หนักแผ่นดิน-ยิ้มสยาม


   

    ไม่อยากเห็น แต่ลุ้นอยากให้เกิด 
    ไม่อยากพูดถึง 
    ไม่อยากฟัง 
    ไม่อยากดู
    แต่ทั้งโพสต์ทั้งแชร์กันรัวๆ
    นับแต่เกิดเหตุ "มิบังควร" ดูเหมือนว่า การเมืองกำลังถูกปั่นกระแสให้ย้อนกลับ 
    ปูดข่าว ใช้ ม.๔๔ ปลดผู้นำเหล่าทัพ
    รถถังออกมาวิ่งเพ่นพ่าน
    รัฐประหารซ้อน
    ตามด้วยหนักแผ่นดิน 
    และแถมด้วย "ยิ้ม" 
    ชุลมุนกันทุกฝ่าย 
    ประเด็นรัฐประหารซ้อน คนถูกบอกว่าจะทำไม่ได้พูด 
    แต่คนที่บอกว่ารักประชาธิปไตยลุ้นอยากให้เกิด 
    อธิบายชี้แจงกันไปแล้วว่า.... ม.๔๔ ปลด ผบ.เหล่าทัพเป็นของปลอม 
    ไอ้รถหุ้มเกราะที่ออกมาวิ่ง ก็เขียนแปะกำกับไว้ชัด เพื่อการฝึก 
    ฟังซะที่ไหน...ทำราวกับพรรคพวกตัวเองกินหญ้า กุข่าวเป็นตุเป็นตะ ผบ.ทบ.ปีนเกลียวกับ คสช. 
    รัฐประหารซ้อนต้องมีแน่ๆ
    วันนี้ก็ยังปั่นข่าวกันอยู่
    ตั้งแต่แดงเถือกยันแดงอำมาตย์ พากันยกเมฆ  
    ต้องการอะไร?
    โน้น....เผด็จการทหารเบ็ดเสร็จเขาไปรอลุ้นเลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม กันแล้ว 
    เขารู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ รัฐประหาร มันไม่ใช่คำตอบ
    ถามจริงที่บอกว่าอยากเลือกตั้ง แท้จริงแล้วอยากจะเลือกตั้งกันหรือเปล่า 
    หรือมองแล้วเลือกตั้งรอบนี้สู้ไม่ได้ เพราะผิดแผน ต้องเดินเกมใหม่ 
    ทำให้มันยุ่งเข้าไว้ หวังว่าทหารจะทำรัฐประหารซ้อนฆ่าตัวตาย ประเทศฉิบหายช่างมัน แล้วฝ่ายประชาธิปไตยปากมันค่อยตลบหลัง
    มันก็เข้าทีนะ
    แต่....ทำแบบนั้นมัน "หนักแผ่นดิน" 
    พูดถึงเพลงหนักแผ่นดิน ที่กำลังตกเป็นเหยื่ออันโอชะในเวลานี้ หากลืมชื่อเพลงไปซะ หลับตาฟังเนื้อร้องอย่างเดียว เนื้อหาดีกว่าเพลงชังชาติมากโข
     ....คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน 
    ได้อาศัยโพธิทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย 
    คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย 
    แต่ยังฝังทำกินกอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเช่นทาษของมัน 
    คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย 
    ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง 
    คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง 
    ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน 
    คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู 
    เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน 
    คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ 
    เกื้อหนุนอคติเชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา...
    ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ก็ต้องยอมรับ จะไปบิดเบือนไม่ได้ 
    เพลงหนักแผ่นดิน แต่งเมื่อปี ๒๕๑๘ 
    ออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก 
    เพื่อต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์  
    ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘-๒๕๒๓ ลูกเสือชาวบ้านขณะนั้นร้องเป็นทุกคน
    ฝั่งนักศึกษา ประชาชนที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารยุคนั้น มองว่าเป็นเพลงปลุกระดมสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง
    เป็นแนวคิด ขวาพิฆาตซ้าย 
    เป็นความจริงว่าเผด็จการทหารยุคนั้น โหดเหี้ยม ไล่จับผู้เห็นต่างเข้าคุก และฆ่า!
    เป็นความจริงว่า นักศึกษาประชาชน ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ต้องเข้าป่าร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย 
    และเป็นความจริงว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับการรุกรานของระบอบคอมมิวนิสต์  
    เป็นยุคที่มีความเสี่ยงว่าทฤษฎีโดมิโนจะเป็นจริงสมบูรณ์แบบ
    คือการขยายตัวของลัทธิและระบอบคอมมิวนิสต์ในทวีปเอเชีย 
    จีน เกาหลีเหนือ เวียดนามเหนือ เป็นคอมมิวนิสต์แล้ว โดมิโนตัวต่อไปคือ ลาว กัมพูชา ไทย  มาเลเซีย สิงคโปร์ ตามลำดับ
    ทฤษฎีโดมิโนดูท่าจะเป็นจริง เวียดนามล้ม ลาวล้ม กัมพูชา ฉิบหายหนัก 
    คิวต่อไปคือไทย 
    นั่นคือสิ่งที่คนไทยต้องเผชิญก่อนปี ๒๕๒๓ 
    ถ้าคอมมิวนิสต์ชนะ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะถูกล้มล้าง     
    ไม่ต่างจากเวียดนาม ลาว
    ก็ไม่รู้ว่าคนไทยกี่มากน้อยต้องการเป็นแบบนั้น เพราะยุคสมัยดังกล่าว ไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มีทวิตเตอร์  อินสตาแกรม 
    แต่เพราะคนไทยทำความเข้าใจกัน เห็นว่ารบกันไปมีแต่สูญเสีย สู้ออกมาร่วมพัฒนาประเทศด้วยกันดีกว่า 
    เพลงหนักแผ่นดิน ในบริบทดังกล่าวจึงเงียบสงบลง
    แล้ว เพลงหนักแผ่นดิน เพลงเดิม เนื้อหาเดิม ในบริบทปัจจุบัน ต่างหรือเหมือนในอดีตอย่างไร 
    ฝากนักวิชาการหัวเห็ดทำวิจัยเรื่องนี้หน่อยก็คงจะดี
    วันนี้ไม่มีคอมมิวนิสต์ 
    มีแต่อดีตสมาชิก พคท. หลายคนทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง 
    และหลายๆ คนทำงานรับใช้คนโกงอย่างทักษิณ 
    ปัจจุบันโดมิโนที่ล้มไป ได้รับการฟื้นฟู เพราะคอมมิวนิสต์ในอุดมคติ ความเสมอภาค ไร้ชนชั้น เป็นแค่จินตนาการยูโทเปีย
     จีน เวียดนาม กลายเป็น เปลือกคอมมิวนิสต์ เนื้อในทุนนิยม 
    ส่วนไทย รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาจนถึงทุกวันนี้ 
    หากเปิด เพลงหนักแผ่นดิน ในวันนี้ยังสื่อไปถึง การสร้างความเกลียดชัง ให้มีการประหัตประหารเหมือนในอดีตหรือไม่ 
    ถามใจเธอดู!
    เมื่อไพร่ทุนนิยมอย่าง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ถูกขุดคุ้ยเรื่องที่เคยให้สัมภาษณ์ ในนิตยสาร GM  ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐  
    "ผมเพิ่งคิดเรื่องนี้เมื่อวานนี้เอง เจออะไรไม่รู้ทำให้ผมคิดเรื่องนี้ เมืองไทยนี่มันเป็น Land of Smile  ใช่ไหม 
    ผมมานั่งคิดว่าทำไมเราถึงยิ้ม     
    แล้วคำตอบที่ได้ อาจจะไม่ถูกใจคนไทยหลายๆ คน 
    แต่เหตุผลที่ผมคิดว่า ทำไมคนไทยถึงยิ้ม ก็เพราะคนไทยไม่มีจุดยืนเรื่องอะไรเลย 
    เมื่อโดนถามเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แล้วเราตอบไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือยิ้ม ไม่มีจุดยืน 
    แม้แต่ในเรื่องที่สากลเขายอมรับกัน อย่างเช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน คือเราอาจจะมีบางอย่างที่เป็นจุดร่วมกันกับคนในสังคม แต่มันอธิบายกับคนในระดับสากลไม่ได้" 
    รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น!
    บรรดาสาวกหัวดำยันหัวหงอกของธนาธร ช่วยกันแก้ต่าง 
    แก้ด้วยอะไร?
    เอาภาพรางวัลพูลิตเซอร์ของสำนักข่าวเอพี มาแชร์กันว่อน 
    ภาพที่ว่าคือ ภาพเด็กยิ้ม ขณะที่ร่างของ "วิชิตชัย อมรกุล" ซึ่งถูกผูกไว้ที่ต้นมะขาม สนามหลวง ถูกฟาดด้วยเก้าอี้ เมื่อปี ๒๕๑๙ 
    ไปดูเอาเถอะ หน้าเฟซบุ๊กของ นักวิชาการ แกนนำม็อบ ที่ประกาศตัวอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แชร์กันเพียบ
    ถ้าบอกว่าเพลงหนักแผ่นดินคือตัวแทนของการสร้างความเกลียดชัง เพื่อเข่นฆ่ากัน 
    ไม่ควรนำมารื้อฟื้น! 
    ถามว่า...แล้วภาพเด็กยิ้ม เอามาแชร์กันสนั่น เพื่อความปรองดองอย่างนั้นหรือ?
    บาดแผลในอดีต ความเจ็บปวดที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันเป็นบาดแผลของประเทศ  
    ทำไมเพลงหนักแผ่นดินเปิดไม่ได้ แต่แชร์รูป เด็กยิ้มกับความวิปโยค ได้ 
    อะไรคือการรื้อฟื้นสร้างความเกลียดชัง 
    อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น 
    อ่านเนื้อเพลงหนักแผ่นดิน โดยตัดอดีตออก ใช้บริบทปัจจุบันแทน คุณจะนึกถึงอะไร 
    ทำใจให้กลางๆ!
    ไม่มีคอมมิวนิสต์ ถ้าจะมีก็คงเป็นบรรดา "สหาย" ที่เปลี่ยนอุดมการณ์ไปรับใช้คนโกง 
    แล้วลองเทียบกับเพลง "ประเทศกูมี" 
    แยก "รักชาติ-ชังชาติ" กันได้หรือเปล่า? 
    ขณะที่ เด็กยิ้มกับความวิปโยค เอาบริบทปัจจุบันไปใส่ไม่ได้เลย 
    "ยิ้ม" นั้นคงยังเป็นยิ้มที่ไม่ควรรื้อฟื้น สะกิดแผลเก่าให้เกิดความขัดแย้ง
    ไม่ควรนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองในปัจจุบัน
    "Land of Smile" คือยิ้มพิมพ์ใจ
    แต่ถ้าไม่มีจุดยืนอะไร คงยิ้มแบบ "ธนาธร" กระมัง.
                                ผักกาดหอม


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ