'บิ๊กตู่'อ้อนชาวใต้เพราะรักจึงมาหา แม้เครื่องบินเสียก็ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้น


   

21 ก.พ.62 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานีและจ.กระบี่ โดยจุดแรกนายกฯ เดินทางมายังลานอเนกประสงค์ ท่าเทียบเรือเกาะสมุย ต.หน้าทอน อ.เกาะสมุย เพื่อเป็นประธานในพิธีส่งน้ำประปาผ่านท่อลอดใต้ทะเลจากเมืองสุราษฎร์ธานีมายังเกาะสมุย ซึ่งมีระยะทาง รวม 125 กิโลเมตร และเป็นโครงการวางท่อประปาที่ยาวที่สุดในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯได้เดินทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับกว่า 1,000 คน พร้อมยื่นมือทั้งสองข้างสัมผัสมือกับชาวปักษ์ใต้ โดยประชาชนได้ตะโกน "นายกฯ สู้ๆ" นายกฯ จึงทำมือเป็นสัญลักษณ์ ไอเลิฟยู จากนั้นได้ร่วมชมการแสดงรำมโนราห์ ก่อนเป็นสักขีพยานในโอกาส พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสือโครงการป่าชุมชน บ้านธารน้ำร้อน แก่ผู้แทนจำนวน 1 ราย และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ภายในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้ตัวแทนเกษตรกร จำนวน 10 ราย

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอโทษประชาชนที่เดินทางมาล่าช้าว่า “วันนี้เดินทางมาไกล แต่ยืนยันไม่มีอะไรจะมาสกัดกั้นการเดินทางของนายกรัฐมนตรีได้ แม้แต่เครื่องบินที่ใบพัดจะดับไปเครื่องหนึ่ง ผมก็บอกกับนักบินประจำเครื่องว่า แม้ใบพัดจะดับไปเครื่องหนึ่ง แต่ยังสามารถบินต่อไปได้หรือไม่ เพราะความจริงสามารถบินต่อได้ มีใบพัดแค่ 3 เครื่อง ก็นั่งมาหลายครั้งแล้ว แต่นักบินไม่ยอม ก็เลยต้องบินกลับไปที่กรุงเทพฯ บินกลับไปอีกครึ่งชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่มา ไม่เช่นนั้นก็มาถึงสมุยเร็วกว่านี้ เพราะเมื่อช่วงเช้าผมเดินทางออกตามเวลาทุกประการ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน และขอให้รู้ไว้เลยว่า การที่เราต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นอย่างที่เห็น อีกทั้งไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวที่นั่ง แต่ในวันข้างหน้าก็ต้องใช้ขนประชาชน และใช้ในยามที่เดือดร้อน เช่น พายุปาบึก ทุกคนก็ต้องขึ้นลำเดียวกับผม ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เครื่องบินบางลำอายุมากกว่าผมอีก เวลากำลังพลขึ้นยุทโธปกรณ์ ต้องยกมือไหว้ นักบินเองต้องยกมือไหว้ พร้อมบอกว่าอย่าเป็นอะไรนะเว้ย ปลอดภัยนะ เจ้าหน้าที่เสี่ยงกันขนาดนั้น เห็นใจเขาบ้าง นึกถึงคนใช้งานบ้าง ทุกคนเขามีความรับผิดชอบ”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลแก้ปัญหาให้ถูกวิธี แก้ให้ยั่งยืน อย่างที่ดินก็ทำให้ถูกกฎหมายอย่าไปบุกรุก รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังทำร้ายใคร แม้รายได้เราจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะรายได้เรามาจากภาษีที่ตนแตะไม่ได้ พูดเรื่องภาษีไม่ได้คนจะนำไปบิดเบือน วันนี้รัฐบาลไม่ได้ไปยุ่งกับภาษีเลย เอาไว้เมื่อพร้อมถึงเวลาค่อยว่ากัน อย่างไรก็ตาม มาสมุยครั้งนี้มีขอติเรื่องการทิ้งขยะ ขอให้ทุกคนช่วยกันเก็บถุงพลาสติกและขยะตามข้างทาง ผู้ว่าฯ ขอความร่วมมือทำโครงการจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจสักครั้งหนึ่ง เก็บขยะทั้งเกาะ แล้วแก้ปัญหาเรื่องการทิ้ง การใช้ถุงพลาสติกให้ลดลง เพราะทุกพื้นที่คือหน้าตาของทุกคนขออย่านิ่งดูดาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงต้องคิดให้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง อย่างปัจจุบันทุกคนอยากเขียน อยากแสดงความคิดเห็น จริงบ้างไม่จริงบ้างก็โพสต์ข้อความ สิ่งเหล่านี้บางครั้งก็สร้างความกดดัน ทำให้การทำงานยากขึ้น อะไรก็ไม่ได้ การเคลื่อนไหวต่างๆต้องให้คนในพื้นที่ เพราะถ้าให้คนนอกพื้นที่มาทำก็จะไปต่อไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้จริงถึงความเดือดร้อนรัฐ บาลนี้ไม่ใช่เลือกข้างใคร แล้วไม่ต้องการหรือ ไม่ต้องการ การนำแบบนี้ในวันข้างหน้าหรือ ใครจะมาเป็นก็ได้ แต่ให้ทำอย่างที่ตนทำ คือไม่เลือกว่าเป็นพื้นที่ของใคร เพราะทั้งหมดคือคนไทยทั้งประเทศ อย่าไปแยกแยะคนนั้นคนนี้ ตนทำแบบนั้นไม่ได้ วันนี้หลายโครงการเกิดขึ้น งบประมาณที่ใช้จ่ายก็ไม่ได้มากมายกว่าเดิมมากนัก ทุกอย่างยังรักษาสภาพคล่องของรัฐบาล ไม่ได้ทำความเสียหายให้กับประเทศเลย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่งที่ระบุว่า เราจะควบคุมช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง รัฐบาลจะรับซื้อข้าวทุกเม็ดจากชาวนานั้นว่า จะใช้งบประมาณจากไหนมารับซื้อในราคาสูง แต่ละปีชาวนาผลิตข้าวได้จำนวนกี่ล้านตัน จะอาเงินที่ไหนไปซื้อ จะเอาคลังที่ไหนไปเก็บข้าว ซื้อมาแล้วจะบวกให้อีก 10-15 เปอร์เซ็นต์เป็นราคาขาย ที่ผ่านมาซื้อแล้วก็มาเก็บในคลัง เน่าอยู่แบบนั้นเพราะขายใครไม่ได้ คิดแบบนี้ไม่ได้ ตนไม่ได้ว่าใครแต่ก็ต้องสอนวิธีคิดใหม่ ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ รัฐบาลทำเองทั้งหมดไม่ได้และไม่มีใครในโลกนี้ทำกันฟังดูเหมือนดี “ผมพูดตรงกลาง ไม่ว่าใครพรรคไหนจะออกมาพูดเช่นนี้ผมก็ทักท้วงทั้งหมด รวมถึงพรรคที่เอาชื่อผมไปขึ้นอยู่ ผมเป็นธรรมนะ แต่เขาคงจะตั้งใจ แต่ไม่พูดดีกว่า ไม่พูดไม่เกี่ยว วันนี้ผมมาตรงราชการ แต่ต้องนึกถึงหลักความเป็นจริง”

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องอยู่กันด้วยความรัก ความสามัคคี วันนี้เรามีปัญหามากมายเราต้องแก้กันด้วยกฎหมาย ทยอยแก้ไข ถ้าไม่ใช้กฎหมายเรื่องก็จะทับซ้อนเป็นปัญหาหมักหมม ยืนยันว่านายกฯไม่ได้ฟังข้อมูลจากราชการเพียงฝ่ายเดียว ตนไม่ฉลาดน้อยแบบนั้น วันนี้ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่นายกฯ อะไรก็อยู่ที่นายกฯ เพราะฉะนั้นนายกฯ คือคนที่สำคัญที่สุด อยากได้นายกฯอย่างไรก็ไปเลือกตั้งกันมา ไม่ต้องมายุ่งกับตน เพราะเราต้องดูแลคนทั้งประเทศ รักใครชอบใครก็เลือกคนนั้น แต่ต้องนึกถึงบ้านเมืองด้วยว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไร วันนี้ตนมาด้วยความรัก ถ้าไม่รักก็ไม่มา แม้เครื่องบินเหลือเพียง 2 เครื่องยนต์ก็จะมา แต่โชคดีเป็นเครื่องบินทหารมี 4 ใบพัด ดับไปใบหนึ่ง ถ้าบินต่อก็ได้ แต่มันก็เสี่ยงไปนิด จึงต้องกลับมาเปลี่ยน วันนี้รักทุกคน อย่าเกลียดชังฉันนักเลย เพราะถ้าตามใจมากก็จะเละเทะ ทุกอย่างต้องมีการหารือและแก้ปัญหา


เป็นไงบ้างครับ กับผลเลือกตั้งเมื่อวาน?ต้องบอกว่า นี่คือสัญญาณประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "ยุคเปลี่ยนผ่าน" แท้จริงแล้ว!แต่สรุปชัดเจนลงไปทีเดียวยังไม่ถนัด เพราะตอนลงมือคุยกับท่าน ตอน ๒ ทุ่ม (๒๔ มี.ค.๖๒)

ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'