ทหารพรึ่บตบเท้าป้องศักดิ์ศรี


เพิ่มเพื่อน    


    “บิ๊กแดง” นัดประชุมหน่วยคุมกำลังวาระพิเศษ 7 มี.ค.นี้ พร้อมนำหน้านายทหารกว่า 700 นายตบเท้ากล่าวคำปฏิญาณว่า "ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต" เสรีพิศุทธ์งานเข้าอีกดอก “มทบ.12” ฟ้องหมิ่นประมาทกรณีดูหมิ่นทหารที่ติดตามลงพื้นที่หาเสียงปราจีนบุรี
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) ดอนเมือง 
พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา นปอ.ครบรอบ 27 ปี แต่ไม่ได้อยู่ร่วมพิธีสงฆ์ โดยมอบหมายให้ พล.อ.วรวิทย์ วรรธนะศักดิ์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานพิธีแทน โดย พล.อ.อภิรัชต์อยู่ร่วมงานประมาณ 20 นาที ไม่ได้เข้าร่วมพิธีสงฆ์ ไม่ได้เดินดูนิทรรศการที่ทางหน่วยจัดเตรียมไว้ และไม่ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับนายทหารระดับสูงด้วย
    ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.อภิรัชต์ได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในการดูแลพื้นที่ที่นักการเมืองลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งในช่วงนี้ว่า เป็นห่วงทั้งหมด เป็นห่วงกองทัพบก เป็นห่วงกำลังพลทุกคน ก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว
    ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณียื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในทำนองดูหมิ่นเหยียดหยามเครื่องหมายที่ติดบนเครื่องแบบทหาร
    มีรายงานว่า ในวันที่ 7 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ได้เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ และการประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป โดยมีผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ทั่วประเทศกว่า 700 นาย
    โดยก่อนการประชุม ในเวลา 08.30 น. จะรวมตัวกันบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์จะนำกล่าวคำปฏิญาณตนว่า "ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต" เพื่อแสดงออกถึงการทำหน้าที่ทหารในการรักษากองบัญชาการกองทัพบก ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นผู้ก่อตั้ง
    วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก ‘บิ๊กแดงแฟนเพจ’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตบเท้าพรึ่บ!! ทหาร ฮึ่ม! ปกป้องศักดิ์ศรีทหาร-ปกป้อง ผู้บังคับบัญชา เตรียมตบเท้าให้กำลังใจ "บิ๊กแดง" ประชุมหน่วยขึ้นตรงวาระพิเศษ พรุ่งนี้ระดมแม่ทัพ ผบ.พล. ผู้การกรม ผู้พัน ทั่วประเทศ ... บิ๊กแดงเตรียมนำกล่าวคำปฏิญาณตนต่อ “ร.5” "ข้าพเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต"
    ทางด้าน พล.ต.ชัยวัฒน์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 (ผบ.มทบ.12) และนายทหารพระธรรมนูญ ได้นำ พ.ท.ปกิจ ผลฟัก หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ.12 เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ให้ดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท
    พ.ท.ปกิจกล่าวว่า วันที่ 4  มี.ค.ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรีหาเสียงที่บริเวณตลาดปราจีนบุรี ซึ่งระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็เข้ามาตำหนิ ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ก็บอกว่าได้รับคำสั่งให้มาคอยช่วยดูแลความสงบในพื้นที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้บอกว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายที่นี่ ก็บอกว่าไม่ได้มาวุ่นวาย แต่มาคอยดูแลความสงบตามคำสั่ง 
“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวทำนองว่าอย่ามาทะลึ่งวุ่นวาย ผมบอกว่าไม่ได้มาวุ่นวาย ถ้าการมาทำหน้าที่ทำให้ท่านไม่พอใจ ต้องขอโทษท่านด้วย ไม่ได้มีเจตนาอื่นจริง หลังจากที่ภาพเป็นข่าว วันนั้นเพื่อนๆ ทหารและผู้บังคับบัญชาทุกคนมาให้กำลังใจ และให้มาแจ้งความ ก็ไม่คิดว่าคนใหญ่โตเป็นถึงนายพลจะกล้าพูดจาหยามกันได้ถึงเพียงนี้ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ผมเป็นทหาร ผมมีศักดิ์ศรี” พ.ท.ปกิจกล่าว
ถามหาวุฒิภาวะ"เสรี"
    ต่อมา พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ทีมโฆษก คสช. ชี้แจงกรณีดังกล่าวในนามของกองทัพบกว่า กองทัพและกองทัพบกมีภารกิจหลายประการ ตั้งแต่การป้องกันประเทศ, การรักษาความมั่นคงภายใน, การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการพัฒนาประเทศ สำหรับกำลังพลที่ปรากฏในภาพข่าวนั้น เป็นกำลังพลนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยเป็นเจ้าหน้าที่กองร้อยรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 12  ซึ่งปฏิบัติงานและปฏิบัติภารกิจตามคำสั่ง คสช. ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดในการสังเกตการณ์ อำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ 
    ทั้งนี้ การลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครแต่ละครั้ง กองทัพบกโดยหน่วยทหาร ที่มีความรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ลงปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับผู้สมัครทุกคน และทุกพรรค โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงแต่ละครั้ง มีประชาชนมาร่วมรับฟัง เป็นจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์จากผู้ไม่ประสงค์ดีได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จัดลงอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยนั้น มีจำนวนมากน้อยตามลักษณะของพื้นที่ และจำนวนประชาชน และที่สำคัญ แต่ละหน่วยได้พิจารณา คัดเลือกบุคคลที่มี วุฒิภาวะ ก่อนการลงปฏิบัติงานในทุกครั้งเช่นเดียวกับกำลังพลที่ถูกหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยต่อว่า ซึ่งเป็นนายทหารชั้นยศพันโท ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และวุฒิภาวะที่เหมาะสม นอกจากนี้ กำลังพลดังกล่าวมีการแสดงตัวตนอย่างชัดเจน ด้วยการแต่งกาย เครื่องแบบทหารโดยไม่มีอาวุธ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ลงปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ประกอบกับมีกิริยาวาจา ที่สุภาพเรียบร้อย มิได้ข่มขู่ คุกคาม รบกวน หรือขัดขวาง การลงพื้นที่หาเสียงดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น
    "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในอนาคต หากท่านจะได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง สำคัญของบ้านเมือง ท่านควรที่น่าจะมีวิจารณญาณ มีวุฒิภาวะ มีกิริยามารยาท และการปฏิบัติที่ดีกว่านี้กับข้าราชการด้วยกัน" พล.ต.ปิยพงศ์ ระบุ
    ส่วนที่ตลาดนัมเบอร์วัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทเรื่องเครื่องแบบ ว่าไม่กังวลเรื่องคดีความ เรื่องนี้ต้องว่าไปตามกฎหมาย หากฝ่ายที่ฟ้องมีพยานหลักฐานก็ดำเนินการไป ตอนนี้ขอหาเสียงเลือกตั้งก่อนไว้เสร็จการเลือกตั้งเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน แต่การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผบ.ทบ.ว่าเป็นเจ้าของกองทัพบกนั้น ไม่จริง กองทัพเป็นของประชาชน เพียงแต่ประชาชนมอบอาวุธให้ดูแลประเทศเท่านั้น หาก พล.อ.ประวิตรพูดแบบนี้ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเป็นเจ้าของประเทศแล้ว
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ไล่ทหารที่ จ.ปราจีนบุรี ว่าเป็นเพราะมีคนใส่ชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศมาเดินติดตามในการลงพื้นที่หาเสียง ถูกคุกคามเสรีภาพในการหาเสียง เพราะในช่วงนี้กฎหมายหลายอย่างได้ถูกปลดล็อกแล้ว และอีกไม่ถึง 20 วันแล้วมีสิทธิอะไรมาคุกคาม ส่วนการที่ ผบ.ทบ.อ้างว่าเป็นการดูแลเพื่อความเรียบร้อยนั้น ขอถามกลับว่าเหตุใดทหารไม่ไปทุกที่หรืออย่างวันนี้ที่ลงหาเสียงที่ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ก็ไม่เห็นมีทหารมาคอยติดตาม
ฟ้องกลุ่มอยากเลือกตั้ง
    ที่ศาลอาญา น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมาศาลตามที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัดส่งฟ้องคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 กรณีจัดชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2561 เคลื่อนขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบก โดย น.ส.ณัฏฐาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเป็นส่วนเล็กๆ ในการถูกละเมิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ไม่รู้ว่า ผบ.ทบ.เติบโตมาอย่างไร แต่ในช่วงชีวิตเราไม่เคยเห็น ผบ.ทบ. มีวุฒิภาวะลักษณะนี้ 5 ปีที่ผ่านมามีการใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างหนักในการร้องทุกข์กล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย คสช.รู้สึกเห็นใจทุกคนในกระบวนการยุติธรรม วันนี้คนอยากเลือกตั้งถูกฟ้องเป็นคดีที่สาม กรณีชุมนุมหน้ากองทัพบก ส่วนก่อนหน้านี้มีคดีชุมนุมหน้าหอศิลป์ (MBK39) และคดีชุมนุมราชดำเนิน (RDN50) ซึ่งเราจะยื่นประกันโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ เหมือนกับสองคดีที่ผ่านมา
    ต่อมาเวลา 13.30 น. อัยการได้ยื่นคำฟ้อง โดยพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายกาณฑ์ หรือศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), น.ส.ณัฏฐา, นายธนวัฒน์ พรหมจักร, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายอานนท์ นำภา ทนายความ, นายปกรณ์ อารีกุล โฆษกพรรคสามัญชน และ น.ส.ศรีไพร นนทรีย์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิต ซึ่งทั้งหมดเป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐาน ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 วรรคแรก, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 15, 16 และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108, 114 กรณีชุมนุมหน้ากองทัพบกวันที่ 24 มี.ค.2561
    ทั้งนี้ การกระทำของจำเลยกับพวกในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 9 ให้การปฏิเสธ โดยขอให้นับโทษนายกาณฑ์,นายสิรวิชญ์, นายรังสิมันต์, น.ส.ณัฏฐา และนายอานนท์ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำ อ.2893/2561 ของศาลอาญาด้วย ขณะที่หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อัยการก็ให้เป็นดุลยพินิจของศาล โดยหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.649/2562 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
    ต่อมาเวลา 16.30 น. ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้ง 9 คนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 9 คน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่กำหนดเงื่อนไข หากจำเลยผิดสัญญาให้ปรับจำเลยคนละ 2 แสนบาท ส่วนกรณีนายเอกชัย หงส์กังวาน ไม่ได้เดินทางมาศาลตามนัดส่งฟ้องเนื่องจากป่วยนั้น อัยการได้นัดให้นายเอกชัยมาพบเพื่อนำตัวมายื่นฟ้องในวันที่ 15 มี.ค.นี้.


วันนี้ มีเรื่องน่าสนใจ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ๔ ยอดกุมาร "อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์" ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค "พลังประชารัฐ"

ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"