พปชร.ต่ำ120ชวดตั้งรัฐบาล


เพิ่มเพื่อน    


    “สมคิด” เดือด! ดีดปาก "มาร์ค” พูดเร็วไปไหมไม่หนุน “บิ๊กตู่” ซัดจะบอยคอตอีกแล้วหรือ มีกี่คนอยากให้การเมืองถึงทางตัน เหน็บเอาแต่พูดไม่มีนโยบายระวังคนเทคะแนนให้พรรคอื่นจนตัวเองได้ต่ำร้อยจะเดือดร้อน "สมศักดิ์" ลั่น พปชร.ต้องได้เสียงอันดับ 1 หรือ 2 เพื่อจัดตั้งรัฐบาล หากได้ที่ 3 ก็โอละพ่อ "3 ขุนพล ปชป." ตั้งโต๊ะอ้อน ปชช. ขอให้ดูนโยบายมากกว่าจุดยืน ย้ำหมื่นครั้งเหม็นขี้หน้าเพื่อไทย "มาร์ค" ไม่ตอบโต้ "เทือก" ด้าน "หญิงหน่อย" ย้อน "บิ๊กตู่" ถ้าจะเข้ามาในกติกาเสมอภาคให้ประกาศไม่เอา 250 ส.ว.เลือกนายกฯ  
    เมื่อวันพุธ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ครั้งที่ 3 โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมงาน โดยนายสมคิดกล่าวตอนหนึ่งว่า ข้างหน้ามีภารกิจมากทีเดียว ยังไม่จบ ความเหลื่อมล้ำยังมีอีกมาก ทุกวันนี้เขาหาว่าเราสร้างความเหลื่อมล้ำ คนพูดมีสมองหรือเปล่า มีตาไหม คิดแต่ว่าพูดอย่างเดียวแล้วได้คะแนนเสียง มันน่าอับอายจริงๆ ความเหลื่อมล้ำเพิ่งจะมาเกิดขึ้นตอนนี้หรือ โจทย์แค่นี้ไปพูดจนกระทั่งเกิดความไขว้เขวว่าท่านนายกฯ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ 
    “มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคบอกว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พูดเร็วไปไหม จะบอยคอตอะไรกันอีก เมื่อก่อนก็บอยคอตมาแล้ว 2 รอบ บอยคอตเสร็จอะไรตามมาล่ะ คนไทยลืมง่ายใช่ไหม นี่บอยคอตอีกละ แต่นี่ไม่ได้บอยคอตเลือกตั้ง แต่บอยคอตนายกฯ เลย ว่าไม่ควรเป็นนายกฯ”
    นายสมคิดกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อให้มีรัฐบาลผสม จะมีรัฐบาลผสมของพรรคแกนหลักอยู่ไม่กี่พรรค และคะแนนก็เดาๆ กันได้ว่าพรรคไหนจะได้เท่าไร แต่ถ้าบอกซ้ายก็ไม่เอา ขวาก็ไม่เอา ต้องมีผมคนเดียว ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน นักลงทุนทั้งหลายที่พอจะบวกเลขเป็น พอเห็นพูดแบบนี้ก็เกิดคำถามว่าแล้วจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ 
    "ดังนั้นพูดทำไม ไม่ต้องพูด คิดในใจก็พอ ยังไม่ใช่เวลา ไม่ต้องไปพูดอะไรมากมาย พูดเรื่องนโยบายดีกว่า หรือว่าไม่มีนโยบายให้พูด ผมว่าประการหลังมั้ง ไปคิดนโยบายมา ไม่มีใครเขามานั่งจองเป็นรัฐบาลตลอดชาติ เรื่องบางเรื่องในช่วงการเมืองยังไม่แน่นอน เอกชนก็ชะลอการลงทุน ต่างประเทศรอดูความแน่นอน อย่างนี้พูดน้อยประเทศชาติจะได้ประโยชน์ พูดมาก คนพูดอาจจะไม่ได้เป็นอีกก็ได้นะ พูดทำไม มีคนไทยเรากี่คนที่อยากจะให้การเมืองเราถึงทางตัน ดีไม่ดีจะไม่ได้ดั่งใจนะ ถ้าเขาเทไปให้อีกพรรค จะว่าไง ถึงตอนนั้นต่ำร้อยเมื่อไหร่ล่ะเดือดร้อน”
    รองนายกฯ กล่าวอีกว่า เขาบอกว่าไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะจะสืบทอดอำนาจ การที่คนคน หนึ่งเป็นนายกฯ แล้วเป็นหัวหน้า คสช.ด้วย จะไม่ให้เลือกตั้งตอนนี้ก็ได้นะ แต่เขายังเดินตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคการเมืองหนึ่ง ครม.ก็ยังไม่ได้ตั้ง มันสืบทอดอำนาจตรงไหน ท่านอาจคิดว่าตนเองต้องทำงานต่อ ทำการบ้านให้สำเร็จ ซึ่งจะทำได้ต้องมีอำนาจ นี่คือการสืบทอดอำนาจเพื่อให้บ้านเมืองมันดีขึ้น แล้วการที่มีพรรคการเมืองมา ต้องการเป็นแล้วเป็นอีก มีผลงานหรือเปล่าไม่รู้ แล้วประชาชนต้องการรัฐบาลที่ซ้ายไม่เอา ขวาไม่เอา ต้องเลือกผมเป็นนายกฯ นี่เขาเรียกสืบอะไร ดังนั้น อย่าพูดเยอะเลย พูดน้อยๆ
     "ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ด่านะ ที่พูดเรื่องการเมืองก็เพราะเขามาว่าเราทำเสียหายเยอะ หวังว่าการเมืองบ้านเราหลังเลือกตั้ง การค่อนขอดจะเริ่มเบาบางลงไป หลัง 24 มี.ค. พอชัดเจนปุ๊บ เราก็จะเห็นหนทางสว่างข้างหน้า ต่างประเทศก็จะรู้สึกว่ามันชัดเจนแล้ว แต่หากหลังเลือกตั้งแล้วมันยังขมุกขมัวอยู่ อันนี้ก็ต้องช่วยกันประคับประคอง เพราะผมช่วยไม่ได้ ในเมื่อเราเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว เราต้องเดินต่อไป” นายสมคิด กล่าว 
พปชร.ได้ที่ 3 ก็โอละพ่อ
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีหลายพรรคการเมืองประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อว่า ก็แล้วแต่เขา ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งไม่ลำบาก
    ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า มองลึกๆ แล้วพลังประชารัฐจะเชิญและเรียกคนมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ยาก แต่ต้องทำให้พรรคตัวเองเป็นแกนนำจัดตั้งให้ได้ คือต้องเป็นที่ 1หรือที่ 2 วันนี้การเมืองแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว แต่พลังประชารัฐเป็นทางสายกลาง หากเราได้ที่ 1 เราจะชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากเป็นที่ 2 ก็ต้องยังต้องเร่งหาพรรคร่วม แต่หากเป็นที่ 3 จะไม่ค่อยชอบธรรม จะเกิดการโอละพ่อ ส่วนจำนวน ส.ส.ที่พลังประชารัฐควรจะมีถึงจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ดีที่สุดคือ 150 แต่ไม่ควรต่ำกว่า 120 คน หากต่ำกว่านี้เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
    เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีจุดยืนว่าจะไม่จับขั้วกับพรรคเพื่อไทยและ พล.อ.ประยุทธ์ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าพรรคการเมืองไหนพูดจาคุยโม้โอ้อวด เอาแต่ผลงาน พูดเอาตัวรอดไปเรื่อย และเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่นายอภิสิทธิ์ออกมาพูด
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ปชป. พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ปชป. ร่วมกันแถลงย้ำจุดยืนของพรรค โดยนายจุติกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ใช้เวลากว่า 200 สัปดาห์ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบายของพรรค ตอบโจทย์ในปัญหาต่างๆ คำถามว่าเราจะไปจับมือกับพรรคการเมืองใด ไม่สำคัญเท่าการมีกินมีใช้ มีเงินเก็บพอ และชำระหนี้ได้ ลูกหลานเรียนจบมีงานทำ
    "จึงอยากบอกว่าเราจะมาโฟกัสตรงนี้มากกว่าการเมือง เราจะไม่แก้เกมการเมือง แต่เราจะแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน สิ่งที่อยากให้ประชาชนมั่นใจประชาธิปัตย์เป็นครั้งที่ 100, 200 แล้ว ว่าไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน และเพื่อไทยก็ชัดเจนว่าไม่จับมือกับเราพูดง่ายๆ ต่างคนก็ต่างประกาศว่าเหม็นขี้หน้ากัน”
    นายจุติกล่าวว่า วันนี้เรามีของดี คือนโยบายในการแก้ไขปัญหา การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนเลือกว่าพรรคใดจะเข้ามาแก้ไขปัญหาของท่านได้ดีที่สุด และอยากจะบอกว่า ปชป.มีทีมเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ซึ่งพรรคอื่นไม่มี เราจะทำสิ่งที่ถูกต้อง จะไม่ทำให้ประเทศต้องเสียหาย อยากเตือนสติพี่น้องประชาชนว่าอย่าเลือกด้วยความสะใจ เหมือนอย่างกรณีที่ประเทศอังกฤษ ให้ประชาชนลงมติออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งตอนนั้นประชาชนของเขาไปลงมติด้วยความเบื่อ จนทำให้ขณะนี้เศรษฐกิจของอังกฤษย่ำแย่ลง
    นายกรณ์กล่าวเปรียบเทียบนโยบายหาเสียงของปชป.และ พปชร.ว่า นโยบายเราเน้นคนวัยทํางาน และผู้มีรายได้น้อย เช่น การปฏิรูปโครงสร้างภาษี เก็บภาษีเศรษฐี ดูแลคนรายได้ปานกลาง และให้สวัสดิการพื้นฐานแก่ผู้มีรายได้น้อย จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นพรรคใด โดยเฉพาะ พปชร.ชี้แจงตัวเลขเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแต่ละนโยบาย ซึ่ง กกต.ก็มีการกำหนดไว้ว่าต้องเปิดเผยแค่ไหน อย่างไรบ้าง หากหาเสียงแล้วทำไม่ได้ หรือใช้งบประมาณจนเป็นปัญหาต่อประเทศ ก็อาจนำมาซึ่งต้นเหตุแห่งความขัดแย้งใหม่ได้อีก ด้วยเหตุผลทางนโยบายอย่างเดียวเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเป็นการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้
"มาร์ค"ไม่โต้"เทือก"
    ส่วนนายองอาจกล่าวว่า การประกาศจุดยืนของปชป.ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการแสดงจุดยืนรอบด้านที่ตรงไปตรงมา และไม่มีอะไรแอบแฝง แต่อยู่บนพื้นฐานและเหตุผลหลายด้าน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 2.ใช้อำนาจแฝงโดยมิชอบเกินขอบเขตเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง 3.เข้ามาโดยการยึดอำนาจ และเป็นกระบวนการของการสืบทอดอำนาจชัดเจน จึงไม่ใช่วาทกรรมการเมือง  5 ปีที่ผ่านมาถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอแล้ว ควรเปิดโอกาสให้นักการเมืองอาชีพตามปกติในระบอบประชาธิปไตยเสนอตัวทำงานรับใช้ประชาชน เพื่อที่จะนำพาประเทศนี้ให้เดินหน้าต่อไป
    ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)ปราศรัยโจมตีกรณีที่ ปชป.ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่า ไม่กังวล และไม่ตอบโต้ใดๆ การประกาศจุดยืนคือการยืนยันอุดมการณ์อย่างตรงไปตรงมา สร้างความชัดเจนให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทราบ เมื่อประกาศไปแล้ว จะต้องเดินหน้าว่าแต่ละทางเลือกจะแก้ไขปัญหาอย่างไร และได้ตอบอย่างชัดเจนแล้วเรื่องที่กล่าวหาว่าจะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยว่าจะไม่จับมือ เงื่อนไขที่จะทำให้ประชาธิปไตยไม่ยั่งยืนคือการทุจริตคอร์รัปชันและการสืบทอดอำนาจ จึงเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดคือทางเลือกที่พรรคเสนอคือประชาธิปไตยสุจริต 
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า จุดยืนของเราคือคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องได้รับฉันทานุมัติจาก ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งหากเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้วก็ขอให้ ส.ว.ทำตามมติของ ส.ส.ที่มาจากเสียงของประชาชน เราไม่มีปัญหาที่จะทำงานกับพรรคใด ไม่ได้บอกว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องมาจากกรอบของรัฐธรรมนูญ โดยคนที่เลือกนายกฯ จะต้องเป็น ส.ส. 
    น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า จุดยืนของพรรคยืนยันจะไม่สร้างปัญหา ไม่เป็นคู่ขัดแย้ง พรรคเน้นเรื่องความปรองดองเพื่อพาประเทศไปสู่จุดที่เดินหน้าได้ ขณะที่การนำเสนอนโยบายมุ่งเน้นการปฏิบัติได้จริง
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่านักการเมืองต้องการต่อท่ออำนาจว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจเข้าใจผิด และต้องกลับไปเรียนรู้ประชาธิปไตยใหม่ เพราะการที่นักการเมืองจะขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานด้วยเสียงของประชาชนบนกติกาประชาธิปไตยที่ตรงไปตรงมา ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาอย่างเสมอภาคและกติกาของประชาธิปไตยในสากล ก็ไม่มีใครว่าสืบทอดอำนาจ แต่กติกาที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาไม่เท่ากันพรรคเพื่อไทยเริ่มต้นที่ศูนย์ แต่ คสช.ตั้ง ส.ว.ตุนไว้ 250 คน ถ้าจะเอาเท่ากัน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศให้ ส.ว. 250 คนไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ให้เลือกตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
ปลุกเลือกฝ่าย ปชต.
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลชาธิการพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า ประชาชนจะต้องตัดสินใจเลือกเพื่อให้ผลการเลือกตั้งมีลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชัดเจน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและไม่ต้องทิ้งภาระใว้ให้สังคมไทย  24 มี.ค. ถ้าตัดสินใจเลือกคนเดิมๆ ทีมเดิมๆ ก็คงจะยังคงจมอยู่กับสภาพชีวิตแบบเดิมๆ ที่เคยเผชิญมาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือจะตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่เบื้องหน้าประกาศชัดเจนแข็งกร้าวว่าไม่เกรงใจต่อการสืบทอดอำนาจ ทว่าเบื้องหลังที่ซ่อนเร้นคือการสร้างกระแสตามสไตล์ที่ถนัดด้วยความหวังลึกๆ ว่าจะได้คะแนนเสียงขึ้นมาเพื่อการต่อรองอำนาจเป็นทางเลือกให้หัวหน้าพรรคคนเดิมที่เคยจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารขึ้นเป็นนายกฯ ก็จะได้รัฐบาลที่มีแต่คำพูดสวยหรูดูดี หรือจะเลือกพรรคการเมืองที่มีความพร้อมทั้งศักยภาพในการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนให้เห็นผลงานที่เป็นจริงมากกว่าที่พูด    
    ที่ห้องแถลงข่าว นปช. ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว พรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) แถลงข่าวเปิดเผยกำหนดการหาเสียงและปราศรัยใหญ่ พร้อมท่าทีต่อสถานการณ์ทางการเมือง โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พ.ช. ในฐานะประธาน นปช. กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพปลุกให้ กปปส.สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าวันนี้สถานการณ์ย้อนรอยประวัติศาสตร์ทฤษฎีสมคบคิดก่อนการยึดอำนาจ ทั้งนายสุเทพปลุก กปปส. หนุน พล.อ.ประยุทธ์ กำราบนายอภิสิทธิ์ วางบัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำ กปปส. ถ้าฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เท่าทันเราจะแพ้ยาวนาน ทยอยร่วงทีละพรรค
     "วันที่ 24 มี.ค.นี้ ขอให้พี่น้องเสื้อแดงทั้งหลายออกมาจัดการเผด็จการ เพื่อลูกหลาน เพื่อหยุดวงจรเลวร้าย ออกมาที่คูหาเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตย มองข้ามเรื่องของตัวเอง เพื่อชาติพรรคเดียวสู้ไม่ได้ ต้องสามัคคีทุกฝ่าย หลายครั้งตนพลิกกลับมาชนะทั้งเหตุการณ์พฤษภา 2535 ส่วนพฤษภา 2553 ก็พลิกฟื้นสู่การเลือกตั้ง 2554 ได้ วันนี้ยังไม่แพ้แต่ชนะยาก หากเราไม่ตั้งหลักตั้งแต่วันนี้ เผด็จการจะพ่ายแพ้ต่อประชาชนเท่านั้น ใหญ่กว่าพรรคคือประชาชน จูงมือพี่น้องออกมาเลือกตั้งเหมือนที่พม่าออกมาเลือกอองซาน ซูจี" นายจตุพรกล่าว
    วันเดียวกัน พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พปชร.พร้อมด้วย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยนายดาชัย เอกปฐพี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 4 จ.ลำปาง หาเสียง  โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า 17 จังหวัดภาคเหนือมีผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ  64 เขต จากผลโพลต่างๆ ตนยังมั่นใจว่าทั้งภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พลังประชารัฐจะได้ที่นั่ง ส.ส. 38 ที่นั่งขึ้นไป เพราะประชาชนชื่นชมนโยบายของพรรคที่จับต้องได้ 
    ที่บริเวณเวทีภายในสวนเทิดพระเกียรติ (ท้ายเมือง) ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม พรรคเพื่อไทย จัดปราศรัยหาเสียงใหญ่ นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  แคนดิเดตนายกฯ และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีประชาชนร่วมฟัง 5,000 คน
    เวลาประมาณ 11.00 น. นายพานทองแท้เดินทางมาถึงเวที มีบอดี้การ์ดคอยดูแล และนำนายพานทองแท้เดินโชว์ตัวทักทายผู้มาฟังการปราศรัยรอบเต็นท์ มีผู้ไปขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ ก่อนที่คุณหญิงสุดารัตน์จะเดินทางมาสมทบ พร้อมกับนายไพจิต ศรีวรขาน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จากนั้นนายพานทองแท้ก็ขึ้นรถยนต์ออกจากบริเวณดังกล่าวไปพบกับประชาชน อ.นาแก พื้นที่เลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 มีนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นผู้ลงสมัคร
ร้อง สตง.สอบ กกต.
    ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ผลจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ พบว่าเกิดปัญหาขึ้นหลายประการ อาทิ การจัดการเลือกตั้งที่มาเลเซีย ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 5,000 คน แต่มีเจ้าหน้าที่เพียงน้อยนิด ขณะเดียวกันคูหาเลือกตั้งมีไม่เพียงพอ จนต้องเอากล่องกระดาษมาทำเป็นคูหาเลือกตั้งเพิ่ม ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณที่ผิดพลาดล้มเหลว ในขณะเดียวกัน กกต.ทั้ง 7 คนกลับมีเงินไปใช้จ่ายในการตรวจสอบการเลือกตั้งในต่างแดนอย่างฟุ่มเฟือยกว่า 12 ล้านบาท โดยเลือกไปแต่เฉพาะในประเทศที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยว อาทิ อเมริกา อังกฤษ สวิส เยอรมนี ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้นมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าอีกหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง เป็นต้น
    "พฤติการณ์การบริหารงบประมาณดังกล่าวมีความน่าเคลือบแคลงสงสัยมาก สมาคมจำต้องเดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ 7 กกต. ว่าใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิดให้ดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ สตง.ในวันที่ 14 มี.ค.2562 เวลา 10.00 น." นายศรีสุวรรณกล่าว
    ดร.รยุศด์ บุญทัน โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า ความผิดพลาดของการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้มากเหลือเกิน ส่งผลต่อผลประโยชน์ของพรรคการเมือง จากหลายๆ ปัญหาของการเลือกตั้งแค่เพียงเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ ก็ส่อเค้าความวุ่นวาย อาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะได้ รู้สึกเป็นห่วง กกต. อาจจะพบจุดจบเช่นอดีต กกต.หลายท่าน รวมถึงอาจจะถูกฟ้องทั้งแพ่งและอาญาอีกด้วย ท่าน กกต.แต่ละท่านก็ล้วนแล้วแต่อายุมาก มิอยากให้พวกท่านต้องใช้ชีวิตบั้นปลายในคุก จึงขอเตือนด้วยความเป็นห่วง เหลือเวลาอีก 11 วัน ขอให้เวลาที่เหลือนี้ กกต.ทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม 
     ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณี กกต.เดินทางไปดูงานเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า จริงๆ แล้วเป็นการไปทำงานมากกว่า เพื่อไปดูว่าการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ และเป็นการไปประชาสัมพันธ์ รับทราบข้อปัญหาต่างๆ เนื่องจากคนไทยในต่างประเทศมีจำนวนมาก ถ้า กกต.ไม่ไป ก็เหมือนไม่ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการจะยื่นให้ สตง.
 ตรวจสอบ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง  ซึ่งการที่ตนไปสิงคโปร์แล้วพบว่าที่มาเลเซียมีปัญหา แต่ไม่ได้เดินทางไป เพราะการแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  
     ส่วนกรณีการยุติการสอบสวนการระดมทุนโต๊ะจีนของพรรค พปชร. นายอิทธิพรกล่าวว่า ได้รับทราบจากนายทะเบียนว่าตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีหน่วยงานของรัฐบุคคลต่างชาติให้เงินสนับสนุน จึงจะเสนอ กกต.ยุติเรื่อง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว กกต.คงทำได้เพียงการรับทราบ ไม่สามารถที่จะให้นายทะเบียนตั้งกรรมการสอบใหม่ แต่ในคำร้องเรื่องดังกล่าวมีหลายประเด็น อาจจะมีบางประเด็นอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสำนักงาน ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริจาคบางรายได้รับงานเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ปรากฏ ต้องไปถามเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง.


มีคำชี้แจงเรื่อง "รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า" ดังนี้ ครับ คุณ TAWATCHAI CHONGVUTICHAI ส่งข้อความผ่าน WWW.PLEWSEENGERN.COM ว่า ป๋าเปลวครับ

"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'