หน้าไพ่ 'ฝ่ายเอา-ไม่เอาทหาร'


   

    "เลือกตั้ง" มันก็ดีอย่างนี้.........
    มีนักการเมืองชาย-หญิงมายืนแก้ผ้าตัวเองบ้าง ผ้าของคนอื่นบ้าง โชว์ให้ดู
    อีกอย่าง เป็นการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ เงินทองลงถึงรากหญ้าโดยตรงทั่วประเทศ หลายหมื่นล้าน
    พ่อค้า-แม่ขายบอก ขอปีละครั้งได้มั้ย...ที่รัก
    "เลือกตั้ง" น่ะ?!
    พูดถึงการโชว์ ชุด "หมดเวลาเกรงใจ" กับชุด "เลือกผมเถอะครับ..ผมรักคุณ" ของอภิสิทธิ์ "ประมุขพรรคประชาธิปัตย์" เมื่อวันเสาร์ 
    แฟนๆ กรี๊ดสลบ ยังไม่ฟื้น!
    มาเมื่อวาน "กำนันสุเทพ" แห่งพรรค "รวมพลังประชาชาติไทย" โชว์ในชุด "หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว" บ้าง 
    แฟนที่กรี๊ดอภิสิทธิ์ ฟื้นขึ้นมาแป๊บ
    พอ "กำนันโชว์" เท่านั้นแหละ ที่ฟื้น สลบต่อ!
    โชว์ชุดเดียวกันก็จริง แต่นัยว่า ลีลาลุงกำนัน "วาบหวิว-สยิวกึ๋น" ยิ่งกว่า เรียกว่าขาจร-ขาประจำถึงขั้น "เลือดกำเดาทะลัก"
    นี่ไง ที่ลุงกำนันโชว์ผ่าน fb เมื่อวาน (๑๑ มี.ค.๖๒)
    “หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว" 
    ก็เป็นที่ชัดเจนกันซะทีครับ หลังจากได้เห็นคลิปและจดหมายของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 
    ที่ประกาศออกมา “แบบไม่แทงกั๊ก” แล้วว่า.......
    จะไม่ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า 
    การสืบทอดอำนาจจะสร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ รวมทั้งเมื่อ 5  ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจได้เสียหายมาก
    ผมเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของท่าน แต่ก็เสียดายในฐานะคนคุ้นเคย ที่เคยร่วมในอุดมการณ์เดียวกันมาอย่างยาวนาน 
    เคยร่วมสร้างปาฏิหาริย์ครั้งที่ 1
    โดยการออกมาเดินบนท้องถนนท่ามกลางมวลมหาประชาชนเรือนแสนเรือนล้าน เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณและคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง
    วันนี้ ท่านคงบวก ลบ คูณ หาร เรียบร้อยแล้ว ถึงเลือกข้างชัดเจน และเลือกที่จะยืนอยู่ในฝ่าย “ไม่เอาทหาร”
    โดยมองข้ามต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งที่แท้จริงไปหมดสิ้น
    ทำให้ผมนึกถึงเมื่อครั้งที่ 2 พรรคใหญ่ ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ต่างพร้อมใจประกาศ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560     และครั้งนั้น.........
    ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นบนแผ่นดินไทยอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อพี่น้องประชาชนจำนวนถึง สิบหกล้านแปดแสนคน พร้อมใจกัน ออกมา ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 
    จนทำให้ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะเป็นวิธีการที่ชาติสากลยอมรับมากที่สุด 
    เนื่องจากสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ทางตรง โดยไม่ผ่านตัวแทนในสภา
    แต่เสียดายที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำลังถูกนักการเมืองบิดเบือนที่มา โดยยัดเยียดคำว่าเผด็จการสืบทอดอำนาจให้ 
    แต่แท้จริง มันคือฉบับที่ทำให้ประเทศเดินอย่างมีทิศทาง เป็นฉบับปราบโกง ที่นักการเมืองเขาเกลียดกันนักหนา “ถึงกับจ้องจะแก้กัน” 
    และที่สำคัญ เป็นไปตามเจตนารมณ์ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศของมวลมหาประชาชน
    ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เขาเลือกข้างมาแล้ว 
    ผมเห็น “ข้อดี” ก็คือ 
    จะทำให้พี่น้องมวลมหาประชาชนที่เคยออกมาชุมนุมในครั้งนั้น
    คนที่เคยเสียสละ เสียเลือด เสียเนื้อ บาดเจ็บล้มตายเพราะมีอุดมการณ์ร่วมกันในครั้งนั้น 
    คนที่เคยเลือกประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตเหมือนผม 
    ตัดสินใจชัดเจน ประกาศหนุน "พลเอกประยุทธ์"
    แบบ "ไม่ต้องเกรงใจ" ด้วยเช่นกัน.
    อันที่จริง หลังคุณอภิสิทธิ์โชว์ ลุงกำนันปราศรัยอยู่ตะกั่วป่า พังงา ฟังแล้ว ก็ "มินิโชว์" เวทีแทบแตกไปรอบ
    “ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ๓๗ ปี ผมเป็นเลขาธิการพรรค เป็นผู้บริหารพรรคคนสำคัญคนหนึ่ง และผมบอกกับพี่น้องตรง ๆ 
    ผมนี่เป็นคนทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี....
    ถ้าไม่ใช่เพราะผม ผมไม่รู้ว่า 'ชาติหน้า' มันจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่แหลงกันตรง ๆ
    แต่วันนี้ อภิสิทธิ์มาประกาศแล้ว ออกทีวีแล้ว ประกาศแล้วว่า เลือกตั้งคราวนี้ เขาประกาศจุดยืนเลย  เขาไม่สนับสนุนประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน 
    เขาไม่เอา..ผมก็ข้องใจ อยากจะถามอภิสิทธิ์ว่า....
    'ตกลงอภิสิทธิ์ยืนข้างเดียวกับทักษิณเต็มตัวแล้วใช่มั้ย?'     
    นี่แสดงว่า ถ้าฝ่ายทักษิณเทคะแนนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เอาทันทีใช่มั้ย?
    นี่แสดงว่า..........
    'มึงอาจอยากจะเป็นนายกฯ มึงลืมพวกกูที่ถูกฆ่าไปแล้วใช่มั้ย?'
อ่านจากตัวหนังสือไม่แซ่บ ถ้าได้ฟังลุงกำนันแหลงใต้ จะต้องร้อง "ด่ายแหร่งอ็อก"
ทีนี้ลองมาฟัง "พ่อสังข์ทอง" ที่แฟนๆ แย่งกันถึงขั้นต้องตบกันโครมครามบ้าง    
    "นายกฯ ประยุทธ์" ท่านไปฟังการบรรยายของผู้แทนพิเศษระหว่างประเทศที่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อวาน
ฟังแล้ว ดาลใจ    ขึ้นเวทีจับไมค์ทันที    
    "วันนี้ที่มาฟัง เพราะผมเป็นแฟนคลับ ติดตามตลอดช่องทางต่างๆ ขณะที่ทุกวันที่ทำงานมา ไม่ได้คิดเองทั้งหมด บางอย่างต้องอ่านหนังสือ บางอย่างก็ฟังจากกูเกิลมา และมีการแปลบ้าง ต้องใช้เวลา ตาต้องใช้มากในแต่ละวัน ไม่อย่างนั้น เกิดความคิดไม่ได้ที่ต้องประมวลบางสิ่งที่เกิดมาแล้ว สิ่งที่เป็นอนาคตที่ต้องไปด้วยกัน 
    วันนี้ เท่าที่ผมคุยกับเขาก่อนที่จะเข้ามาในห้อง เขาชื่นชมประเทศไทย เขาเห็นหลายๆ อย่างที่พร้อมที่จะเดินหน้า อย่างที่บอก ระบบการเงินก็เข้มแข็ง กองทุนสำรองก็มี เกษตรก็มีจำนวนมาก ที่ดินมีเยอะแยะ 
    เพียงแต่เราต้องจัดระบบให้ดี ซึ่งผมกำลังจัดอยู่เรื่องเกษตรแปลงใหญ่ 
    ถ้าเกษตรกรทุกคนลงทุนแค่ ๑๐ ไร่ อย่างไรก็ไม่คุ้ม เพราะต้นทุนการผลิตสูง 
    วันนี้ ทำเกษตรแปลงใหญ่ได้รายได้เพิ่มขึ้น พัฒนาคุณภาพและผลผลิตได้มากขึ้น เราต้องเดินไปแบบนี้ 
    เพราะฉะนั้น...........
    เรื่องผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ยากจน หรือผู้ยากจนที่พูดๆ กัน ผมไม่เคยสบายใจ ที่เข้ามาวันนี้ ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย 
    เรื่องสำคัญที่สุด คือเรื่องคนจน จะทำอย่างไรกับเขา? ถึงได้มีนโยบายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาโดยตลอด ค่อยๆ เดินไป ค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าเราไม่ก้าวแรก ก็ไม่มีก้าวสอง
    แล้วเราทำงานมา ๔-๕ ปี คงไม่ใช่ว่าไม่สำเร็จเลยซักอย่าง ปลดล็อกหลายๆ อย่างไป 
    กฎหมายสำคัญที่สุด ถ้าเราเดินนอกกรอบกฎหมายกันหมด ทุกคนคิดนอกกรอบอยากได้ แต่ไม่ดูกฎหมาย กฎระเบียบ การเงินการคลังก็จะไปไม่ได้ทั้งหมด 
    ผมมาวันนี้ ก็อยากมาคุย........
    เมื่อกี้ก็ไม่ได้ตั้งใจขึ้นไปพูด แต่ก็มีอารมณ์ขึ้นมา ฟังเขาพูดแล้ว ก็ได้รู้ว่าเขาเห็นศักยภาพประเทศไทย เขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา และตรงกับที่เราเริ่มไว้หลายๆ อย่าง เริ่มจาก ๑ ไป ๒ และ ๓ 
    แต่วันนี้ เรามีหลากหลายมาก เพราะเริ่มใหม่ทั้งหมด เราจึงต้องพูดถึงการบริหารจัดการด้วย ซึ่งผมกำลังเร่งในเรื่องนี้ว่า 
    การเงินการคลัง กองทุนจะเข้าหาอย่างไร เอสเอ็มอี จะเป็นอย่างไร ทั้งหมดคือ การเดินหน้าสู่อนาคต 
    ผมสัญญาว่า จากนี้ต่อไป ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ผมคิดว่า จะต้องมีคนที่ต้องนำพาประเทศชาติไปตรงโน้น ไปด้วยความรับผิดชอบ ด้วยจิตสำนึก ด้วยเป็นหน้าที่ 
    ไม่ใช่เข้ามาทำอะไรต่างๆ สักอย่างด้วยวัตถุประสงค์อื่น ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น 
    ฝากพวกเราทุกคนช่วยกันด้วยก็แล้วกัน สำคัญที่สุด คนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง และคนรุ่นเก่า ทั้ง ๓ รุ่น ต้องเดินไปด้วยกัน 
    เราฐานะคนรุ่นเก่า ต้องสร้างอนาคต สร้างชีวิตที่ดีกว่า วันนี้คนจน และภาคเกษตรเขาลำบากอยู่  เราต้องสร้างตรงนี้ให้ได้ 
    ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นนักการเมืองคิดทำนองนี้ออกมาบ้าง นโยบายพูดออกมาบ้างแบบนี้ 
    สมมุติไปพูดเรื่องจะให้..จะไม่ให้ อะไรต่างๆ ผมก็ว่ามันจนใจ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เขาอาจจะคิดของเขาก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร"
    พอมีช่อง นักข่าวเสียบจึ๊ก..........
    "หมายความว่าวันข้างหน้า ถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯ จะมี 'ทีมรัฐมนตรี' ที่คัดสรรมาอย่างดี?"
    คำตอบจากพลเอกประยุทธ์ คือ
    "ผมพยายามบอกว่า ถ้าอยากทำต้องทำให้สำเร็จ ทีมที่จะมาทำงานก็ต้องคัดสรรหา ไม่ใช่เอา 'ทีมเดิมทั้งหมด' ได้ที่ไหน 
    ต้องคัดสรรมาใหม่ ต้องมาจากการเมือง แต่ผมก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจตามหน้าที่ในการขับเคลื่อนของผม นายกฯ ต้องมีแรงในการขับเคลื่อน และทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว เราก็ทำตามแค่นี้ 
    ในส่วนอื่นๆ เป็นเรื่องของการเมือง เขาก็ว่ากันไป ถ้าสมมุติผมอยู่ ก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ได้ 
    แต่ไม่อยากให้มองใหม่ๆ อย่างเดียว อาจต้องมองเก่าผสมใหม่บ้าง เพราะผมต้องการให้คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปด้วยกัน ต้องมีตัวประสานงาน กลไก ตรงนี้หรือเปล่า?
    วันนี้ ดีใจที่การเลือกตั้งของเราได้รับความสนใจ คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมากมาย  แม้ในต่างประเทศก็มาใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนมาก 
    แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องแก้ไขต่อไป ก็ต้องเห็นใจ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้ ที่คนไทยสนใจการเมืองขนาดนี้ 
    ถ้าโทษกันไป-ว่ากันมา มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาทั้งสิ้น ขอให้มันใสสะอาดก็แล้วกัน โปร่งใส เป็นธรรม ก็จบแล้ว" 
    นักข่าวสรรสาระต่อ......
    "มีคำพูดหนึ่งบนเวที นายกฯ พูดว่าในสนามรบต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้?" 
    นายกฯ ไขรหัสลับ "ยุทธศาสตร์ซุนวู" ว่า
    "ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้กลับหรือไม่ ถ้าผู้บังคับบัญชาดูแล้วไม่คุ้มค่า แต่ถ้าผมอยู่แนวรบข้างหน้า ภารกิจแรกถ้าไม่สำเร็จ ผมก็ต้องทำให้สำเร็จ 
    แต่ถ้าเขาเสี่ยงแล้ว ผู้บังคับบัญชาข้างหลังพิจารณาแล้วว่า เป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เขาอาจสั่งถอนก็ได้ ผมก็ต้องถอน 
    ผมเชื่อมั่นในตรงนี้ ในสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน ลูกน้องต้องปลอดภัยให้มากที่สุด"
    ครับ....ในความเห็นผม........
    วันนี้ นายกฯ กับนักข่าว ดูจะถาม-ตอบสร้างสรรค์บ้านเมืองน่าชื่นใจ แถมประเล้า-ประโลมได้ถึงจุดไคลแมกซ์
    "ท่านคิดอย่างไรครับ..........
    ที่ตอนนี้ นักการเมืองให้เลือกจุดยืนระหว่างฝั่งเผด็จการกับประชาธิปไตย?"
    "ธรรมดาๆ ปล่อยเขาเถอะ" 
    "แล้วรู้สึกอย่างไร ที่นักการเมืองใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์?"
    คนรูปหล่อ "หลากสไตล์" เชิดหน้า ยักไหล่พองาม
    "ผมไม่สน"!
    เขาว่า "ทหาร จะไม่รบ ถ้าไม่มั่นใจ ๗๐-๘๐%"
    แต่นักการเมือง "อดีตทหาร" คนนี้ ผมว่า "เกินร้อย" ด้วยซ้ำ!


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ