกลับคืนมาเป็นของประชาชน ผมก็คิดว่าองค์กรที่ทำหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เราต้องรอให้อำนาจกลับมาเป็นของประชาชน” นายวัฒนาระบุ
สำหรับเรื่องที่อัยการยื่นคำร้องให้ยึดทรัพย์นั้น นายวัฒนากล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ แต่หากว่าศาลพิพากษาว่าไม่ผิด ก็จะไม่มีเรื่องการยึดทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าศาลพิพากษาว่าผิด ก็ไม่สนใจ ยังไงก็ติดคุกอยู่แล้ว ไม่ต้องไปดูอีกว่าจะยึดทรัพย์หรือไม่. 


"อนาคตใหม่"...........สมราคาตัวแทน "วัยรุ่นเลือดร้อน" ดีจริงๆ!เปิดเวทีปุ๊บ (๒๔ มี.ค.๖๒)ด้วยจำนวน ๓๐ ส.ส.เขตในมือ ถ้ารวมปาร์ตี้ลิสต์ด้วย ไม่หนี ๘๐

สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'