
กรมทางหลวงชนบท เผย ปี 63 เพิ่มการใช้ยางพาราสร้าง-บำรุงถนนทั่วประเทศ 1.8 หมื่นตันทั่วประเทศ รวมทั้งเปลี่ยนหลักนำโค้งเป็นแบบยางพารา 800,000 หลัก เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคายางพาราภายในประเทศและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้อย่างยั่งยืน หนุนรายได้ชาวสวนยาง เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
04 มี.ค. 62- นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านงานทาง กำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง โดยให้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยความเหมาะสมของการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบหลักผสมกับยางแอสฟัลต์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับวัสดุผิวทาง และการประยุกต์ใช้ยางพารารูปแบบอื่น ๆ ทั้งในงานทาง งานสะพาน และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยบนทางหลวง เช่น เสาหลักนำทาง ยางกรวยกั้นถนน เป็นต้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และสร้างความยั่งยืนให้แก่ราคายางพารา
นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในงานทาง ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมของถนนก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการในการผลักดันการใช้ยางพาราภายในประเทศ สามารถช่วยเพิ่มเม็ดเงินให้ชาวสวนยางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ในส่วนของ ทช.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมด้านการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น
โดยได้มีการวิจัยและพัฒนางานทางเพื่อสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสม ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างหรือซ่อมบำรุงถนนนั้น จะเป็นการช่วยเสริมประสิทธิภาพและสมรรถภาพของพื้นผิวถนนให้ดีขึ้น เพิ่มความฝืดเพื่อความขับขี่ที่ปลอดภัย ต้านทานการลื่นไถลที่ดีกว่าอีกด้วย โดยปี 2556 – 2561 ได้ใช้ยางพาราในงานทางไปแล้ว จำนวน 33,620 ตัน
สำหรับในปี 2562 ทช.ได้นำยางพารามาใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานอำนวยความปลอดภัยทั่วประเทศ จำนวน 11,300 ตัน งบประมาณรวมค่าก่อสร้าง 13,293.49 ล้านบาท และในปี 2563 ทช.มีแผนเพิ่มส่วนผสมยางพาราจาก 5 % เป็น 8 % ซึ่งจะใช้ยางพาราดิบประมาณ 18,000 ตัน งบประมาณรวมค่าก่อสร้าง 21,145 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปลี่ยนหลักนำโค้งที่อยู่บนถนนทางหลวงชนบททั่วประเทศ จำนวน 800,000 หลัก ให้เป็นหลักนำโค้งที่ทำจากยางพารา ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ทช.ยังได้ร่วมหารือกับการยางแห่งประเทศไทย ในการที่จะเร่งพัฒนาการนำยางพารามาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการอำนวยความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ หลักกิโล ทางเท้า แผงกั้นจราจร (Barrier) ราวกันอันตราย (Guard Rail) และแถบชะลอความเร็ว (Rumble Strip) เพื่อจะสนับสนุนการใช้ยางพารา ในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ตลอดจนเพื่อเป็นแนวทางที่จะสามารถต่อยอดนำไปปรับใช้ในถนนทางหลวงท้องถิ่นต่อไป
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |