อ้างทำตามประสงค์ 'ทษช.'ยื่น8ข้อสู้ยุบพรรคซัดกกต.กระทำมิบังควร


   


    ทะแนะ “ทษช.” ยกเอกสาร 20 หน้าสู้ยุบพรรค พร้อมชงพยาน 19 ปาก กก.บห.ยกชุดพร้อมคนนอกอีก 5 ราย หวังใช้ 3 ข้อหลัก 8 ประเด็นย่อยสู้ยิบตา ย้ำทำตามประสงค์ “ทูลกระหม่อมฯ” ที่สำคัญไม่เคยมีกฎหมายห้ามนั่งนายกฯ หัวหมอบอกเมื่อถูกตัดชื่อเป็นแคนดิเดตก็เท่ากับไม่เคยเสนอชื่อ พ่วงอัด กกต.ใช้พระราชโองการเล่นงาน
เมื่อวันพุธที่ 20 ก.พ. ถือเป็นวันสุดท้ายที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวคดียุบพรรค ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจากการเสนอชื่อบุคคลสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของ ทษช. โดยนายสุรชัย ชินชัย และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความพรรค ทษช. ได้นำพยานเอกสารกว่า 20 หน้าเสนอต่อศาล
    ต่อมานายสุรชัยให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นหลักที่ยื่นแก้ข้อกล่าวหามี 3 ประเด็น 1.ยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ และไม่มีเจตนาพิเศษใดๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นอย่างอื่น และได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ 2.การเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ความหมายของคำว่าปฏิปักษ์ตามพจนานุกรมหมายถึงศัตรู ฝ่ายตรงข้าม น่าจะหมายถึงการนำระบอบคอมมิวนิสต์มาใช้ หรือกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113  เพราะคำร้องยุบพรรค ทษช.ได้ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งถือเป็นคำร้องประเภทเดียวกับคดีอาญา การเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตไม่ต่างจากการประหารชีวิตในทางการเมือง     และ 3.กกต.มีมติยื่นยุบพรรคเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีการสืบสวนสอบสวนก่อนเป็นการข้ามขั้นตอน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยพรรคได้ยื่นบัญชีพยานบุคคล ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 14 คน และพยานคนกลางซึ่งเป็นคนนอก 5 ปาก 
    “ถ้ามีโอกาสควรให้ประชาชนได้ลงคะแนนวันที่ 24 มี.ค. ก่อนจะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้  ซึ่งผมเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่ศาลจะเมตตาต่อเรา”นายสุรชัยกล่าวตอบถึงกรณีเวลาตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ
    มีรายงานจาก ทษช.แจ้งว่า พยานบุคคลภายนอก 5 ปากที่นำเสนอจะไม่มีรายชื่อบุคคลที่พรรคเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ทั้งนี้ ในประเด็นข้อต่อสู้ 3 ประเด็นหลัก ทษช.ยังได้แยกย่อยออกเป็น 8 ประเด็น คือ1.การดำเนินกิจการของพรรค ทษช.เป็นไปตามประกาศอุดมการณ์ นโยบายในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.พรรคทำตามประสงค์และความยินยอมของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ประกาศพระบรมราชโองการ พ.ศ.2515 และข้อบังคับพรรค เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติเป็นข้อห้ามมิให้ทูลกระหม่อมฯ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรี
    3.พรรคเข้าใจโดยสุจริตว่าการเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ เป็นการกระทำตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 88, 89 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 13 และ 14 ไม่ใช่เป็นการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  
    4.เมื่อมีพระราชโองการวันที่ 8 ก.พ.2562 เวลา 23.00 น. ภายหลังที่พรรคได้แจ้งรายชื่อบัญชีนายกฯ ไปแล้วเมื่อเวลา 09.00 น. พรรคได้แถลงโดยทันทีในวันที่ 9 ก.พ. เพื่อน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ เป็นการแสดงเจตนารมณ์โดยชัดเจนว่าพรรคไม่ติดใจในการเสนอชื่อนายกฯ
    5.การกระทำตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 89 ประกอบมาตรา 87 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 13 และมาตรา 14 ให้ถือว่าการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายดังกล่าวให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น จึงไม่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ผู้ร้องกล่าวหาผู้ถูกร้องในทางใดๆ ต่อศาลได้
    6.พรรคเห็นว่าคำว่าปฏิปักษ์ให้ความหมายว่า ฝ่ายตรงกันข้าม ข้าศึก ศัตรู แต่การกระทำของพรรคได้กระทำการเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นความประสงค์ของทูลกระหม่อมฯ ที่อาสา และยินยอมให้ผู้ถูกร้องเสนอชื่อ มิใช่แอบอ้างโดยพลการ
    7.กกต.ไม่มีอำนาจหน้าที่นำพระราชโองการมาขยายความกล่าวหาพรรคว่ากระทำผิดตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 คำขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะ กก.บห.นั้น เป็นการขยายความของพระราชโองการที่เป็นโทษเป็นเรื่องที่มิบังควร และไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง อันเป็นการนำพระราชโองการมาแอบอ้างใช้อย่างมีเจตนาไม่สุจริต เป็นการกล่าวหาโดยสร้างฐานความผิดใหม่ซึ่งไม่มีฐานกฎหมายใดๆ บัญญัติไว้ และ 8.มติการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 ของ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคไม่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก กกต.จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด 2561 
วันเดียวกัน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ทษช. ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพกำลังนั่งทำงานสั้นๆ ว่า “สู้ต่อไปในยามยากลำบาก Fighting through the hard time” 
    ส่วนที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ ม.ล.ณัฏฐพล เทวกุล  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 กทม. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ถือเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย และทราบว่าคำชี้แจงดังกล่าวฝ่ายกฎหมายได้ให้คณะ กก.บห.พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ การหาเสียงจะไม่พูดเรื่องคดีความ.


พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า "ขั้วไหน" จะได้เป็นรัฐบาล และ "ใคร" จะได้เป็นนายกฯ?ฉะนั้น.......วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักทีดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ "กฎ-กติกา" ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว 

จงเชื่อเส้นทางประชาชนกำหนด
สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป