เทศกาล “ดอกลำดวนบาน” สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ


   

 จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในเมืองรองสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรืออีสานใต้ เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์จากกลิ่นอายอารยธรรมขอม ผ่านโบราณสถาน โบราณวัตถุ และวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัดวาอาราม และประเพณีที่ควรค่าแก่การสืบสาน อย่างเช่น “เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ” ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวแบบนอกกรอบ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชนสี่เผ่าไทยได้อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับแนวคิด “amazimg  ไทยเท่” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)              

                นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ) กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ ททท.   ขอเชิญเที่ยวงาน “เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ” ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2562 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ  

สำหรับ “เทศกาลดอกลำดวนบาน” เป็นประเพณีของชนสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ อันได้แก่ ชาวเขมร ชาวลาว ชาวส่วยและชาวเยอ หรือชนเผ่าพื้นเมือง "เขมร-ป่าดง” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการจำลองหมู่บ้านและวิถีชีวิตชนสี่เผ่าโบราณอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การแสดงประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชนเผ่า 4 เผ่า (ลาว เขมร ส่วย เยอ), การแสดงนิทรรศการภาพเขียน งานศิลปะ ของศิลปินท้องถิ่น, การแสดงภาพวาด และสาธิตการวาดภาพของศิลปินท้องถิ่น, การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของอำเภอต่างๆ บริเวณลานทางเข้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ และกิจกรรมถ่ายภาพติดแสตมป์ที่ระลึกโดยไปรษณีย์จังหวัดศรีสะเกษ        

ในบรรยากาศของการจัดงาน ยังมีความรื่นรมย์จากความหอมเย็นละมุนของดอกลำดวน ที่เบ่งบานผลิดอกจากต้นลำดวนกว่า 5 หมื่นต้น ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมเลือกลิ้มชิมรสอาหารพื้นเมืองศรีสะเกษของชนเผ่า ลาว เขมร ส่วย เยอ  และชมการแสดงแสง สี เสียง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” อันเป็นตำนานการสร้างเมืองศรีสะเกษที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ด้วยการแสดงของนักแสดงกิตติมศักดิ์ จากภาคราชการและภาคเอกชนที่มาร่วมถ่ายทอดวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของชนสี่เผ่ากับตำนานการสร้างบ้านแปงเมืองศรีสะเกษ ดินแดนแห่งดอกลำดวน ซึ่งจะสร้างความประทับใจมิรู้ลืม

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า  นอกจากเดินทางมาเที่ยวงานแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในเมืองศรีสะเกษที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง   โดยเฉพาะ “อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร” อยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ประกอบไปด้วยจุดท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ  “ผามออีแดง” หน้าผาหินสีแดงที่มีทัศนียภาพกว้างไกลสุดตา จากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารได้ นับเป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน

 ถัดมาคือ “ภาพสลักนูนต่ำ” อยู่ทางทิศใต้ของผามออีแดง มีบันไดให้ลงไปชมได้สะดวก เป็นภาพเทพสามองค์ เชื่อว่าเป็นที่ซ้อมมือของช่างผู้แกะสลัก ก่อนที่จะทำการแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร และ  “สถูปคู่” ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของผามออีแดง ตัวสถูปทำจากหินทรายตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านบนกลมมนตั้งอยู่คู่กัน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของสมัยนั้น

นอกจากนี้ ยังมีวัดวาอารามและสถานที่สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่งดงามและรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เอาไว้ อาทิ “บ้านขุนอำไพพาณิชย์” อำเภอเมืองศรีสะเกษ เป็นอาคารโบราณของข้าหลวงพาณิชย์ที่สร้างมากว่าร้อยปีตามศิลปะจีนผสมมอญ  ปัจจุบันได้รับอนุรักษ์ไว้และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 15  สิงหาคม พ.ศ.2537

“พระธาตุเรืองรอง” อำเภอเมืองศรีสะเกษ เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยการผสมศิลปะอีสานใต้สี่เผ่าไท ได้แก่ ลาว เขมร กวยและเยอ เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา, การปฏิบัติธรรมพิพิธภัณฑ์สี่เผ่าไท, เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ด้านบนสุดยังเป็นที่ชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ

 

“วัดหนองตะเคียน” อำเภอเมืองศรีสะเกษ วัดที่สร้างอุโบสถตามศิลปะแบบขอม-ล้านนา สีขาวสว่างสุกใส พร้อมลานกว้างที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ เรียงรายเป็นแถวสวยงามแปลกตา, ปราสาทสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย  สร้างจากหินทรายที่มีขนาดใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด และยังมีการขุดค้นพบพระพุทธรูปนาคปรกที่สมบูรณ์และสวยที่สุดในปราสาทอีกด้วย

“วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว” (วัดล้านขวด) อำเภอขุนหาญ พบสิ่งปลูกสร้างที่ตกแต่งด้วยขวดแก้วนับล้านใบ โดยเฉพาะศาลากลางน้ำ “ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว” ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวและพื้นหลังองค์พระ ที่ตกแต่งลวดลายด้วยฝาจีบของเครื่องดื่มต่างๆ เกิดเป็นลายสวยสดงดงาม

                ส่วนใครที่ชื่นชอบสายธรรมชาติแนะนำให้ไปสัมผัสความเย็นของสายน้ำ อาจเลือกไป "น้ำตกห้วยจันทร์" หรือน้ำตกกันทรอม ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดศรีสะเกษ เพราะตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน เดินทางเข้าถึงได้ง่าย มีต้นกำเนิดจากภูเสลา บนเทือกเขาบรรทัด ไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม มีน้ำตลอดทั้งปี ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีจุดให้ลงเล่นน้ำได้

                ปิดท้ายด้วย "น้ำตกสำโรงเกียรติ" เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 81 กิโลเมตร เดิมชื่อว่า "น้ำตกปีศาจ" เพราะเป็นสถานที่ปฏิบัติการของหน่วยทหารพรานที่ชื่อ "หน่วยปีศาจ" ต่อมาในปี พ.ศ.2549 มีการปรับปรุงให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "น้ำตกสำโรงเกียรติ" ตามชื่อหมู่บ้าน ลักษณะเด่นคือด้านบนของน้ำตกจะเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน ดูสวยงามมาก   บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ เหมาะแก่การทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ หรือการถ่ายภาพทิวทัศน์อันสวยงามของน้ำตกตามจุดต่างๆ

“ขอเชิญนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน “เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ” ที่พวกท่านจะได้สัมผัสกิจกรรมต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นคติธรรมความเชื่อ การดำรงชีวิต วัฒนธรรมประเพณี การแสดงศิลปะพื้นบ้าน รวมถึงการแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชนเผ่า รวมทั้งยังได้ท่องเที่ยวโบราณสถานอารยธรรมเขมรผ่านอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร วัดวาอาราม และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มั่นใจว่าจะสร้างความประทับใจให้กับการเดินทางมาเยือนจังหวัดศรีสะเกษกันอย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวปิดท้าย

                 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่สุรินทร์และศรีสะเกษ) โทร. 0-4451-4447-8  อีเมล : tatsurin@tat.or.th www.tourismthailand.org/surin  และโทร 1672 หรือประชาสัมพันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 0-4561-2545

สรณะ รายงาน

 

แกลลอรี่


พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า "ขั้วไหน" จะได้เป็นรัฐบาล และ "ใคร" จะได้เป็นนายกฯ?ฉะนั้น.......วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักทีดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ "กฎ-กติกา" ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว 

จงเชื่อเส้นทางประชาชนกำหนด
สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป