บึ้มป่วนสตูล-พัทลุง 'ลุงตู่-ป้อม'สั่งล่าผู้ก่อนเหตุ ไม่ฟันธง'การเมือง-ไฟใต้'


   


    "สตูล-พัทลุง" ป่วน! คนร้ายลอบวางระเบิดพร้อมกัน 16 จุด เหิมตบหน้าสีกากีซุกบึ้ม 2 แห่งหน้าโรงพัก โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต "ผู้ว่าฯ สตูล" ชี้ลักษณะก่อเหตุคล้ายชายแดนใต้ "ฝ่ายสืบสวนพัทลุง" พบกลุ่มวัยรุ่น 18-20 ปีแอบเข้ามาในพื้นที่ "บิ๊กตู่" สั่งดูแล ปชช. เชื่อต้องการสร้างสถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง "ประวิตร" กำชับฝ่ายความมั่นคงเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ คาดฝีมือกลุ่มเสียประโยชน์ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล "หาดใหญ่" ผวา คุมเข้มแหล่งเศรษฐกิจ
    ตั้งแต่เวลา 22.16 น. วันเสาร์ที่ 9 มี.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงเวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดสตูล และพื้นที่อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง จำนวน 16 จุด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    จังหวัดสตูล เกิดเหตุระเบิด 6 จุด ซึ่งจุดแรกเวลาประมาณ 22.16 น. วันที่ 9 มี.ค. เกิดระเบิดในถังขยะตรงเสาไฟฟ้านอกรั้วด้านหน้าของ สภ.เมืองสตูล ถ.ยาตราสวัสดี ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง
    จากนั้นเวลาประมาณ 22.44 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกั้นสถานที่เกิดเหตุ ก็ได้เกิดระเบิดครั้งที่ 2 บริเวณที่เก็บรถของกลางด้านหลังอาคาร สภ.เมืองสตูล ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุ  โดยเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ที่ สภ.สตูล แรงระเบิดทำให้กระจกสถานที่ราชการ และกระจกของชาวบ้านของประชาชนใกล้เคียงแตกกระจายได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    จุดที่ 3 เกิดระเบิดภายในร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497 ม.6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล, จุดที่ 4 ได้เกิดเหตุระเบิดภายในร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497ฯ  เป็นครั้งที่ 2, จุดที่ 5 ตรวจพบวัตถุระเบิดวางอยู่ใต้ต้นมะม่วง ข้างร้านค้าเบ็ดเตล็ด เลขที่ 497ฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ EOD ได้ใช้อาวุธปืนยิงทำลาย และจุดที่ 6 เหตุระเบิดบริเวณหัวสะพานตายาย ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งทั้ง 4 จุดที่เพิ่มเติมก็ไม่มีได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    จังหวัดพัทลุง เกิดระเบิด 10 จุด โดยจุดแรกเกิดระเบิดเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 10 มี.ค. เป็นร้านขายของชำของนางอนงค์ อ่อนน่วม อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 3 ต.ดอนประดู อ.ปากพะยูน ตั้งอยู่ริมถนนสายปากพะยูน-ห้วยลึก, จุดที่ 2 เป็นร้านขายของชำของนางเริ่ม ศิริวัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 272/1 หมู่ที่ 11 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน, จุดที่ 3 เป็นร้านขายของชำของนายชูตินันท์ จันทภาโส อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4  ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน โดยร้านค้าทั้ง 3 แห่ง สิ่งของในร้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด, จุดที่ 4 ตำรวจยังพบระเบิดแสวงเครื่องที่ระเบิด ซึ่งถูกนำมาวางทิ้งในถังขยะหลังโรงเรียนอนุบาลปากพะยูน ในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน  
    ส่วนจุดที่ 5 เกิดขึ้นภายในร้านขายจักรยานหมู่  5  ต.ปากพะยูน เขตเทศบาลปากพะยูน ทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหายหลายรายการ ส่วนจุดที่ 6 เป็นระเบิดแสวงที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้ในกอดอกไม้บริเวณหน้าสุสานริมถนนสายหารเทา-ปากพะยูน เขตเทศบาลปากพะยูน ซึ่งในขณะที่ระเบิด ทำให้รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ผด.2549  สงขลา ของนายสุริยา รอดทอง ที่ขับรถผ่านขุดเกิดเหตุจนกระจำด้านหลังแตกจนได้รับความเสียหาย, จุดที่ 7 พบวัตถุระเบิดต้องสงสัยในพื้นที่ ม.9 ต.ดอนประดู้ อ.ปากพะยูน, จุดที่ 8 เกิดเหตุระเบิดบริเวณ ม.1 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน จุดที่ 8 พบจุดสงสัยอีก 1 จุดที่หลังป้ายเทศบาล ต.ปากพะยูน ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน, จุดที่ 9 เกิดเหตุระเบิดที่ สวน ร.9  สถานีรถไฟพัทลุง 
    จุดที่ 10 จุดสุดท้าย เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. คนร้ายนำใส่ในกระเป๋าหิ้วสีดำนำมาวางทิ้งบนรางรถไฟ  ช่วงสถานีรถไฟหารเทา-โคกทราย ตรงเสาโทรเลขที่  892/1 เจ้าหน้าที่ต้องเข้าเก็บกู้และทำลายในสวนยางพาราริมเส้นทางรถไฟ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องผลิตเอง ใช้ท่อประปาเหล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 นิ้ว ยาว 17 นิ้ว โดยเชื่อมปิดหัวปิดท้ายใช้ระบบต่อวงจรเวลา ข้างในมีวัตถุอันตรายที่มีอานุภาพต่อการทำลายล้างสูง
    จากการทำลายระเบิดในครั้งนี้ มีต้นยางพาราตัดขาดถึง 3 ต้น หากระเบิดบนรางรถไฟ จะส่งผลให้รางรถไฟถูกทำลาย ทำให้เส้นทางรถไฟบนเส้นทางต้องหยุดชะงักนานกว่า 3 ชั่วโมง
พบวัยรุ่น3จว.ใต้เข้าพื้นที่
    ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประชุมร่วมกับ พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พร้อมชุดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัด นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ และฝ่ายความมั่นคง ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อประเมินสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น
    นายจารุวัฒน์กล่าวว่า แม้ลักษณะของเหตุคล้ายกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ รวมถึงเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุในจังหวัดพัทลุงด้วยหรือไม่ด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อเร่งหาที่มาที่ไป 
    “ตอนนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่ และกำชับให้ทุกหน่วยเข้มงวดตรวจตรา และการออกลาดตระเวน รวมถึงแต่ละหน่วยงานจะต้องรับผิดชอบในพื้นที่ของตัวเองกันอย่างเคร่งครัดเข้มข้น ทั้งที่สถานที่ตั้งหน่วย และพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบ การเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ทราบว่าเกิดที่จังหวัดพัทลุงด้วย” ผู้ว่าฯ สตูลกล่าว
    พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่า นอกจากสืบสวนสอบสวนทางด้านอื่นๆ แล้ว ในขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนสายยาตราสวัสดี และถนนสตูลธานี (หน้าโรงพัก) เพื่อเชื่อมโยงหาหลักฐานกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง 
    ที่ สภ.ปากพะยูน จ.พัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ร่วมกับ พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.ปากพะยูน และ พ.อ.อธิภัทร พูลสมบัติ รอง หน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยฯ กอ.รมน.จังหวัดพัทลุง  ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
    มีรายงานว่า เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนระบุพบเมื่อเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 18-20 ปีกลุ่มหนึ่ง ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สภาพเก่า เข้ามาทำทีซื้อของตามจุดเกิดเหตุ ซึ่งการสื่อสารกันค่อนข้างลำบาก เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้พูดภาษาปักษ์ใต้ไม่ได้ ซึ่งทางตำรวจมั่นใจว่าการระเบิดในครั้งนี้น่าจะมาจากฝีมือของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้
    "ช่วงค่ำที่ผ่านมา วงดนตรีชื่อดังของภาคใต้ได้จัดคอนเสิร์ตในบริเวณสวนยางพารา หลังเทศบาลตำบลป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง โดยมีกลุ่มวัยรุ่นจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ และ จ.พัทลุง จากอำเภอต่างๆ เข้ามาร่วมงานไม่น้อยกว่า 8,000 คน คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมีการเตรียมการในการวางระเบิดในพื้นที่ จ.พัทลุง มาล่วงหน้า โดยใช้โอกาสการเดินทางมาชมคอนเสิร์ตในการก่อเหตุร้าย" ฝ่ายสืบสวนระบุ
    ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้รับรายงานเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.พัทลุงและสตูลแล้ว โดยได้แสดงความห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลทุกนาย แม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็ตาม
ชี้ทำลายความเชื่อมั่น รบ.
    พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับฝ่ายความมั่นคงทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปฏิบัติการรักษาความสงบและปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งไล่ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว
    "สาเหตุของการลอบวางระเบิดขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเพื่อระบุถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่ผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงก่อนการเลือกตั้ง" รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
    เช่นเดียวกับ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและฝ่ายข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความสำคัญในการติดตามเชื่อมโยงงานข่าวความเคลื่อนไหวของเครือข่ายกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ผ่านมา และให้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองหลายจุดในพื้นที่ จ.สตูล และพัทลุง ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของเครือข่ายกลุ่มที่สูญเสียประโยชน์และต้องการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล 
    "พล.อ.ประวิตรขอให้เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว" โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุ 
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและมาตรด้านการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่ทำการ บันทึกและสำรวจตรวจตราบุคคลที่เข้ามาบริเวณพื้นที่โดยรอบ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้อีก
    "ผบ.ตร.เน้นย้ำมาตรการเข้มทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย" รองโฆษก สตช.กล่าว 
    พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งความมั่นคง ความขัดแย้งทางการเมือง และภัยแทรกซ้อนอื่น โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนค้ามนุษย์ และยาเสพติดอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มก่อเหตุคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยใช้การวางแผนแบบรวมการ และปฏิบัติแบบแยกการ เพื่อสร้างความหวาดกลัว ทำลายภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.สตูลและพัทลุง ทำให้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ สั่งเพิ่มมาตรการระวังป้องกันอย่างเข้มงวด โดยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตร.มวลชนสัมพันธ์ สภ.หาดใหญ่และทหารพรานหญิง ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากชาวเมืองหาดใหญ่ตามย่านการค้าต่างๆ เพื่อให้ช่วยกันเฝ้าระวังสิ่งของต้องสงสัยและรถทุกชนิดที่เข้ามาจอดในลักษณะผิดสังเกตหรือถูกทิ้งไว้นานผิดปกติ 
    จ.พังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าฯ พังงา เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดและดูแลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้นำชุมชน ประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องในพื้นที่ของตัวเอง เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช กำชับนายอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังและตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะมีการสร้างสถานการณ์อย่างเข้มงวด.