รุมอัด'ผบ. ทบ.'เอียง นักการเมืองตื่นหนักแผ่นดิน-หวั่นตอกลิ่มแตกแยก


   


    “ประยุทธ์” ชี้อย่าดึง “บิ๊กแดง” ลงมาขัดแย้ง นักการเมืองทุกฝ่ายพร้อมใจอัด “พล.อ.อภิรัชต์”  แนะให้วางตัวเป็นกลาง เด็กเพื่อไทยขู่เช็กบิลหากกลับมาใหญ่ “อดีตคนตุลา” สับเปิดเพลงหนักแผ่นดินตอกลิ่มความแตกแยก กลิ่นรัฐประหารโชยมา “พรรคเพื่อชาติ” มันส์ปากลาก "บิ๊กจ๊อด" มาขย่ม อนาคตใหม่ย้ำรื้อกฎหมายอัยการศึก-จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม  
    เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้บอกให้ผู้ที่เสนอตัดงบกระทรวงกลาโหมและงบกองทัพให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน โดยที่วัดวชิรธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังเสร็จสิ้นพิธีปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิเนื่องในวันมาฆบูชาว่า ผบ.ทบ.เขาไม่ได้ลงมาขัดแย้งด้วยหรอก
    ขณะที่ซีกนักการเมืองนั้นก็มีการตอบโต้คำกล่าวของ พล.อ.อภิรัชต์อย่างมาก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การนำเสนอนโยบายต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของกองทัพก็สามารถทำได้ ปชป.เองก็มีนโยบายเกี่ยวกับกองทัพเรื่องที่จะมีพลทหารที่สมัครใจ การปรับลดงบประมาณ ปรับแนวทางในการทำงานบางอย่าง แต่ว่าเราก็พยายามนำเสนอในแนวทางที่ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น 
    “ท่าน ผบ.ทบ. ท่านเองก็เป็นข้าราชการ ก็อยากให้ท่านชัดเจนว่าท่านมีความเป็นกลางทางการเมือง แต่ถ้าหากท่านมีประเด็นอะไรที่ท่านมองว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรของท่านที่เป็นข้อเท็จจริง อยากชี้แจงก็อยากให้ทำแบบนั้นมากกว่า แล้วทุกฝ่ายจะได้ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองไป" นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่าถึงกรณี ผบ.ทบ.ไล่ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ว่ายังไม่ได้เห็นการสัมภาษณ์ละเอียด แต่ส่วนตัวไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องอารมณ์หรืออย่างใด 
    ด้านนายนคร มาฉิม ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “หนักแผ่นดิน อาจเป็นเหยื่อล่อของระบอบเผด็จการ” ว่า พล.อ.อภิรัชต์อย่าลุแก่อำนาจ ตำแหน่ง ผบ.ทบ. และตำแหน่งเลขาธิการ คสช. ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจของประชาชน ให้จำไว้ คุณลุแก่อำนาจเกินไปแล้ว กรุณาเกรงใจเจ้าของเงินที่เลี้ยงดูคุณ ครอบครัวของคุณ คือประชาชนผู้เสียภาษีดูแลคุณด้วย พล.อ.อภิรัชต์ไม่ควรแม้แต่น้อยที่จะกล่าวหานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนว่าเป็นคนหนักแผ่นดิน เพราะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งคือผู้ได้รับมอบอำนาจจากประชาชน เป็นเจ้านายของพวกคุณ
ขู่เช็กบิล"บิ๊กแดง"
    “หากสำนึกได้ ก็ให้หันกลับมารับใช้ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเสีย คุณอาจได้รับการให้อภัยจากประชาชน แต่หากยังฝืนกระแสประชาชนรับใช้เผด็จการอยู่ต่อไป อนาคตอาจไม่ดีเหมือนที่คุณเป็นอยู่ เพราะประชาชนคงไม่ปล่อยให้ระบอบเผด็จการให้อยู่อย่างลอยนวลแน่ จึงขอให้พี่น้องประชาชนใช้ความอดทน อย่าให้พวกเผด็จการและลิ่วล้อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้งเกิดความรุนแรงตามที่พวกเขาต้องการ เพื่ออ้างเป็นเงื่อนไขว่าเมื่อไม่สงบก็ไม่ต้องเลือกตั้ง และอาจเป็นเหตุผลอ้างทำการยึดอำนาจซ้อนขึ้นมาอีก” นายนครโพสต์ไว้
    ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวเช่นกันว่า ผบ.ทบ.พูดอย่างนี้ไม่ได้ เท่ากับแสดงความไม่เป็นกลางทางการเมือง ถือว่าผิดกฎหมาย ผิดระเบียบข้าราชการ โดยข้าราชการจะแสดงความไม่เป็นกลางทางการเมืองไม่ได้ มาพูดให้ร้าย พูดไม่ดี ต่อพรรคการเมืองที่เสนอลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม แต่มากกว่านั้นคือความไม่เข้าใจในกติกาต่อระบอบกติกาในการเลือกตั้ง การเสนอความคิดเห็นดังกล่าว หน่วยราชการนั้นๆ ไม่ควรแสดงท่าทีต่อต้าน ผบ.ทบ.ควรประพฤติตนเสียใหม่
    “ผมอยู่ในเหตุการณ์ตอนปี 2519 ไม่รู้ว่าตอนนั้น ผบ.ทบ.เข้าโรงเรียนเตรียมทหารหรือยัง เพลงนี้เป็นเพลงปลุกระดมให้คนไทยฆ่ากัน ผมฟังหลายเดือนในปี 2519 สุดท้ายจบลงที่รัฐประหาร สังหารหมู่นักศึกษา ประชาชน เป็นเหตุการณ์สร้างความเจ็บปวดให้สังคมไทย การหยิบเพลงนี้ขึ้นมา ทำให้เกิดความแตกแยก อาจทำให้คนเข่นฆ่ากัน ผบ.ทบ.ควรปกป้องประเทศไม่ใช่สั่งให้ไปเปิดเพลงจะทำให้คนไทยฆ่ากันเองหรืออย่างไร” นายจาตุรนต์ระบุ
    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค ทษช. กล่าวว่า ผบ.ทบ.ในฐานะที่เป็นประชาชนจะสนับสนุนใครหรือรักคนใดคนหนึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมในวันลงคะแนน แต่ในฐานะ ผบ.ทบ.ขอให้รักษาความเป็นกลาง ความสง่างาม ความน่าเชื่อถือของกองทัพไว้ให้มั่นคง การที่แสดงออกอย่างหนึ่งอย่างใดให้คนเข้าใจว่าเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนว่าที่นายกฯ หรือผู้สมัครจากบางพรรคการเมืองนั้น อาจทำให้คนสับสน เป็นการส่งสัญญาณไปยังกำลังพลหรือไม่ คงไม่มีใครอยากให้เกิดบรรยากาศแบบนี้
    “ใครจะหนักแผ่นดินหรือไม่ พูดกันไปกันมาไม่จบ การตัดสินใจประชาชนวันที่ 24 มี.ค. น่าจะตอบอะไรได้บ้าง หลายปีที่ผ่านมา งบกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ชาวบ้านเลยถามว่างบเพิ่มขนาดนี้ ไม่มีช่วงโปรโมชั่นลด 10% บ้างหรือ พอมีคนพูดขึ้นมา ท่านก็โมโหโกรธา” นายณัฐวุฒิกล่าว   
ผวา!รัฐประหารอีก
    ด้านนายสุธรรม แสงประทุม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. และอดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวเช่นกันว่า เป็นหนึ่งในคนที่ได้ฟังเพลงนี้ตอนปี 2519 ปลุกกระแสคลั่งชาติ ต่อมาเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ ส่วนหนึ่งล้วนมาจากการเปิดเพลงนี้ ขนาดสมัยนั้นมีเพียงสถานีวิทยุเพียงอย่างเดียว ผิดกับวันนี้ การสื่อสารไปไกลมาก แผลเป็นจากวันนั้น ในวันนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยา แล้วจะมารื้อเพื่อจะสร้างแผลใหม่อีกทำไม การที่มีการตอบโต้สั่งให้เปิดเพลงหนักแผ่นดิน แม้ต่อมาจะสั่งยกเลิกไม่ให้เปิดแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่คนไทยฆ่ากันเหมือนในอดีต
    ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริง เมื่อมีการยึดอำนาจทุกครั้งงบประมาณกระทรวงกลาโหมจะเพิ่มขึ้นทุกครั้ง ไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนประชาชน ถามว่าความอดอยากของประชาชนกับเรือดำน้ำอันไหนมีความสำคัญกว่า และการจะนำงบประมาณไปแก้ไขปัญหาความยากจน ไม่ใช่เป็นคนหนักแผ่นดิน หลักคิดนี้ไม่ใช่หลักคิดของคนหนักแผ่นดิน แต่มันสอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน บรรดาผู้นำเหล่าทัพควรมองโลกอย่างกว้างๆ แล้วมองด้วยความเป็นจริงว่า ขณะนี้เราไม่มีศึกสงคราม แต่ประชาชนจนจริง เดือดร้อนจริง
    “เพลงหนักแผ่นดินเป็นเพลงที่แต่งขึ้นและเผยแพร่ใน พ.ศ.2518 ด้วยเจตนารมณ์สร้างความแตกแยกภายในชาติ แบ่งซีกขวาและซ้าย เป็นแนวความคิดขวาพิฆาตซ้าย อันนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เพราะฉะนั้นเพลงนี้นำไปสู่ความแตกแยกภายในชาติ เมื่อได้ยินเพลงนี้ทีไรจะตามมาด้วยการรัฐประหารทุกครั้ง วันนี้เราควรลดเงื่อนไขต่างๆ ขอเสนอให้ตามหาเพลงคืนความสุขมาเปิดแทน หรือไม่กล้าเปิด เพราะเพลงคืนความสุขฟ้องว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นความจริง” นายจตุพรกล่าว
    น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรค พ.ช.กล่าวว่า เมื่อมีพรรคการเมืองเสนอนโยบายตัดงบกองทัพ หรือทำกองทัพให้เล็กลงตามแนวโน้มโลกอนาคตให้ประชาชนพิจารณา พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าอย่าพูดเอาสนุกปาก นี่คือลักษณะเผด็จการ ไม่รับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของผู้อื่น ส่วนผู้นำกองทัพซึ่งตามกฎหมายต้องทำตัวเป็นกลางทางการเมือง กลับออกมาตำหนิผู้เสนอว่าให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ซึ่งในฐานะคนรุ่นใหม่ที่อายุไม่ถึง 30 ปี อยากถามว่าเป็นสิ่งสมควรหรือไม่ สำหรับผู้ที่หาเลี้ยงชีพด้วยเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศจะออกมาพูดเช่นนี้
    น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษก พ.ช. กล่าวว่า เพลงหนักแผ่นดินเหมาะกับคนรับราชการที่หาเลี้ยงชีพด้วยการรับเงินเดือนภาษีจากประชาชนทั้งชีวิต แต่พอเสียชีวิตมีการฟ้องแย่งทรัพย์สินกว่า 4,000 ล้านระหว่าง 2 ภรรยา คนแบบนั้นเรียกหนักแผ่นดินของจริง เพราะรับราชการทั้งชีวิต ถ้าไม่ใช้เงินเดือนเลยตลอดชีวิตราชการ จะมีทรัพย์สินไม่เกิน 10 ล้านบาท ไม่ใช่ 4,000 ล้านบาท ที่ไม่รู้ว่ามีที่มาจากที่ใด 
    “ส่วนคนอีกพวกที่เหมาะกับเพลงหนักแผ่นดินที่สุดคือคนที่ไม่เคารพกติกาการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ คือพวกไม่เคารพกฎหมาย คนที่ชอบฉีกรัฐธรรมนูญ ผบ.ทบ.รู้จักไหมคน 2 ประเภทนี้ ช่วยไปแนะนำให้เขาเปิดเพลงหนักแผ่นดินให้ลูกหลานเขาฟัง” รองโฆษก พ.ช.กล่าว
    ทั้งนี้ กรณีฟ้องแย่งทรัพย์สิน 4,000 ล้านบาทนั้น หมายถึงภรรยา 2 คน ของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ หรือบิ๊กจ๊อด อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และอดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) บิดาของ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่ง พล.อ.สุนทร คือบุคคลที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยระบุว่า "ถ้าไม่มีพี่ชายผมคนนี้ ก็ไม่มีวันนี้”
รื้ออัยการศึก-จัดระเบียบกห.
    ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) อดีตแกนนำนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวถึงนโยบายพรรคในการปฏิรูปกองทัพ ว่าจะแก้ไขกฎหมายการประกาศใช้กฎอัยการศึก การปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม โดย พ.ร.บ.กฎอัยการศึกเป็นกฎหมายเก่าแก่ออกมาตั้งแต่ พ.ศ.2457 ตั้งแต่สมัย ร.6 เป็นกฎหมายสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ตกทอดมาถึงระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต้องแก้ทั้งฉบับให้อำนาจการประกาศกฎอัยการศึกต้องเป็นของรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ตามหลักรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหาร 
    “การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกต้องถูกตรวจสอบ ต้องมีการรับผิดด้วย ต้องเขียนให้ชัดว่าให้ตรวจสอบอำนาจทหารในยามประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วย” นายปิยบุตรกล่าว และว่า พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมปี 2551 ที่ออกมาในยุครัฐประหาร นี่คืออีกหนึ่งมรดกที่ออกมาตอนรัฐประหารปี 2549 ที่เอาทหารขึ้นมาเหนือรัฐบาลพลเรือน ทำให้การเมืองไทยเป็นเรื่องของทหาร เราจึงมีนโยบายที่จะแก้โดยให้ประชาชนตัดสินใจ อันเป็นตามหลักรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือทหารที่เป็นหลักสากล ถ้าคุณเอารัฐบาลทหารมาอยู่เหนือพลเรือน คุณไม่มีวันบริหารประเทศได้แน่นอน เพราะรอยึดอำนาจคุณได้ทุกวัน" เลขาธิการพรรค อนค.ระบุ
    ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนเป็นสมาชิกพรรค กล่าวว่า นักการเมืองต้องระมัดระวังในการพูดจา จะสังเกตดูพรรค รปช. เรากำชับลูกพรรคเลยว่าไม่ให้ไปด่าหรือโจมตีใคร เราไม่ทำ เรายึดในหลักของเรา เรามีอุดมการณ์อย่างไร มีเป้าหมายในการทำงาน มีนโยบายอย่างไร เราพูดอย่างนั้น แต่ว่าถ้านักการเมืองไปพูดแล้ว ก้าวล่วงไปถึงคนอื่นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องถูกตอบโต้ 
    “เคยฟังและชอบ เพราะเป็นเพลงที่เตือนสติคนว่าเวลาที่คุณคิดจะทำอะไร ต้องคิดถึงว่ามีผลกระทบต่อบ้านเมืองส่วนรวมหรือไม่ อย่างไร ถ้าคุณคิด คุณพูด คุณประพฤติ ในสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย คุณก็เป็นคนหนักแผ่นดิน ก็ธรรมดา ผมเป็นกำนันอยู่ช่วงที่เพลงนี้ออกมา เขาปลุกให้คนรักชาติ รักแผ่นดิน มีเพลงหลายเพลงออกมาพร้อมๆ กัน” นายสุเทพกล่าวถึงเพลงหนักแผ่นดิน
    วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ประชาชนทุกระดับมีความตื่นตัวทางการเมือง โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น สำหรับสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้ง ยังมีบางพรรคการเมืองพยายามหาเสียงจากประชาชนด้วยพฤติกรรมทางการเมืองแบบเดิมๆ คือการสาดโคลนป้ายสีให้ร้ายยั่วยุกันไปมา แสดงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะผู้นำที่ไม่สร้างสรรค์ นำบางประเด็นมาเชื่อมโยงโน้มน้าวเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน ดึงสถาบันต่างๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยไม่คำนึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น 
    "อีกทั้งพยายามลิดรอนเกียรติภูมิทหารและกองทัพ ซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของประเทศ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามประเทศชาติเกิดปัญหา หรือแม้กระทั่งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่บานปลายนำมาซึ่งความอ่อนแอของกลไกของอำนาจรัฐ สถาบันหลักของชาติ และความแตกแยกของประชาชนภายในชาติ ผมขอความร่วมมือกันทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ใช้ความระมัดระวัง ไม่ยั่วยุบิดเบือนให้เกิดความแตกแยกทางสังคม ดังเช่นบทเรียนที่มีร่วมกันในอดีต พร้อมกันนี้กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า กองทัพเป็นของประชาชน และเคารพการตัดสินของประชาชนในวิถีประชาธิปไตย  พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนากองทัพและงานความมั่นคง" พล.ท.คงชีพกล่าว.


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'