อย่าให้คนพาลผลาญชาติ


   


     พท.ผุดแคมเปญเอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา "หน่อย" โวหากเป็นรัฐบาลพลิกฟื้น ศก.ใน 6 เดือน "เสี่ยอ้วน" แนะอย่าเลือกพรรคที่ยังแทงกั๊ก "ลดาวัลลิ์” โวยพรรคเส้นใหญ่งัดสารพัดวิชามารในภาคเหนือ-อีสาน จี้ กกต.สอบ "มาร์ค" หมดเวลาเกรงใจ แพร่คลิปพูดชัดๆ ไม่หนุน "บิ๊กตู่" สืบทอดอำนาจ "สุริยะ" ย้อนถามจะรวม พท.ใช่หรือไม่ เวที พปชร.โคราชสุดคึก “ลุงตู่” ส่งกลอนปลุกลูกย่าโม "อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ แผ่นดินนี้พลังประชารัฐรวมคนไทย” ด้าน “สนธิรัตน์" วอนหยุดการเมือง 3 ขั้ว หวั่นหลังเลือกตั้งวุ่น   
     เมื่อวันอาทิตย์ พรรคการเมืองต่างๆ เดินหน้าหาเสียงกันอย่างคึกคัก ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 22 เขต ร่วมแถลงนโยบายภายใต้แคมเปญ “เอาลุง*คืนไป เอาเงินในประเป๋าคืนมา” โดยได้เปลี่ยนแปลงแบนเนอร์ของพรรคทั้งในห้องแถลงข่าวและจุดอื่นๆ ให้สอดคล้องกับแคมเปญโค้งสุดท้ายสำหรับคำว่า ลุง บนแบนเนอร์นั้น มีการทำสัญลักษณ์ดอกจัน พร้อมกับให้คำนิยามว่า "ลุง" หมายถึงความคิดและสิ่งเก่าที่สิ้นหวัง
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เกือบ 5 ปีที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในสภาพลำบาก เศรษฐกิจแย่มาก ค้าขายลำบาก หนี้สินท่วมหัว ซึ่งรัฐบาลประยุทธ์ได้ใช้ไปแล้วรวม 12.78  ล้านล้านบาท ใช้เงินเกินรายได้ของรัฐบาลไปกว่า 2.38 ล้านล้านบาท ส่งผลให้หนี้ประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท ใช้เงินไปมหาศาลขนาดนี้ ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ รายได้ลดลง ยากจนมากขึ้น และมีหนี้สินท่วมหัว หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้าน หนี้ธุรกิจเพิ่มจากการค้าขายที่ฝืดเคือง หนี้เสีย SME เพิ่มขึ้น 9.5 หมื่นล้านล้านบาท หนี้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 2.44 ล้านล้านบาท แม้แต่อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ยังยอมรับ คนจนจะอดตายอยู่แล้ว ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยฟ้องให้เห็นความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทิ้งคนไทยส่วนใหญ่ให้ยากจน คนรวยรวยมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศกลับยากจนลง ไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้คนไทยอย่างแท้จริง จึงเลือกใช้วิธีง่ายๆ เฉพาะหน้าคือการแจกเงิน ซึ่งก็มาแจก ตรงกับช่วงหาเสียงพอดี
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเราจะรดน้ำที่ราก ให้ลำต้นและใบเติบโตได้อย่างแข็งแรงยั่งยืน โดยการเติมทุนให้คนตัวเล็ก ไม่ใช่แค่แจกเงินเพื่อหวังผลระยะสั้น เราจะแก้หนี้ด้วยรายได้ ด้วยนโยบาย ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ โดยการ 1. ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง SME รวมทั้งหนี้ของประชาชนตัวเล็ก ครูและนักศึกษา และพักหนี้เกษตรกร 3 ปี 2.เติมเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ อาทิ ปรับเงินเดือนปริญญาตรี ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มทุกตัว ข้าว 12,000 บาทต่อเกวียน ยาง 60 บาทต่อ กิโลกรัม อ้อย 1,000 บาทต่อตัน 3.ลดภาษี อาทิ ลดภาษีน้ำมัน ลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้สิทธิพิเศษนอก EEC กับ SME ออนไลน์และ Start Up 
    “ประสบการณ์ 17 ปีตั้งแต่ไทยรักไทย เราสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีได้ทุกครั้ง 24 มี.ค. คนไทยจะได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกอนาคตของตัวเองว่าจะอยู่กับลุงต่อไปอีก 4 ปี หรือจะเอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋ากลับคืนมา หาก พท.เข้ามาทำงานเราจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 6 เดือน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้ประชาชนจึงต้องเลือก 2 ทาง คือจะอยู่แบบเดิมหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งมีทางเดียวคือ การที่ประเทศมีประชาธิปไตยที่แท้จริง มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนใครที่ยังพูดกั๊ก รอจังหวะไปยืนข้างฝ่ายชนะนั้น มองว่าไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะทางออกของประเทศต้องกล้าประกาศให้ชัดว่าจะอยู่กับฝ่ายไหน ให้ประชาชนได้เลือก
"โอ๊ค"โผล่ขึ้นเวที พท.
    เย็นวันเดียวกัน ที่ จ.เชียงราย แกนนำ พท. อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รวมถึงนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีประชาชนร่วมฟังอย่างคับคั่ง นายพานทองแท้ขึ้นเวทีทักทายและกระโดดลงเวทีเพื่อกอดและถ่ายรูปร่วมกับประชาชน 
    โดยนายสมชายกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาหลายคนบอกว่าขายของไม่ได้ เสรีภาพก็ถดถอย แต่หากประชาชนเลือกเพื่อไทยที่เคยมีประสบการณ์แก้ปัญหามาแล้ว จะยกฐานะของประชาชนและพาประเทศชาติออกจากความมืดมนไปสู่แสงสว่าง มั่นใจว่าเราจะช่วยกันพลิกฟื้นประเทศไทยให้กลับคืนมา ทำให้ประชาธิปไตยกลับมากินได้เหมือนเดิม
    ด้านนางลดาวัลลิ์เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ในภาคเหนือและภาคอีสาน ได้ทราบว่าพรรคการเมืองที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ มีการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งหัวคะแนนของพรรคดังกล่าวจะไล่จดรายชื่อและเก็บสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อ้างว่าจะทำบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแจกให้ทุกคนแบบไม่มีเงื่อนไข ถือเป็นการเสนอประโยชน์เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครของพรรค และอาจจะนำเอาสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้ในทางมิชอบ มีการแจกจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหัวละ 300-500 บาท ผ่านเครือข่ายหัวคะแนน โดยเฉพาะกลุ่มอาสาสมัครชุมชน ที่สงสัยว่าได้ร่วมกระทำความผิดอย่างโจ่งแจ้งไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะมีอำนาจรัฐให้การสนับสนุน และมีการจ่ายเงินให้แก่ผู้นำท้องถิ่นเพื่อจูงใจให้ช่วยเหลือในการทุจริตเลือกตั้งอีกด้วย
    "การลงพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 13 มี.ค. ทราบข่าวว่ามีการสั่งการทางแอปพลิเคชันไลน์ไปยังส่วนราชการต่างๆ เช่น สาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัด ให้ระดม อสม.ทั้ง 16 อำเภอ อำเภอละ 500 คน กว่า 25,217 คน มาร่วมรับฟังนโยบายของรัฐบาล ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.ขอนแก่น จึงอยากให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวด้วย" นางลดาวัลลิ์ กล่าว
     นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง พท. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ ว่าวันนี้ประชาชนตัดสินใจได้แล้วว่ามีเพียง 2 ขั้ว คือขั้วที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และขั้วที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์อย่าพยายามทำให้ประชาชนสับสนจะเป็นขั้วที่ 3 พรรคเพื่อไทยยืนยันในการอาสาเป็นแกนนำต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ควรประกาศและยืนยันโดยกรรมการบริหาร ปชป. ไม่ใช่ให้นายอภิสิทธิ์พูดคนเดียว และพอจะกลับคำไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เพียงให้นายอภิสิทธิ์ลาออก ซึ่งอย่างนั้นคงไม่เป็นธรรมกับประชาชน
"มาร์ค"ลั่นไม่เอา"บิ๊กตู่"
    ทั้งนี้ ในช่วงเช้าเพจ Facebook ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 33 วินาที แสดงจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ โดยมีใจความว่า "จะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะการสืบทอดอำนาจ เท่ากับความขัดแย้ง อีกทั้งขัดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ ที่สำคัญตลอด 5 ปีเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ และประเทศเสียหายมากพอแล้ว" ในช่วงท้ายคลิปนายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า "หมดเวลาเกรงใจแล้ว"
    วันเดียวกัน ที่เวทีดีเบตและนำเสนอนโยบายในงาน “เดอะ สแตนดาร์ด ดีเบต 2019” นายอภิสิทธิ์ได้อ่านจดหมายที่ตนเองเขียนด้วยลายมือว่า “ถึง คุณ เราอยู่ด้วยกันมานานจนผมรู้สึกว่าตอนนี้คุณกำลังสิ้นหวัง สับสน กลัว โกรธ ถามตัวเองวนไปวนมาว่าเมื่อถึงเวลาจะต้องเลือก เดินจากคนรักคนหนึ่งของคุณ ทุกคำพูด คำสัญญาของเขานั้นเพื่อคุณเสมอ เวลาพิสูจน์แล้วว่าเค้าไม่ได้ทำเพื่อใคร นอกจากตัวเอง เมื่อถูกจับได้ว่าเค้าปอกลอกคุณ เค้าก็หนีไป คนรักอีกคนก็ใช้เวลานี้เองเข้ามายึดครองคุณ เค้าแข็งแกร่ง ปกป้องคุณได้ เค้าขอเวลาไม่นาน แต่ยิ่งอยู่ไป เค้ากลับก้าวร้าว ครอบงำและเอาแต่ใจตัวเอง เค้าไม่อนุญาตให้คิดต่างและเค้าไม่เคยผิด เพราะเค้าเล่นตามกฎที่เค้าสร้างขึ้น เมื่อโลกใบเก่าเป็นอย่างนี้ คุณจึงชายตามองคนใหม่ที่ดูเป็นขบถในตัว แต่คุณจะรักคนคนหนึ่ง ที่บอกให้คุณโกรธ เกลียด ทุกคน ทุกระบบ ทุกคุณค่าได้ยังไง 
    "ผมเองอาจจะไม่รวย ไม่แรง เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เคยมีโอกาสได้ดูแลคุณในช่วงสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยปัญหารอบตัวมีแต่ความวุ่นวาย แต่คุณยังจำได้มั้ยว่า เราฝ่าฟันมาด้วยกัน เราเก็บหอมรอมริบ ตั้งตัวได้ ไม่ล้มลง เรายังได้เริ่มต้นหลายอย่างที่ทำให้คุณยิ้มได้จนถึงทุกวันนี้ แม้ในวันที่คุณจากผมไป ผมก็ไม่เคยไปไหน ใช้เวลาไปกับการทบทวนข้อผิดพลาด แก้ไขจุดอ่อน เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ในทุกๆ วัน 27 ปี ที่เรารู้จักกันมา ผมอาจจะดูจืดๆ ไม่แข็งกร้าว ไม่เร้าใจ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ผมยังมั่นคงเหมือนเดิม ผมไม่มีวันทำร้ายคุณ ไม่ควบคุมคุณ ไม่มีวันหนีไปไหน กาลเวลาทำให้ผมแกร่งขึ้น วันนี้ผมพร้อมดูแลคุณ วางแผนชีวิตให้เราและลูกๆ ของเราต่อไปให้เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มั่นคง ซื่อตรงต่อกันตลอดไป คุณเลือกได้เสมอ เลือกผมเถอะครับ ผมรักคุณ” นายอภิสิทธิ์ระบุ
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอของนายอภิสิทธิ์ว่า ยืนยันว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นจุดยืนร่วมกันของสมาชิก ปชป. ได้มีการหารือร่วมกันก่อนแล้ว การต่อต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการ นับเป็นอุดมการณ์ของ ปชป.นับแต่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.2489 ขอย้ำอีกครั้งว่า ทุกคนเห็นด้วยกับแนวทางที่นายอภิสิทธิ์ได้นำเสนอต่อสาธารณะ
    ภายหลังจาก ปชป.แถลงชุดนโยบายสร้างชาติ  ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า ปชป. ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหยิบยกไฮไลต์สำคัญคือเรื่องที่มาของเงินและการปฏิรูปภาษี โดยย้ำว่า วงเงินที่ต้องใช้ขับเคลื่อนทุกนโยบายมีเพียงพอตามกฎหมายวินัยทางการคลังและกฎหมายหนี้สาธารณะแน่นอน เรายังได้ประกาศแนวทางที่ต่างกับหลายพรรคว่าเราจะไม่ลดภาษีของมหาเศรษฐีทุกประเภท และจะเก็บรายได้ภาษีเพิ่มจากเศรษฐีที่ดิน-เศรษฐีทรัพย์สิน-เศรษฐีหุ้น และเราจะมีมาตรการเก็บภาษีจากทุนผูกขาดที่มีความได้เปรียบด้วยใบอนุญาตพิเศษและสัมปทานจากรัฐ ส่วนเรื่องภาษีคนรายได้ปานกลาง คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแล โดยการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากอัตราเดิมลง 20% แต่จะไม่ลดในส่วนของคนรวยขั้นบนสุด และจะคงสิทธิการหักลดหย่อนภาษี สนับสนุนออมรองรับวัยเกษียณในตลาดทุน 
พปชร.ฟุ้งอีสานเปลี่ยนแล้ว
    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ว่า อยากสอบถามนายอภิสิทธิ์ว่าหากไม่ร่วมรัฐบาลกับพปชร. หมายความว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้การเมืองไทยมีอยู่เพียง 3 ขั้วเท่านั้นคือ พลังประชารัฐ เพื่อไทย และประชาธิปัตย์   
    เมื่อเวลา 07.00 น. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. พร้อมด้วย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 6  ได้ลงพื้นที่หาเสียงภายในสวนรถไฟ โดยนายกอบศักดิ์กล่าวว่า กระแสของพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้สมัครของพรรคจะเป็นทางเลือก รวมถึงนโยบายของพรรค การหาเสียง ปราศรัยที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้มาร่วมฟังกว่า 35,000 คน จึงเห็นว่าวันนี้อีสานเปลี่ยนแล้ว และประเทศไทยกำลังเปลี่ยน พรรค พปชร.จึงเป็นส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศ นำความสงบกลับคืนมาให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปได้
    โฆษก พปชร.กล่าวว่า การหาเสียงของพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ออกปราศรัย แต่ก็ได้ให้คำปรึกษาพรรคอย่างใกล้ชิด ให้รับฟังปัญหา แล้วนำมาทำนโยบายใหม่ๆ ที่ออกมานั้นตรงใจประชาชน เช่น นโยบายที่ชาวนายิ้ม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เติมเงินบาทแรกให้ชาวนา ช่วยค่าปลูกไร่ละ 1,500 บาท ค่าเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท และค่าเก็บตันละ 1,500 บาท เป็นต้น 
     ที่ตลาดวัดไทร นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ พปชร. ลงพื้นที่เขตจอมทอง ช่วย น.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 23 (จอมทอง-ธนบุรี) หาเสียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยนายสนธิรัตน์ทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายข้าวของในตลาดอย่างเป็นกันเอง โดยนายสนธิรัตน์กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกภาพการปราศรัยที่ จ.ลพบุรี เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่อว่าเป็นการสัญญาว่าจะให้ ว่าการพูดถึงนโยบายถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าคลิปวิดีโอนั้นผิด ก็ต้องผิดกันทุกพรรค เพราะทุกพรรคต้องปราศรัยถึงนโยบายว่าถ้าเป็นรัฐบาลแล้วจะทำอะไรให้บ้าง เป็นเพราะหลายฝ่ายหวั่นไหวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนทั่วประเทศให้การสนับสนุนนิยมชมชอบ จึงตัดคลิปวิดีโอนั้นออกมา เพื่อชี้ว่า พปชร.ทำผิด แล้วกกต.ไม่จับ นี่คือวิชาทางการเมือง ถ้าจะตัดคลิปวิดีโออย่างนี้ ก็คงตัดได้ทุกพรรค และคำว่า "สัญญาว่าจะให้" ต้องระบุว่า ให้คนไหน ชื่ออะไรเป็นพิเศษ และถ้าจะให้ยกตัวอย่าง หลายพรรคก็ให้สัญญาทั้งสิ้น เพราะเป็นการให้ในเชิงนโยบาย พรรคไม่ได้กังวลใจเรื่องนี้ และยินดีที่จะให้ตรวจสอบได้เสมอ
    เย็นวันเดียวกัน ที่ตลาดนัดเซฟวัน จ.นครราชสีมา พปชร. นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุชา นาคาศัย, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค, นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้อำนวยการพรรค และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานผู้สมัครภาคอีสาน ร่วมกันขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคหาเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังกว่า 25,000 คน  
"ลุงตู่"ส่งกลอนปลุกคนโคราช
    นายอุตตมกล่าวว่า พรรค พปชร.ตั้งใจเข้ามาเพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง เราต้องการผู้นำที่สามารถนำพาประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญ คือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นคนโคราช แต่วันนี้มีวาทกรรมที่พูดกันมากคือพวกเรามาเพื่อสืบต่ออำนาจทั้งที่เราไม่มีสี ไม่มีขั้ว เรามีขั้วเดียวคือ ขั้วคนไทย เราจะสืบทอดอะไร สิ่งที่เราจะสืบทอดมีเพียงอย่างเดียวคือ สืบทอดความสงบ เพื่อนำพาบ้านเมืองไปต่อ
    นายสนธิรัตน์กล่าวว่า วันนี้มีแกนนำตั้ง 3 ขั้ว คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศเอาคนโคราชอย่าง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พรรคที่ 2 คือพรรคที่ถูกครอบงำ ไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าตัวจริง และอีกพรรคคือ ประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุดประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ วันนี้จึงมาถึงจุดที่พวกเราต้องช่วยกัน เพราะหากบ้านเมืองเป็นสามขั้วแบบนี้ หลังเลือกตั้งประเทศคงเดินต่อไม่ได้ ซึ่งเราไม่ปรารถนา เนื่องจากประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเห็นแก่ประชาชน วันนี้จึงวิงวอนว่าอย่าให้ใครเอาเราเป็นเครื่องมือ อย่าให้ใครมาหลอกเราอีก ขอพี่น้องพาประเทศไทยไปกับพรรคพลังประชารัฐ เลือกลุงตู่เป็นนายกฯ เลือกพลังประชารัฐทั้งจังหวัด
    ขณะที่นายสุวิทย์กล่าวว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อยากเดินทางมาด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถมาได้ จึงส่งอดีต 4 รัฐมนตรีมาพบกับประชาชน พร้อมเขียนกลอนมาฝากด้วยตัวเอง ซึ่งกลอนมีชื่อว่า พลังประชารัฐ โดยนายสุวิทย์ได้อ่านกลอนที่ พล.อ.ประยุทธ์เขียนมาฝากชาวโคราชว่า  "จากใจ ถึงใจ ไทยทุกผู้ เรารวมอยู่ เป็นชาติ นานนักหนา ทั้งบ้านเรือน ก่อสร้าง พัฒนา เพื่อวันนี้ วันหน้า เชื่อมโยงกัน, อยากจะให้ มีใคร จิตอาสา ประชารัฐ พัฒนา อย่างสร้างสรรค์ ทั้งคนรวย รายได้น้อย คอยช่วยกัน สร้างสวรรค์ แผ่นดินทอง พี่น้องไทย, อย่ายอมให้ คนพาล มาผลาญชาติ ป่าวประกาศ ศักดิ์ศรี ที่ไหนไหน ให้โลกรู้ แผ่นดินนี้ มีคนไทย ทั้งรุ่นใหม่ รุ่นเก่า พร้อมยอมพลี, หวังเพียงให้ เกิดพัฒนา นำพาชาติ กวาดบ้านเมือง ให้สะอาด เกิดสุขขี เราจะพร้อม ยอมตาย สามัคคี แผ่นดินนี้ พลังประชารัฐ รวมคนไทย"
    ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "เอาหัวใจมาส่ง" พร้อมเปิดเผยคลิปวิดีโอขนาดสั้นความยาวประมาณ 2 นาที ว่า เครื่องบินลำนี้ คือเครื่องบินที่ผมขับไปทั่วประเทศ เพื่อรับ-ส่งหัวใจของผู้บริจาค ไปให้ผู้รอรับบริจาคมา 5 ปีเต็มๆ ผมพร้อมแล้วที่จะเป็นกัปตัน นำประเทศไทยบินไปข้างหน้าให้หลุดพ้นจากวิกฤติความขัดแย้งที่ฉุดรั้งประเทศไทยมายาวนานกว่า 10 ปี 24 มีนาคมนี้ ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทยพร้อมกันทั่วประเทศ ให้โอกาสผมได้ทำงานนำทุกคนออกจากหลุมดำแห่งความขัดแย้ง และความยากจน ผมจะพาคนไทยทุกคนบินไปสู่ขอบฟ้าสีทองแห่งความอยู่ดีกินดีอย่างเท่าเทียมกัน.


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'