'วิชัย ศรีวัฒนประภา' ผู้มอบชีวิตและโอกาส สร้างคนพัฒนาประเทศ


เพิ่มเพื่อน    

 

ยังคงตราตรึงไม่มีวันลืม สำหรับภาพของชาวเมืองเลสเตอร์ จำนวนหลายพันคน ที่ร่วมกันเดินเท้าไปยังสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ด้วยระยะทางเกือบ 3 ก.ม. เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก และการไว้อาลัย ต่อ 'วิชัย ศรีวัฒนประภา' ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน  ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า “Walk for Vichai”

 

 

อะไรกันที่ทำให้ผู้คนจากต่างบ้านต่างเมือง คนละภาษา คนละวัฒนธรรม ได้แสดงออกถึงความรักต่อนายวิชัย อย่างสุดหัวใจเช่นนี้

 

แน่นอนมันจะต้องไม่ใช่เพราะแค่เรื่อง "เงิน" หรือเพราะเป็น “มหาเศรษฐี”  เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นมันไม่สามารถซื้อหัวใจของคนได้  แต่สาเหตุที่คนทั่วทั้งเมืองรักและศรัทธาต่อตัว “วิชัย” อย่างมากนั้นมาจาก "คุณงามความดี" ที่ทำไว้ต่างหาก

 

จะเห็นได้ว่าในโลกของธุรกิจฟุตบอล มีนักลงทุนจำนวนมากจากทั่วโลก ที่ขนเงินจำนวนมหาศาล มาทุ่มซื้อ สโมสรฟุตบอล เพื่อที่จะสร้างตัวตนให้คนได้รู้จัก แต่จะมีซักกี่คนที่ได้รับการยอมรับ และการจดจำ ดั่งเช่น "วิชัย" เป็น

 

ทั้งนี้เนื่องจาก "วิชัย" ไม่ได้มองสโมสรฟุตบอลเป็นธุรกิจ แต่เขามองเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองและตัวเขาก็ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของ "เมืองเลสเตอร์" แห่งนี้ ดังนั้นหลักการบริหารงานนั้นต้องมีความแตกต่าง  โดยนักลงทุนทั่วไปมักจะมองผลตอบแทนเป็นตัวตั้ง แต่สำหรับวิชัย แล้วผลกำไรมันคือผลพลอยได้ แต่การสร้างชีวิตให้กับเมืองนั้น เป็นภารกิจที่สำคัญมากกว่า

 

ใครจะคาดคิดว่าจากเมืองอุตสาหกรรมที่แทบไม่มีใครสนใจ  กลับถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้  ทำเรื่องมหัศจรรย์ ในการคว้าแชมป์สูงสุดบนลีกอังกฤษได้เป็นครั้งแรก  ซึ่ง"วิชัย" เป็นส่วนหนึ่งในการมอบชีวิตใหม่ให้กับเมืองแห่งนี้

 

และไม่ใช่เพียงแค่ฟุตบอลเท่านั้นที่ 'วิชัย' มอบให้กับเมืองเลสเตอร์  แต่นับตั้งแต่ที่ วิชัย เข้ามาเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในช่วงปี 2010 -2011   วิชัย ได้มอบสิ่งดีๆ ให้กับเมืองไว้มากมาย โดยที่ไม่ต้องมีการประชาสัมพันธ์ แต่ทุกคนในเมืองนั้นทราบดี          

 

ดังที่สื่อในประเทศอังกฤษหลากหลายสำนัก  ได้รายงานข่าวโดยอ้างอิงการให้สัมภาษณ์ของชาวเมืองเลสเตอร์ ซึ่งพบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “วิชัย” เป็นผู้มอบหลายสิ่งหลายอย่างไว้ให้กับเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินในการสร้างโรงพยาบาล, การสร้างศูนย์เด็ก ,การบริจาคเงินให้สถาบันการศึกษาเพื่อทำการวิจัยทางด้านการแพทย์  

 

ยังไม่นับรวมเรื่อง ความใจดีส่วนตัว ทั้งการเลี้ยงเบียร์แฟนบอล หรือ ในช่วงเทศกาลการเฉลิมฉลองในเมือง เขาก็ยังมีขนมและเครื่องดื่ม มอบให้ กับชาวเมืองเลสเตอร์ อยู่ตลอดไม่เคยขาด และนี่ก็คือ สิ่งที่สะท้อนถึง ความเป็นตัวตนของ “วิชัย” ซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

 

แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่ “วิชัย” ทำให้กับชาวเมืองเลสเตอร์นั้น ถือเป็นแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาทำให้กับบ้านเกิดอย่างประเทศไทย 

 

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นั้นได้เริ่มต้นผลักดัน  โครงการเพื่อสังคม ภายใต้ "คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย" ขึ้นมาในช่วง 2ปีที่ผ่านมา หลังจากสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก  เนื่องจาก วิชัย มองเห็นว่า ศักยภาพของคนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก หากตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจังก็สามารถที่จะประสบความ สำเร็จได้  ดังนั้นทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จึงพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนคนไทย ประเทศไทย ให้สามารถแสดงความสามารถในเวทีระดับโลก

 

 

ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ คิง เพาเวอร์ ทำงานในส่วนนี้ ก็สามารถผลักดันโครงการเกิดขึ้นมากมาย ครอบคลุมถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกีฬา , ดนตรี  , ชุมชน , การศึกษาและสาธารณสุข  ซึ่งทุกโครงการนอกจากจะช่วยพัฒนาศักยภาพของคนไทยแล้ว  ยังเปรียบเสมือนการมอบชีวิตใหม่ให้กับคนอีกหลายร้อย หลายพัน ชีวิต ภายใต้โครงการเหล่านี้อีกด้วย

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และ สาธารณสุข ซึ่ง ‘วิชัย’ มองเห็นว่า สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ และจำต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น  ซึ่งภารกิจด้านนี้ ต้องยอมรับว่า มันเป็นการมอบชีวิต และอนาคตใหม่ได้จริงๆ

 

ภารกิจที่ทาง คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ทำขึ้นมามีด้วยกันหลากหลายโครงการ โดยทางด้านการศึกษา ก็มีโครงการมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโท โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์จับมือกับมหาวิทยาลัย เดอ มงฟอร์ต ประเทศอังกฤษ  , โครงการ มอบทุนการศึกษาวันเด็ก และยังสนับสนุน TEDxYouth@Bangkok เวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้พรีเซ้นต์เรื่องราวต่างๆที่อยากเล่า ในคอนเซ็ปต์ สนามเด็กเล่า 

 

 

 

ขณะที่โครงการทางด้านสาธารณสุข ทางคิงเพาเวอร์ ได้สนับสนุนดำเนิน โครงการก้าวคนละก้าว   ที่ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร โดยคุณตูน บอดี้แสลม ในเส้นทางจาก อ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมอบเงินสนับสนุนรวมทั้งโครงการเป็นยอดทั้งสิ้น 100 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันยังมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ 53 ล้านบาท และยังมอบเงินอีกกว่า 27 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฉายภาพยนตร์ในโครงการ ก้าวคนละก้าว ให้คนไทยได้ชมฟรีจำนวน 750,000 ที่นั่งทั่วประเทศ ระว่างวันที่ 6 – 16 กันยายน อีกด้วย

 

แต่อย่างไรก็ดี ยังมีโครงการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่า คนไทยหลายคนยังไม่ทราบ นั้นก็คือ โครงการ พลังคนไทย พลังใจให้ชีวิต มอบตู้อบเด็กให้กับ 20 โรงพยาบาลทั่วทุกภูมิภาค ด้วยตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของเด็กแรกเกิด  ซึ่งความเป็นมาของโครงการนี้ มาจากความตั้งใจของ “วิชัย” ที่เคยมอบตู้อบเด็กเป็นประจำทุกปีเป็นธรรมเนียมของครอบครัว  เนื่องจากมองว่า “คน” คือ ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ ยิ่งมีโอกาสที่จะทำให้ เด็กเกิดมา และมีสุขภาพแข็งแรง และเติบโตมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ นั้นถือเป็นการมอบชีวิตที่ยิ่งใหญ่มาก

 

 

โดยก่อนหน้านี้ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ลูกชายของ วิชัย  เคยเล่าแนวคิดของคุณพ่อให้ฟังถึงที่มาของโครงการนี้ โดยเขาระบุว่า “คุณพ่อ เป็นคนที่เชื่อตลอดว่า คนไทยทุกคน มีศักยภาพ และเด็กทุกคน ซึ่งต้องการโอกาส จะมีใครรู้ว่า เด็กที่เกิดมาและต้องใช้ตู้อบของบริษัท ซักวันอาจจะเป็น นักกีฬาทีมชาติ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจ ฉะนั้นการมอบตู้อบ ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาชีวิต  แต่มันยังเป็นการมอบชีวิตให้กับอนาคตของชาติด้วย”

 

ซึ่งหลังจากเริ่มต้นโครงการนี้มา ทำให้หลายโรงพยาบาล สามารถที่จะช่วยเด็กที่มีปัญหาคลอดก่อนกำหนด แต่มีชีวิตต่อไปได้อีกหลายชีวิต

 

ยกตัวอย่าง ร.พ.ศูนย์ราชบุรี ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโรงพยาบาลที่ได้รับมอบตู้อบจากโครงการนี้  ก็ระบุว่า เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยคุณหมอนิคม มะลิทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ของร.พ. เปิดเผยว่า ทางร.พ.ศูนย์ราชบุรี ได้รับมอบตู้อบเด็ก จาก คิง เพาเวอร์ มาจำนวน 1 เครื่อง เมื่อปี 2561 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทาง ร.พ. ก็นำตู้อบดังกล่าว มาช่วยเหลือคนไข้เด็กเล็ก สำหรับการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาตามแผนกต่างๆ หรือส่งต่อเด็กไปยังร.พ.อื่น ซึ่งต้องยอมรับว่า  ตู้อบ นั้นเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ยังขาดแคลนมาก โดยเฉพาะในโรงพยาบาลห่างไกล และมีคนไข้เด็กเล็ก ที่จะต้องส่งต่อทำการรักษาใน ร.พ.ที่มีความพร้อมกว่า ดังนั้นโครงการนี้ของ คิง เพาเวอร์ นั้นก็ให้เกิดประโยชน์มหาศาล ในการช่วยเหลือชีวิตของเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นกำลังของชาติในอนาคต 

 

 ชื่อของ 'วิชัย ศรีวัฒนประภา' จึงไม่ใช่เพียงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นผู้ที่มอบชีวิตให้กับคนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่า ด้วยแนวคิด และคุณงามความดีที่ทำมา  จะส่งผลต่อประเทศชาติในอนาคตต่อไป

 

เขาจึงเปรียบเสมือน พ่อพระ ผู้มอบชีวิตให้กับทุกคนจริงๆ 

 


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'