กลับลำแทบไม่ทัน หลังผู้กำกับ’มะลิลา’เหน็บรัฐบาล


   

 

          หลังจากขึ้นรับรางวัลบนเวทีสุพรรณหงส์ อนุชา บุญยวรรธนะ หรือ นุซี่ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องมะลิลา ก็ได้พูดเหน็บรัฐบาลบนเวทีแบบนิ่มๆ ในทำนองว่า  รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ค่อยสนับสนุนวงการภาพยนตร์ไทยเท่าที่ควร หวังในอนาคตถ้ามีรัฐบาลใหม่น่าจะสนใจและดูแลภาพยนตร์ไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ โดยพูดต่อหน้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ที่เป็นผู้มอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้

          แต่ล่าสุดคดีพลิกเมื่อมีการขุดคุ้ยมาว่าจริงๆ แล้ว ภาพยนตร์เรื่องมะลิลา ของผู้กำกับ อนุชา บุญยวรรธนะ   ที่เพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเวทีสุพรรณหงส์ โดยสามารถกวาดรางวัลอื่นไปด้วยมากถึง 7 รางวัล ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจำนวนหนึ่งจากกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลชุดนี้ ทำเอาเจ้าตัวกลับลำแทบไม่ทัน รีบออกมาโพสต์ชี้แจงและขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรม

          “เมื่อวานนี้ภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลอื่นๆ อีก 7 รางวัล นุชี่อยากขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์ไทยมากๆ ที่ให้การยอมรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดีค่ะ #เกินคาดมากๆ ค่ะ เมื่อได้มีโอกาสขึ้นไปพูดขอบคุณบนเวที นุชี่รู้สึกตื่นเต้นมาก พูดข้าพเจ้าสลับกับดิฉันมั่วไปหมด #ตื่นเต้นจริงค่ะ แต่เมื่ออยู่บนเวทีได้เห็นเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์นั่งอยู่รวมกัน ก็รับรู้ได้ถึงพลังในการต่อสู้เพื่อภาพยนตร์ไทย แต่ละท่านต่างมีวิถีทางของตัวเองในการที่จะสร้างสรรค์งานเพื่อขับเคลื่อนวงการ และเชื่อว่าทุกคนต้องผ่านเส้นทางอันยากลำบากกว่าที่จะผลงานภาพยนตร์ออกสู่สายตาประชาชนได้

          ในนาทีนั้นเมื่อมีโอกาสได้มายืนในจุดที่สามารถบอกกับภาครัฐและสังคมได้ นุชี่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนหนึ่ง ที่จะต้องพูดอะไรบางอย่างเพื่อสะท้อนความเป็นจริงให้ภาครัฐและสังคมไทยหันมาสนับสนุนภาพยนตร์ไทยให้มากขึ้น

 

 

          มะลิลาเองก็เป็นภาพยนตร์ที่ต้องผ่านการเดินทางอันยากลำบากมากมาย นุชี่ร่วมเขียนบทกับคุณวาสุเทพ เมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ในตอนเริ่มต้นต้องอาศัยความเชื่อมั่นในเรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอด โดยในวันนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นว่าหนังจะมีอนาคตอย่างไร ได้สร้างหรือไม่ ยังไม่ต้องคิดว่าจะมีคนดูหรือไม่ ขายได้หรือเปล่า แต่ก็ทุ่มเทมันสมองและประสบการณ์ชีวิตลงไปกันอย่างเต็มที่ เมื่อบทเสร็จ สิ่งที่ยากมากลำดับถัดไปก็คือ จะสร้างได้อย่างไร จะหาเงินมาจากไหน นุชี่และจีวิลเลจ รวมทั้งโปรดิวเซอร์ทุกคน ในเวลานั้นยังไม่สามารถที่จะหาทุนมาสร้างหนังเรื่องนี้ได้ เวลาผ่านไปหลายปี นุชี่จึงคิดว่าหมดหนทางแล้ว มีอยู่ทางเดียว คือนุชี่จะต้องนำบ้านไปจำนองกับธนาคารเพื่อเอาเงินมาสร้างภาพยนตร์

          จริงๆ ได้ติดต่อธนาคารไว้หลายที่ เตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว เหลือแค่ดำเนินการให้เรียบร้อย แต่จังหวะนั้นโชคชะตาก็ส่งโปรเจค “อนธการ” เข้ามาให้นุชี่มีโอกาสได้ทำหนังเป็นเรื่องแรก คนที่ให้โอกาสก็เป็นเพื่อนพี่น้องในวงการนี่ล่ะค่ะ หนังเรื่องแรกจึงได้เกิดขึ้นและมีโอกาสต่อยอดมาถึงเรื่องมะลิลา ที่บางท่านได้รู้จักและหลายท่านอาจรู้จักมากขึ้นเมื่อวาน

          มาถึงมะลิลา นุชี่ได้เรียนรู้ว่า สไตล์ทำหนังแบบศิลปะนั้น ยากที่จะมีคนมาดูมากมายจนสามารถเก็บเกี่ยวรายได้เพื่อคืนทุน นุชี่จึงตัดสินใจสู้ด้วยการนำพระเอกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย คือคุณเวียร์ ศุกลวัฒน์ และคุณโอ อนุชิต มาเพื่อหวังจะดึงให้คนไทยสนใจภาพยนตร์แนวศิลปะมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่ก็มอบการแสดงอันดีเยี่ยมเป็นที่กล่าวขวัญถึง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจำนวนหนึ่งจากกระทรวงวัฒนธรรม และได้รับโอกาสให้นำโปรเจคไปนำเสนอที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีพอสมควร จนในที่สุดสามารถสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จออกฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศ ได้รับรางวัลมากมาย

 

 

          เมื่อมาฉายในประเทศไทย ได้ปรึกษากับเครือโรงหนังได้วันฉายเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งชนกับภาพยนตร์ Black Panther แต่ก็ต้องตัดสินใจสู้ต่อ ทั้งการต่อรองจำนวนโรงและการทำคอนเทนท์ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบด้วยตัวเอง ตามกำลังทรัพย์ที่มี เพื่อเชิญชวนให้คนดูหันมาสนใจภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งภาพยนตร์ก็ได้รับกระแสชื่นชมในแง่บวกเป็นที่น่าพอใจในเรื่องของคุณภาพที่ตั้งใจสร้างสรรค์ คนดูจำนวนมากตีความภาพยนตร์ออกมาและได้รับแง่คิด ความงามของศิลปะไทย ความไม่จีรังของชีวิต ความทุกข์และความตายตามพุทธปรัชญา อย่างที่นุชี่ตั้งใจไว้ เมื่อจบโปรแกรมฉาย ได้รายได้เพียง 2.5 ล้านบาท แต่ก็ยังรวบรวมพลังใจทั้งหมดเดินทางเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อไปด้วยช่องทางอื่นๆ

          จนในวันนี้ ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติน่าภาคภูมิใจ นาทีที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือความรู้สึกอย่างจริงใจที่ต้องการให้เกิดการสนับสนุนสร้างโอกาสให้ภาพยนตร์ไทยมากขึ้น

          สุดท้ายนี้ นุชี่อยากกราบขอโทษกระทรวงวัฒนธรรมที่ลืมพูดขอบคุณบนเวทีค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากจริงๆค่ะ นุชี่รู้สึกชื่นชมและทราบซึ้งใจอยู่เสมอที่อย่างน้อยยังมีหน่วยงานจากภาครัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมมองเห็นให้การสนับสนุนหนังเรื่องมะลิลา แม้ว่าจะเล่าเรื่องประเด็นอ่อนไหวอย่างศาสนาและความหลากหลายทางเพศ แต่ก็ให้อิสระและเปิดโอกาสนุชี่ได้นำเสนอความงามของศิลปะภาพยนตร์อย่างเต็มที่ นุชี่ต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

          ขอขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกท่านที่ทำงานจนอาจเรียกได้ว่าอุทิศตนให้กับหนังเรื่องนี้ รวมไปถึงทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมภาพยนตร์เรื่องมะลิลา และขอขอบคุณคนดูทุกท่านด้วยค่ะ”

 

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Anucha Boonyawatana และอินเตอร์เน็ต


อ่านเรื่องที่ "เจ้าหญิง ราพันเซล" นำจากห้องสมุดฟลิ้นท์ ปี 2018 มาโพสต์ เรื่อง #การสอนลูกแบบยิวให้เป็นเศรษฐี

'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?