แตกแบงก์พันไม่ทั่ว ‘จตุพร’โวยลั่นเพื่อชาติเป็น‘ตระกูลเพื่อ’ซีกพรรคกระยาจก!


เพิ่มเพื่อน    

  แตกแบงก์พันไม่ทั่วถึง! "จตุพร" โวยลั่น เพื่อชาติเป็นพรรคตระกูลเพื่อที่อยู่ในซีกของพรรคกระยาจก กระจอกงอกง่อยที่สุด ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งติดป้ายได้ทั้งประเทศ สะพัด "ตุ๊ดตู่-ตู้เย็น" แยกกันเดิน "ปรีชาพล" อัดคลิปบอกสบายดี แต่มีภาระหน้าที่ต้องทำ อดีตเพื่อไทยเผาระบอบทักษิณเกรียม สำนึกผิดที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เอ่ยปากขอโทษประชาชน 

    เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อชาติว่า ทุกพรรคมีปัญหาหมดในเรื่องบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ก็มีลาออก อย่างที่บอกว่าพรรคเพื่อชาติอยู่ในสถานะเหมือนพรรคกระยาจก ไม่มีเงิน ยากลำบาก ช่วยผู้สมัคร ก็ทุกขเวทนา 50,000-70,000 ถึงแสนนึง 
    "เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ พอเดินมาถึงจุดนี้ ผมไม่มีความรู้สึก เพราะเราอยู่ในภาคประชาชนมายาวนาน มีเงิน-ไม่มีเงินสำหรับผมไม่มีความหมาย แต่ว่าผู้สมัครหลายๆ ส่วนก็เหนื่อยยาก แค่ป้ายยังติดไม่ครบทั้งประเทศ พรรคอื่นๆ ยังมีปัญญาติดป้ายทั้งประเทศ ก็รู้ว่าผู้สมัครก็มีความอึดอัดกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นการมีความเห็นแตกต่างกันในพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"
    เขากล่าวว่า กรณี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ก็เช่นกัน บอกแล้ว เดินแล้วอย่าหยุดนะ ไปพิสูจน์กัน ถ้าผิดไปตามข้อกล่าวหา ก็ยุบพรรค หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ก็ถูกดำเนินคดีอาญา รวมกระทั่ง พ.ต.ท.สมชายด้วย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เรื่องซื้อขายลำดับบัญชีรายชื่อ ลองดูว่าพรรคขนาดนี้จะได้กี่ตำแหน่งเชียว แค่กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค ก็เต็มแล้ว 
    "ในโลกแห่งความเป็นจริง ผมก็เห็นว่า ณ วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคเพื่อชาติ เป็นตระกูลเพื่อที่ไม่มีเงิน เป็นตระกูลเพื่อที่อยู่ในซีกของพรรคกระยาจก กระจอกงอกง่อยที่สุด ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งติดป้ายได้ทั้งประเทศ จะมีอะไรกระจอกได้เท่านี้อีกแล้ว แต่ว่าหัวใจที่มันเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ตนก็บอกกับบรรดาพรรคพวกว่า เราก็เอาตัวเข้าแลก คือการเดินไปพบประชาชน ป้ายก็ไม่มีความหมายถ้าประชาชนเอาเราไปไว้ในหัวใจซะแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็ต้องเดินกันไปแบบนี้ เหนื่อยมากหน่อย แต่ว่าสู้กันตามสภาพ" นายจตุพร กล่าว
"ตุ๊ดตู่-ตู้เย็น"แยกกันเดิน
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อชาติว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อชาติ อาทิ นายจตุพร,  นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นต้น ได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองที่อิมพีเรียลลาดพร้าว โดยการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ของแกนนำพรรค มีความเห็นไม่ตรงกันถึงการเดินเกมของนายทักษิณ ชินวัตร และพรรค ทษช. ที่มีนายมิตติ ติยะไพรัช บุตรของนายยงยุทธเป็นเลขาธิการพรรค 
    เป็นที่น่าสังเกตว่า ภายหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์แผนงานต่างๆ ที่พรรคเพื่อชาติวางไว้ เช่น การเดินสายตั้งเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ที่จะต้องมีนายยงยุทธ นายจตุพร ควงคู่กันขึ้นเวที ต้องยกเลิก อีกทั้งนายยงยุทธ  ก็ไม่เคยปรากฏตัวที่พรรคอีกเลย 
    นอกจากนี้ ภายในพรรคยังเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากความไม่พอใจในการจัดทำลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่สายนายจตุพรคุมเบ็ดเสร็จ โดยล่าสุดพ.ต.ท.สมชายได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคโดยแจ้งกับ กกต.ว่าการทำบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อชาติไม่ชอบต่อกฎหมาย ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการจ่ายเงินซื้อลำดับปาร์ตี้ลิสต์สูงถึง 15 ล้านบาท
    ขณะ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์คลิปลงทวิตเตอร์ @Preechaphol หัวข้อ “หัวใจกับความหวัง” ความยาวประมาณ 1 นาที บอกเล่าว่าตัวเองสบายดี แต่มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำ 
    เขาระบุว่า สวัสดีพี่น้องประชาชนที่รักและเคารพทุกท่านครับ ห่างหายไปนานพอสมควร หลายคนเป็นห่วงถามถึงตัวผม ผมอยากจะเรียนว่าผมเองสบายดีครับ แต่ก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำผมเองในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ต้องกราบขอบคุณทุกๆ ท่านเป็นอย่างสูงครับ ผมขอให้กำลังใจและส่งกำลังใจไปยังผู้สมัครของเรา รวมไปถึงสมาชิกไทยรักษาชาติทุกๆท่านด้วย เราปรารถนาจะเห็นประเทศไทยก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก เราปรารถนาจะเห็นรอยยิ้ม ความสุขของพี่น้องประชาชน 
    "หนทางข้างหน้า จะมีขวากหนาม จะมีอุปสรรคนานานัปการเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าพวกเราร่วมกัน ผมเชื่อว่าเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับประชาชนคนไทย และประเทศไทยอันเป็นที่รักของพวกเราทุกๆ คนได้แน่นอนครับ” ร.ท.ปรีชาพลระบุ
    ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ?นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง, นายสุพล ฟองงาม แกนนำจังหวัดอุบลราชธานี และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยกับประชาชนกว่า 15,000 คน
อดีตเพื่อไทยขอโทษ
    นายอุตตมกล่าวว่า พรรค พปชร.เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลใหม่ไม่เหมือนรัฐบาลปัจจุบัน เพราะมาจากการเลือกตั้ง เพราะมีตัวแทนประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะเป็นคนเดิม แต่รัฐบาลคือรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นพรรคจึงมีจุดยืนในการก้าวสู่ประชาธิปไตยเพื่อคนไทยทั้งหมด ไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา จึงขอให้พี่น้องไว้วางใจพรรค พปชร. เลือกยกจังหวัด 
    นายอุตตมให้สัมภาษณ์ถึงคะแนนนิยมของพรรคในพื้นที่ภาคอีสานว่า ในส่วนของภาคอีสาน จากการพูดคุยกับแกนนำและผู้สมัครของพรรค เรามั่นใจ เพราะกระแสตอบรับดีมาก และดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย จึงทำให้เรามีกำลังใจ ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    ด้านนายสุพล ฟองงาม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ในส่วนของ จ.อุบลราชธานีและภาคอีสาน พรรค พปชร.ไม่ได้เสียเปรียบพรรคการเมืองใด กระแสดี โดยเฉพาะผลงานของรัฐบาลที่ทำเอาไว้ในเรื่องของนโยบายต่างๆ ประชาชนชื่นชอบ รวมทั้งนโยบายของพรรคที่ไปสานต่อนโยบายรัฐบาล ดังนั้น ยืนยันว่าทั้ง 4 จังหวัดที่ตนรับผิดชอบกระแสดีมาก สำหรับ จ.อุบลราชธานี มั่นใจว่าพรรค พปชร.จะได้ ส.ส.อย่างน้อย 8 ที่นั่ง 
    "เรื่องที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรื่องการไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของฝ่ายตรงข้าม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนจะเชื่อหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่า ประชาชนได้ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากใคร ใครทำให้ปัญหาบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ ผมเชื่อมั่นประชาชน" นายสุพลกล่าว
    นายสุพลกล่าวว่า ก่อนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาบริหาร เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งการปิดถนน เผาบ้านเผาเมือง ล้มการประชุมอาเซียน ยึดสนามบิน เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างประชาชนสองฝ่าย นำไปสู่การบาดเจ็บล้มตาย วนเวียนเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี 
    "ผมอยู่ในบ้านหลังนั้น เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง จึงตัดสินใจออกมาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้ง บ้านเมืองต้องสงบ และปรองดอง วันนี้สำนึกผิดที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย จึงขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย และขอชี้แจงว่าอย่าไปหลงวาทกรรมที่ใช้โจมตีพรรค โจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่าไปโทษคนปฏิวัติ แต่ต้องโทษคนสร้างปัญหาจนนำมาสู่การปฏิวัติ ถ้าเสื้อเหลือง เสื้อแดง ไม่ตีกัน พล.อ.ประยุทธ์จะยึดอำนาจหรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพราะขณะนี้อำนาจอยู่ในมือพี่น้องประชาชนในการกำหนดอนาคตประเทศ จะเลือกใครก็เป็นสิทธิ แต่หากเลือกพรรคเดิม บ้านเมืองก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นขอให้มาช่วยกันนำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง" นายสุพลกล่าว 
ทรท.ทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
    นายอนุชากล่าวว่า ตนเคยเป็น ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากกรณียุบพรรค จนกระทั่งวันหนึ่งตัดสินใจก้าวเดินออกมาสังกัดพรรคเล็ก เพราะบ้านเมืองกำลังจะลุกเป็นไฟ จากคนที่ต้องการอำนาจ ด้วยการนำความรักความศรัทธาของประชาชนไปต่อสู้บนถนน เกิดการเข่นฆ่า พี่น้องคนไทยบาดเจ็บล้มตาย ความขัดแย้งกินระยะเวลานานกว่า 10  ปี จนกระทั่งวันนี้ วันที่เห็นแสงสว่างจากความสงบสุขที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหา เข้ามากอบกู้หลายสิ่งหลายอย่างบนซากปรักหักพัง กอบกู้เศรษฐกิจที่พังเสียหายจากความขัดแย้งจนประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากนั้นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ยังได้มาร่วมกับคนทุกกลุ่มจัดตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือก เป็นแสงสว่างในการนำพาบ้านเมืองพ้นจากความขัดแย้ง ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาวไร่ชาวนาลืมตาอ้าปาก เพราะประชาชนคือสิ่งสำคัญสำหรับพรรค พปชร.
    ที่ตลาดสำเพ็ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงเลือกตั้ง โดยนำเสนอนโยบาย 9 Smart City จากนั้นนายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลด้วยพรรคการเมืองเสียงข้างมาก และจำนวนของ ส.ว. ว่าสถานการณ์ยังไปไม่ถึงตอนนั้น วันนี้แต่ละพรรคทำคะแนนด้วยการหาเสียง เพราะรัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาพิเศษกว่าทุกครั้ง ที่ให้ทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนทุกคะแนนมีความหมาย ทุกคนเอานโยบายเข้าหาประชาชน จึงเห็นได้ว่าขณะนี้ทุกพรรคมีการรณรงค์กันอย่างหนัก 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การหาเสียงขณะนี้มีการแบ่งขั้ว ประชาธิปไตย เผด็จการ ชาติพัฒนาจะอยู่ในจุดไหน นายสุวัจน์ตอบว่า เราอยู่ในจุดที่ไม่มีปัญหา ไม่สร้างปัญหา ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่สร้างเงื่อนไขอะไรทางการเมือง ไม่ต้องการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแล้วนำไปสู่เดดล็อกหรือบรรยากาศที่อึดอัด เราอยากเห็นบรรยากาศของการปรองดอง พรรคชาติพัฒนาเราอยู่กับประชาชน เรามีนโยบายของเรา ทุกครั้งของการลงพื้นที่ ประชาชนฝากเรามา 2 เรื่อง คือเศรษฐกิจปากท้องและเรื่องความไม่เข้าใจ ความขัดแย้ง พรรคชาติพัฒนาอยู่จุดนี้ ที่พร้อมจะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งต้องไม่มี ถ้าเราได้รับการเลือกตั้งมาเยอะๆ จากนโยบายที่เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดความขัดแย้ง เราก็อยู่ในจุดนั้น 
ฝ่ายประชาธิปไตย
    นายประสาร มฤคพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้ความเห็น เรื่อง "ผู้ที่เรียกตนเองว่า 'ฝ่ายประชาธิปไตย' มีพฤติกรรมตรงกันข้าม" ว่า จะดูว่าใครเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่อยู่ที่วาทกรรม แต่ต้องดูที่การปฏิบัติ ขอเสนอให้พิจารณาว่า
       1.ประกาศิตจากแดนไกลที่ให้แตกพรรคเป็นสามพรรคเพื่อป้องกันการยุบพรรคเพื่อไทย และให้แต่ละพรรคทำหน้าที่ตามพื้นที่มอบหมาย รวมทั้งสั่งให้ "เชิดหน้า รับบทเรียน เดินหน้าต่อไป" หลังกรณี "คืนนั้นสวรรค์ล่ม" เมื่อ 8 ก.พ.62 ตลอดกระทั่งสโลแกน " ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สื่อให้เห็นอะไร แทนการเคารพภูมิปัญญาและสิทธิ์เสียงของหมู่คณะ กลับใช้อำนาจสั่งการเพียงคนเดียว เป็นประชาธิปไตยตรงไหน
     2.การปฏิเสธระบบนิติธรรมของรัฐ โดยพี่หนีคดีที่ดินรัชดาฯ น้องหนีอาญาจำนำข้าว แบบนี้ เป็นประชาธิปไตยตรงไหน
    3.ความรุนแรงจากกรณีเผา 4 ศาลากลางจังหวัด เผาอาคารราชประสงค์ เผารถเมล์ ยิงกระสุนใส่วัดพระแก้ว สังหารคนแก่ ผู้หญิงและเด็ก มีคลิปเสียงและภาพเหตุการณ์ ศาลสั่งจำคุกไปแล้วหลายคน แบบนี้เป็นประชาธิปไตยตรงไหน
    4.การทุจริตจำนำข้าว รัฐเสียหาย 5 แสนล้านบาท ต้องใช้หนี้กันไปยาวถึง 16 ปี ทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเอ็กซิม ทุจริตบ้านเอื้ออาทรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ทุจริตที่ดินอัลไพน์ และอีกหลายคดีทุจริตรออยู่ หลายคนติดคุกไปแล้ว ฝ่ายประชาธิปไตยถนัดในการทำเรื่องแบบนี้ใช่ไหม
    5.สองพรรคการเมืองคือไทยรักไทยกับพลังประชาชนถูกศาลสั่งยุบพรรคไปแล้ว ด้วยข้อหากระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
          เขาระบุว่า พรรคเผ่าพันธุ์เดียวกัน กำลังรอถูกยุบ 7 มี.ค.นี้ เนื่องจากกระทำการมิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นี่หรือที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตย ขอตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมที่ปรากฏช่างตรงกันข้ามกับวาทกรรม "ฝ่ายประชาธิปไตย" ที่พูดเอาเอง เออเอาเอง ของฟากฝ่ายเดียว คนอื่นไม่มีใครเอาด้วย แต่ถ้าเปลี่ยนคำพูดเป็น "ฝ่ายทักษิณเป็นสรณะ" อาจเป็นวาทะที่ติดตลาดก็ได้.


    


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"