มส.หารืองานบวช ยํ้าห้ามเหล้า-พนัน


   


    เผยแก๊งงานบวชอีก 3 คนเผ่นหนีออกต่างจังหวัด ตำรวจมั่นใจไม่พ้นเงื้อมมือ หมอธีเผยค่าเสียหายพุ่งเป็นเกือบ 1 ล้าน ยังไม่รวมค่าทำขวัญให้ผู้เสียหาย พร้อมเป็นตัวแทนฟ้องให้ครูและ นร.ที่ถูกทำร้าย
    พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นต่อศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ทำร้ายครูและนักเรียนขณะสอบแกต/แพต หลังจากได้จับกุมและส่งฝากขัง 24 ผู้ต้องหาไปแล้ว ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าทั้ง 3 คนได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปซ่อนตัวอยู่ต่างจังหวัดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะติดตามจับกุมได้
    ขณะที่ พ.ต.ท.สนธิขัย กลีบบัว รอง ผกก.สอบสวน สน.บางขุนเทียน กล่าวว่า ได้เชิญกลุ่มนักเรียน 2-3 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมด้วย สำหรับอีก 3 คนที่ถูกออกหมายจับเพิ่ม ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 6 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันทำร้ายร่างกาย, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการ โดยใช้กำลังประทุษร้ายตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ในบริเวณวัด หรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา 
    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายว่า ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ส่งตัวเลขค่าเสียหายมาให้ได้พิจารณา ตนเห็นว่ามีค่าเสียหายบางกรณีที่ไม่ควรนำมาคิดรวม เช่น ค่าการดำเนินการจัดสอบในครั้งแรก เพราะ สทศ.จะต้องจัดสอบอยู่แล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดค่าเสียหายในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม คือในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในโรงเรียนด้วย โดยจากการคำนวณในเบื้องต้นคาดว่าตัวเลขค่าเสียหายอาจจะใกล้ 1 ล้านบาท ซึ่งในส่วนค่าเสียหายตรงนี้ยังไม่ได้รวมเรื่องค่าทำขวัญให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย เรื่องนี้คงต้องมีการฟ้องเป็นรายบุคคลและเป็นอำนาจของศาลที่จะต้องตัดสิน 
    รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายเข้ามาดูแลเรื่องการฟ้องร้อง ว่า สทศ.จะสามารถดำเนินการฟ้องเองได้หรือไม่ในฐานะผู้จัดสอบที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากตนไม่ต้องการให้นักเรียนหรือผู้ปกครองไปดำเนินการฟ้องกันเองเป็นส่วนตัว โดยในส่วนของการฟ้องร้องเรื่องความเสียหายของทรัพย์สินของโรงเรียน ก็คงต้องให้หน่วยงานที่กำกับดูแลโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการฟ้อง หรือจะฟ้องร้องร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ เพราะใครที่ทำอะไรไว้จะต้องรับผิดชอบ และการรับผิดชอบจะเป็นเท่าไร อย่างน้อยสาธารณชนต้องรู้ 
    พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ กล่าวว่า ที่วัดชลประทานฯ มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับงานบวช โดยเน้นหลักคือ 1.ระเบียบ 2.เรียบง่าย 3.ประหยัด 4.ทำแล้วเกิดประโยชน์ และ 5.ถูกต้องตามธรรมวินัย และเป็นการบวชเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งอุบาสก อุบาสิกา เดินตามพระพุทธเจ้า ไม่มีกิจอื่น ในวัดไม่มีดนตรี ไม่มีการเวียนโบสถ์ แต่เดินตรงเข้าโบสถ์ไปหาพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการสร้างความสุขใจ ปลื้มใจ และมีส่วนร่วมกัน ที่เรียกว่า บวชแบบไม่ต้องโกนหัวให้กับคนอื่นด้วย 
    “การบวชไม่ใช่การล้างผลาญทรัพย์ ที่นำทรัพย์สินสมบัติที่สะสมมาทั้งชีวิตมาละลายทั้งหมดในไม่กี่นาที และไม่ใช่การบวชสะสมทุน หวังจะหากำไรจากคนที่มาร่วมงาน ได้เงิน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้ตัวเองเสียหายและยิ่งห่างจากศาสนา ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเอาการบวชมาย่ำยีให้ตระกูลเสียหาย สังคมตกต่ำ และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือ การไม่ให้มีอบายมุข เหล้ายาเข้าไปในงานบวช จนเหมือนปัจจุบันที่กลายเป็นเรื่องสนุกสนานในการแห่นาค จนไม่รู้ว่าไปสวรรค์หรือนรก” เจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ กล่าว.