ล่องซีทราน เฟอร์รี่ เที่ยวเกาะสมุย-เกาะพะงัน


   

(เรือซีทราน เฟอร์รี่)

    ภาคใต้บ้านเราเป็นสวรรค์ของคนชอบทะเล ที่มาเวลาไหนก็ไม่เบื่อ ยิ่งช่วงนี้อากาศในเมืองกรุงไม่ค่อยจะดีนัก หลายคนก็เลยเลือกตบเท้าแบกเป้มาเที่ยวทะเล สูดรับโอโซน ลมทะเลเย็นๆ เข้าร่างกายกันสักหน่อย โดยจุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้ก็คือ เกาะสมุย-เกาะพะงัน
    ทั้งสองเกาะนี้ส่วนตัวเราก็ไม่เคยไปมาก่อน แต่คิดไว้ว่าต้องมาให้ได้สักครั้ง ได้ยินแต่เเสียงร่ำลือถึงความสวยงาม หาดทรายขาว ผืนน้ำสีเขียวมรกต อุดมสมบูรณ์ด้วยปะการัง และเหล่าฝูงปลา น่ากระโดดลงไปดำน้ำ หรือจะล่องเรือชมวิวชิลๆ และแน่นอนทั้งสองเกาะนี้ยังได้ใจชาวปาร์ตี้ด้วยเทศกาลต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นเกือบตลอดทั้งปี อาทิ Waterfall Party, Blackmoon Culture,Loi Lay,Halfmoon Festival,Jungle Experience และที่ปาร์ตี้เป็นไฮไลท์อย่าง ฟูลมูน ปาร์ตี้ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างล้นหลาม

(วิวเกาะสมุยจากบนเรือ)

    ช่วงบ่ายที่คณะได้เดินทางมาถึงที่ท่าเรือข้ามฟากท่าดอนสักเพื่อข้ามไปยังเกาะสมุย ในทริปนี้เราได้โดยสารเรือของ บจก.ซีทราน เฟอร์รี่ ที่ให้บริการเรือข้ามฟาก เส้นทางไป-กลับดอนสักสู่เกาะสมุย และบริการเรือเร็ว ซีทราน ดิสคัฟเวอรี่ เส้นทางระหว่างเกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า-ท่าเรือดอนสัก บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไป-กลับเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย (ท่าเรือหน้าทอน)

(บริเวณจอดรถยนต์ที่ต้องการข้ามฟาก)

    เส้นทางจากท่าเรือดอนสัก-เกาะสมุย (ท่าเรือหน้าทอน) และเที่ยวเรือจะออกทุกๆ ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. และหากอยู่ในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซีทราน เฟอร์รี่ ก็จะเพิ่มรอบเรือเสริมทุกๆ ครึ่งชั่วโมงอีกด้วย
    ส่วนอัตราค่าบริการ ผู้โดยสาร 1 คน/เที่ยว ผู้โดยสารทั่วไป ผู้ใหญ่ 130 บาท เด็กสูง 100-150 ซม. 65 บาท นักเรียนในเครื่องแบบ 65 บาท ภิกษุ-สามเณร 65 บาท รถยนต์นั่ง 4 ล้อ รถจิ๊ป รถตู้ รถปิกอัพ 420 บาท รถจักรยานยนต์ 180 บาท รถจักรยาน (ถือ/จูง/ปั่นลงเรือ) 160 บาท

(ห้องกัปตันดูแลการเดินเรือ)

    ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เบญจวรรณ ตัณฑ์ไพบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีทราน เฟอร์รี่ จำกัด บอกเล่าบริการเรือข้ามฟากของซีทราน เฟอร์รี่ ว่า เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2545 ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจนำเสนอบริการที่มีคุณภาพและความปลอดภัยระดับสากล ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO:9001 พร้อมใส่ใจในการพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านศักยภาพของบุคลากร การเดินเรือ ตัวเรือ ท่าเรือ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับลูกค้า พร้อมกับพัฒนาศักยภาพพนักงานที่ให้บริการ การดูแลรักษาสภาพเรือที่จะมีการตรวจสอบอยู่เป็นประจำ และตรวจสอบครั้งใหญ่ทุกๆ 2 ปี อีกทั้งมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยครบครันตามกำหนดของกฎหมาย สำหรับในอนาคตเราจะเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายตั๋วนำรถลงเรือล่วงหน้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่ออำนวย ความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการไม่ต้องรอนาน สามารถวางแผนในการเดินทางได้ตรงตามเวลาที่ต้องการมากยิ่งขึ้นด้วย

(บริการนวดเท้าผ่อนคลายระหว่างล่องเรือ)

    หลังจากจบการสนทนาก็ได้เวลาที่ต้องขึ้นเรือกันแล้ว มองดูรอบๆ ผู้โดยสารที่นอกจากกลุ่มของเราแล้ว ก็ยังมีนักท่องเที่ยว ที่ดูคร่าวๆ แล้วก็เห็นแต่จะมีชาวต่างชาติทั้งยุโรป จีน เกาหลี บนเรือ ซีทราน เฟอร์รี่ ลำนี้มีที่นั่งคล้ายๆ กับที่นั่งบนรถทัวร์ นั่งได้สบายๆ เลือกได้ตามสะดวกอย่างเพียงพอทั้งแบบอินไซด์และเอาต์ไซด์ ใครที่ชอบยืนรับลมชมทะเลก็จะฟินมากๆ บนเรือยังมีร้านค้าจำหน่ายขนม น้ำ อาหารเวฟ หรือใครอยากนวดเท้าผ่อนคลายก็มีนะ ราคาอยู่ที่ 300 บาท/45 นาที เราก็ไม่พลาดลองใช้บริการสักหน่อยระหว่างเรือแล่นข้ามทะเลไปสู่จุดหมาย

(ฟ้าสีหม่นๆ เมื่อเรือเทียบท่าที่เกาะพะงัน)

    วันต่อมาเราก็ต่างเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการข้ามไปยังเกาะพะงัน โดยเรือเร็ว ซีทราน ดิสคัฟเวอรี่ พอเรือจะออก ฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มดูท่าไม่ค่อยจะดีนัก แอบกังวลอยู่เหมือนกัน พอเรามาถึงฝั่งที่เกาะพะงันสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ท้องฟ้าสีสดใสจึงหม่นๆ เหมาะกับการนอนริมทะเลจริงๆ เราได้พบกับพี่

(นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังเกาะพะงัน)

    โรเบิร์ต หรือ อนุชา ไชยสัตย์ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่นำคณะท่องเที่ยวในเกาะพะงัน ได้เล่าสั้นๆ ถึงเกาะแห่งนี้ว่า ทุกคนจะจำภาพว่าเกาะพะงัน คือ ต้องมาฟูลมูนปาร์ตี้ แต่แท้จริงแล้วเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีน้ำตกธารเสด็จ ที่มีประวัติศาสตร์เล่าถึงรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ได้เสด็จประพาสน้ำตกรวม 14 ครั้ง มีน้ำตลอดทั้งปี และยังมีเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีพรรณไม้และกล้วยไม้ป่าให้ศึกษาด้วย

(ทะเลริมเกาะราฮัม)

    มาเกาะพะงันสามารถเที่ยวได้ตั้งหลายหาดเลย หาดริ้น หาดยวน และคณะเราก็มาแวะที่หาดสนที่ตั้งของเกาะราฮัม ที่นี่ค่อนข้างจะส่วนตัวมากๆ บรรยากาศก็สงบ การตกแต่งดูโมเดิร์น มีมุมนั่งชมทะเล น้ำทะเลใสแจ๋วจนสามารถมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายได้เลย แต่ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก เราคิดว่าหากตัดภาพปาร์ตี้ต่างๆ เกาะพะงันก็เหมาะอย่างยิ่งแก่การมาพักผ่อน สโลว์ไลฟ์ จริงๆ อาหารบ้านที่นี่ดูจะหายากไปหน่อย เพราะส่วนใหญ่ก็มีแต่อาหารสไตล์ฝรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้เวลาอยู่ที่เกาะราฮัมพอสมควรเราก็ต้องเดินทางกลับกันแล้ว
    ขากลับจากเกาะพะงันก็ต้องมีเอายาดมที่พกออกมาดมคนละฟอดสองฟอด เพราะคลื่นลมและฝนที่กำลังจะตก ทำให้เรือโคลงเคลงชวนเวียนหัว แต่ใครที่ไม่เมาเรือก็สามารถไปนั่งชมวิวด้านนอกได้ ในระหว่างที่เมาเรือก็นั่งดูละคร กินขนมไปเพลินๆ จนมาถึงเกาะสมุย เย็นนี้เราเลยขอปิดท้ายโปรแกรมด้วยการไปเดินถนนคนเดินที่เกาะสมุย ชมการละเล่นควงไฟริมหาด ดื่มด่ำบรรยากาศริมทะเลยามค่ำคืน ก่อนกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้
    สำหรับการจองคิวรถลงเรือเฟอร์รี่ล่วงหน้า สามารถจองผ่าน Call Center 0-7795-0559 (04.00-19.00 น. ทุกวัน) และที่เว็บไซต์ www.seatranferry.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.seatranferry.com, FB: www.facebook.com/Seatranferry หรือโทร Call Center 0-7795-0559 (04.00-19.00 น. ทุกวัน) และ Line @seatranferry.


อย่าว่าโง้น-งี้เลยนะ วันนี้..... ขอฉลองศรัทธา "คุณไพศาล พืชมงคล" เจ้าสำนักบางโพที่ไม่ต้องขยายความสักสอง-สามคำเถอะ

วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'