ถึงคราว 'ก็พลาดตายเอง'


   

    "คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว 
    จึงไม่ไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕๘  วรรคหนึ่ง
    ๑๓.๐๐ น. พฤหัสที่ ๗ มี.ค.๖๒ 
    ศาลฯ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ 
    ๑๕.๐๐ น. .....
    อ่านคำวินิจฉัย"

    ครับ เป็นไปตามนั้น ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกาล!
    คือ "ตัดสินก่อนเลือกตั้ง" เป็นคุณกับทุกฝ่าย 
    ทั้งไทยรักษาชาติ ทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประชาชนผู้เลือก และทั้งกระบวนการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ทั้งหมด 
    ถ้าศาลวินิจฉัย ว่า.......
    การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อ ๘ ก.พ.๖๒ 
    "ไม่ขัด" ตามประกาศประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๑ ข้อที่ ๑๗ ที่ว่า
    "ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง"
    พรรคไทยรักษาชาติจะได้สิ้นปัญหาและครหา หาเสียง หาคะแนนกันได้เต็มสูบ
    แต่ถ้าวินิจฉัยว่า "ขัด" ศาลฯ มีคำสั่งอย่างใด ไทยรักษาชาติ ก็จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
    สรุปว่า "เป็นคุณกับทุกฝ่าย"
    เอาเป็นว่า เรื่อง "ผลคดี" ไม่ต้องพูด ไว้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ในวันที่ ๗ มีนาทีเดียวเลย ซึ่งไม่นานเกินรอ
    ที่พูดกันได้ และควรรู้ คือ ใครบ้างในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องผูกพันกับคดีนี้ตามกฎหมาย?    
    "ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช" ในฐานะหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น และคณะผู้บริหาร อีก ๑๓ คน
    นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑ 
    น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองฯ ที่ ๒
    นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓ 
    นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔ 
.   นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค 
    นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑ 
    นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒ 
    นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์  รองฯ ที่ ๓ 
    นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กก.บห.
    นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห.
    นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค
    น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน  
    นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค
    สมมุติว่า ไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ตามท้ายมาตรา ๙๒ กฎหมายพรรคการเมือง บอกว่า
    "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง 
    และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น"
    มาตรา ๙๔ บอกว่า
    "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคําสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา 
    และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น 
    ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ 
    หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก 
    ทั้งนี้ ภายในกําหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ"
    ตรงนี้ มีผู้สงสัย........
    ตกลงเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง "สิบปี" หรือตลอดชีวิตกันแน่ เพราะเห็นพูดกันหลายนัย?
    ผมว่า ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๔ กฎหมายพรรคการเมืองนี้แหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิต
    ที่บางคนว่า "ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต" นั้น เป็นความเข้าใจสับสนมากกว่า
    คือไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ที่ว่า
    "ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ"     
    กรณีนี้.........
    ใช้สำหรับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 
    อย่าง "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-บุญทรง" โทษอาญา จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต!
    สำหรับ ๑๔ กรรมการบริหารไทยรักษาชาติ ถ้าถูกยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิ์แค่ ๑๐ ปี
    ก็อย่างที่ทักษิณบอก "เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบ้าง"
    รุ่นใหม่ "ไทยรักษาชาติ" ของทักษิณ อายุเฉลี่ย อย่างเก่งก็ ๓๐ ปลายๆ แก่ที่สุดก็น่า ๔๐ ต้นๆ    เว้นวรรคไป ๑๐ ปี แป๊บเดียวเอง
    ๕๐-๖๐ ขวบ กลับมารับคำสั่งทักษิณตั้งพรรคกันใหม่ ยังไม่สายหรอก
    เพียงแต่ว่า อีก ๑๐ ปี ทักษิณยังจะหายใจอยู่ถึงหรือไม่เท่านั้นแหละ!?
    ก็มีคำถามต่อ แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคล่ะ จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยมั้ย?
    ไม่ถูกตัดสิทธิ์!
    แต่ที่สมัครลงแข่งทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักษาชาติคราวนี้
    พลอย "หมดสิทธิ์"!
    พรรคถูกยุบ เท่ากับไม่มี "พรรคไทยรักษาชาติ" อยู่ในสนามเลือกตั้ง กากบาทเบอร์ในบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นโมฆะ!
     ใครบ้างล่ะ ที่ต้องตกน้ำป๋อมแป๋มไปกับการยุบพรรค ที่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้า ก็อย่างเช่น
    -นายจาตุรนต์ ฉายแสง
    -นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
    นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์
    นายเจริญ จรรย์โกมล
    นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
    นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์
    นายนิคม ไวยรัชพานิช
    นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
    นายพิชิต ชื่นบาน
    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
    นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
    นายประภัสร์ จงสงวน
    นายสุธรรม แสงประทุม
    นายก่อแก้ว พิกุลทอง
    นายเหวง โตจิราการ
    นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
    พลตรี ศรชัย มนตริวัต
    นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
    นายพายัพ ปั้นเกตุ
    พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์
    นางสาวชญาภา สินธุไพร
    เนี่ย...พวกปาร์ตี้ลิสต์ "แดงทั้งแผ่นดิน" ตัวเอ้ทั้งนั้น พลอยหกตกใต้ถุนไปด้วย
    แต่นี่จุ๋มจิ๋มมาก สมมุติถูกยุบพรรค ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็น "เพื่อไทย"
    เพราะทักษิณ "เจ้าเล่ห์-โลภมาก" แตกพรรค นึกว่าเจ๋ง ที่ไหนได้ เจ๊งเลย!
    เลือกตั้ง ๓๕๐ เขต 
    เจตนาส่อ "ฮั้วกัน" เพื่อไทย ส่งสมัครแค่ ๒๕๐ เขต
    ให้ไทยรักษาชาติ ส่ง ๑๕๐ เขต!
    ในขณะที่ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เขาส่งครบ ๓๕๐ เขต
    เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าไทยรักษาชาติถูกยุบ เท่ากับ "เพื่อไทย" ทำนาแค่ ๒๕๐ ไร่
    ในขณะที่คู่แข่ง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทำนากัน คนละ ๓๕๐ ไร่
    ผลผลิตรวมที่ได้ ยังไงๆ นา ๓๕๐ ไร่ ต้องได้ข้าวมากกว่า นา ๒๕๐ ไร่อยู่แล้ว 
    เพื่อไทย เสียพื้นที่คะแนนไป ๑๕๐ เขต เฉลี่ยความ "น่าจะได้" แต่ละเขต ตีซะว่า ๓ หมื่นคะแนน
    ๓๐,๐๐๐ X ๑๕๐ = ๔,๕๐๐,๐๐๐ คะแนนที่หายไป แตกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขี้หมู-ขี้หมา จะได้ ๔๐-๕๐ คน
    แต่ตกน้ำป๋อมแป๋มไปต่อหน้า ด้วยโลภและเจ้าเล่ห์ของมันแท้ๆ!
    นี่แหละหนอ "ลิขิตฟ้า-ชะตาคน"
    เล่ห์เหนือขนาดไหน เมื่อถึงคราว "เจ้าก็พลาด" ถึงตายเอง!


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส