3จังหวัดยังอ่วม ภ.3เร่งดับไฟป่า บรรเทา'ฝุ่นพิษ'


เพิ่มเพื่อน    

    กทม.-ปริมณฑลอากาศดีถึงดีมาก ค่า PM 2.5 ทุกพื้นที่ไม่เกินมาตรฐาน ขณะที่เชียงใหม่-ลำปาง-ลำพูนยังคลุกฝุ่น ทัพภาค 3 ระดมกำลังดับไฟป่า ส่ง ฮ. MI17 ทิ้งน้ำ ฝนหลวงบินปฏิบัติการ  ขอนแก่นเฮ! ฝนตกลมแรงชะล้างฝุ่นพิษ
    เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ เวลา 08.00 น. ดังนี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดได้ 16-32 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า ไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ดัชนีคุณภาพอากาศทุกพื้นที่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก 
    กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันที่ 18 ก.พ. ลมส่วนใหญ่ยังเป็นลมฝ่ายใต้ และจะมีกำลังแรงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน ระดับเพดานการหักกลับของอุณหภูมิจะขยายสูงขึ้น การไหลเวียนของอากาศยังดีต่อเนื่อง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษคาดการณ์ว่าวันที่ 18 ก.พ. ปริมาณ PM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องทุกวันจะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่), ลำปาง (ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) และลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) โดยมีค่า PM 2.5 ระหว่าง 55-71 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 ระหว่าง 68-99 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 111-152 
    ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 3 จังหวัดภาคเหนือดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด 
    ที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กองกำลังผสมของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันไฟป่าภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ระดมกำลังดับไฟป่าในพื้นที่เป้าหมาย จ.ลำปาง ลำพูน ที่พบพื้นที่ถูกเผาหลายจุด โดยเร่งนำเฮลิคอปเตอร์ MI17 ทิ้งน้ำดับไฟตามพิกัด พร้อมประสานกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด เสริมกำลังภาคพื้นดินร่วมเข้าบูรณาการดับไฟลดผลกระทบวิกฤติหมอกควัน เช่นเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งลำพูน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ลำปาง เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะนี้ 
    ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศด่วนไปทุกอำเภอให้งดการชิงเผาอย่างเด็ดขาดช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ลักลอบเผาในที่โล่งหรือพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งระดมทุกภาคส่วนทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นน้ำสร้างความชุ่มชื้น ลดผลกระทบทุกเช้าและบ่าย กำชับย้ำให้ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษฝุ่นละอองและฝุ่นควัน ทั้งบนถนน  พื้นที่การก่อสร้าง การประกอบอุตสาหกรรมโรงงาน และกิจกรรมเสี่ยงต่างๆ ด้วย
    ที่ จ.ลำปาง ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรฯ บินตรวจทางอากาศบริเวณโดยรอบตลอดแนวดอยพระบาท ตั้งแต่ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ ผ่านตำบลพระบาท ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง บ้านท่าสี ตำบบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ บ้านผาลาด ตำบลพระบาท อ่างเก็บน้ำวังหัวเรือ ตำบลพระบาท เป็นเวลา 30 นาที พบว่าทุกพื้นที่เกิดไฟป่าก่อนหน้านี้ได้มอดดับเห็นร่องรอยการถูกเผาเป็นตอตะโกสีดำทั้งหมดแล้ว หลังจากมีการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ทั้งของจังหวัดลำปางและต่างจังหวัดที่เข้ามาสมทบ รวมถึงจิตอาสาภาคประชาชนดับไฟตลอดทั้งวันทั้งคืน และใช้เฮลิคอปเตอร์ตักน้ำดับไฟทางอากาศ
     ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงช่วงเย็น ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั่วทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดนานหลายชั่วโมง หลังการเปิดปฏิบัติการปราบฝุ่นของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่นั้นได้เบาบางลงไปด้วย 
    ที่ จ.ตาก นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก มอบหมายให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถดับเพลิง รถน้ำเทศบาลนครแม่สอด รถต่อต้านวินาศกรรม พร้อมอุปกรณ์-เครื่อง LUF 60 จาก ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ออกพ่นฉีดน้ำขึ้นฟ้าเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและล้างถนน เพื่อรณรงค์ทำความสะอาดในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สอด และสนามบินนานาชาติแม่สอด เพื่อลดมลพิษในอากาศ.


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ