เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ


   

    ผมว่า "ไร้สาระ" นะ!
    ระหว่างคน "ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ"
    ที่แต่ละฝ่าย "ตอดกันไป-ตอดกันมา" สืบเนื่องจากที่ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์" โพสต์เฟซ วันก่อน
    "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป" นั่นน่ะ!
    อยากจะบอกว่า......
    เหมือนนักมวย ปกติก็เพื่อนฝูงกัน แต่เมื่อขึ้นเวที เป็นธรรมดา
    มันก็ต้องลีลากันบ้าง!
    ฉะนั้น ทั้งประชาธิปัตย์และทั้งพลังประชารัฐ จะทึกทักลีลาให้กลายเป็น "ชีวิตจริง" ไปเพื่ออะไรกัน หือ?
    จบก็ให้มันจบ 
    ทำตัวเป็นวัยรุ่นจิ้มจุ่ม ทะเลาะกันด้วยเรื่องน้ำจิ้มติดก้นกระทะ ถึงขั้นพังร้าน ตีกัน  
    มันทุเรศน่ะ!
    ก็รู้ปรัชญาสังคมมิใช่หรือ ความฉิบหายของคนอื่น คือความสุขของเรา 
    ฉะนั้น การที่ "สหายในเส้นทาง" ตบตีกันเองช่วงเลือกตั้ง ก็เหมือนอุบัติเหตุรถชนกัน บาดเจ็บกระแด่วๆ คารถ
    คนวิ่งมาดู..........
    ไม่ได้มาช่วย หากแต่จ้อง "ปลดทรัพย์" ผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากเลย!
    จากคุณอภิสิทธิ์โพสต์..........
    ระดับพรรค ทั้งประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ ตอดเอาไปต่อ ตามเวทีหาเสียง นั่นก็ว่าสีสันหางเครื่อง
    แต่การที่หัวเครื่อง ลงมาเล่นด้วย อย่างรองนายกฯ สมคิดตอด อดีต รมว.คลังประชาธิปัตย์ "กรณ์ จาติกวณิช" โต้กลับ
    แบบนี้ เดี๋ยวสถานการณ์ "นายว่า ขี้ข้าพลอย" มันก็จะตามมา!
    และคุณอภิสิทธิ์ ก็รู้ว่าท่านนักโต้วาทีเหรียญทองจากอีตัน ฉะนั้น เรื่องจะให้หุบปาก "อุเบกขา" ชาติหน้าบ่ายๆ โน่น
    แล้วมันก็จะไปกันใหญ่ 
    จากเรื่องน้ำจิ้ม ก็จะกินใจ ลามถึงขั้น สองพรรคมองหน้ากันไม่ได้ ต้องไปจบที่ "ตายกันไปข้าง"!
    ผมอยากให้เข้าใจ "ภาวะผู้นำ" พรรคประชาธิปัตย์ของคุณอภิสิทธิ์ ในสถานการณ์นี้
    ศักดิ์ศรีพรรค "มาตรฐานประเทศ" ของประชาธิปัตย์ อีกทั้งตัวคุณอภิสิทธิ์เอง เคยสูงสุดในตำแหน่ง "นายกฯ" มาแล้ว
    ฉะนั้น ทางเดิน "มันบีบ" ให้คุณอภิสิทธิ์ต้องเดินใน "ทางบังคับ"!
    ๑.พรรคประชาธิปัตย์ 
    เกิดมา ไม่เคยเป็นฝ่ายไปร่วมพรรคอื่น มีแต่พรรคอื่น เป็นฝ่ายมาร่วมกับประชาธิปัตย์
    ๒.เป็นนายกฯ มาแล้ว 
    ด้วยศักดิ์ศรี เก้าอี้อื่น นอกจากเก้าอี้นายกฯ และ ส.ส.ถ้าอภิสิทธิ์ไปนั่ง โลกนินทาทันทีว่า "กระสัน"
    "หัวหน้าฝ่ายค้าน" กับ "ประธานรัฐสภา" เท่านั้น นั่งได้!
    ๓.บุคคลที่ประชาธิปัตย์เสนอชื่อเป็น "นายกฯ" ของพรรค ต่อ กกต.คือคุณอภิสิทธิ์
    ก็เป็นตรรกะในตัวว่า ต้องหาเสียงให้พรรคชนะ เป็นแกนตั้งรัฐบาล และให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
    ดังนั้น การจะให้ "ว่าที่นายกฯ" ประชาธิปัตย์ หาเสียงไปในทางให้สังคมเข้าใจว่า ซูฮกยกให้ "ว่าที่นายกฯ" พรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ
    มันผิดเจตนารมณ์พรรค......
    และเสียศักดิ์ศรี ที่พรรคมาตรฐานยอมเป็น "พรรคบริวาร" ให้กับพรรคเกิดใหม่!
    ด้วยเงื่อนไขและเหตุผลภาคบังคับดังกล่าว มันจำเป็นที่คุณอภิสิทธิ์ต้องอยู่ในบท "พรรคมาตรฐาน" ประกาศให้โลกรู้
    หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว...........
    และหลั่งทักษิโณทก "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" อีกต่อไป
    ลอกเยื่อให้หมดใย ด้วยจดหมาย "ผมรักคุณ" สุดแสนจะโรแมนติก อีกหนึ่งฉบับ!
    ถ้าหยิบประโยคคำพูดอภิสิทธิ์มาพินิจ ก็จะเข้าใจ "ความหมาย" แท้จริง ที่คุณอภิสิทธิ์ต้องการสื่อให้สังคมทราบ
    ประโยคนั้น นับว่า "โอ่อ่า-ชัดเจน-เปิดเผย" ไว้เกียรติ ไว้ลายพรรคมาตรฐาน
    เพียงแต่คลาสสิก ต้องใช้เวลา "นั่งขบ-นอนขบ" นานหน่อย
    ที่ว่า "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" นั่นน่ะ ฟังเผินๆ เท่ากับประกาศ
    "ประชาธิปัตย์ไม่ร่วมพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล"
    เสียงเจี๊ยวจึงอึงมี่!
    แต่เมื่อพิจารณาโดยโอ้โลม-ปฏิโลมแล้ว ต้องบอกว่า ที่พูดนั้น "ถูกของท่าน"
    อภิสิทธิ์บอก "ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ"
    ก็ลองคิดดู........
    อภิสิทธิ์ ก็ว่าที่นายกฯ พรรคหนึ่ง
    พลเอกประยุทธ์ ก็ว่าที่นายกฯ พรรคหนึ่ง
    ทั้ง ๒ คน "ศักดิ์เสมอ" ในสนามแข่งขัน ชิงเก้าอี้นายกฯ จู่ๆ จะให้อภิสิทธิ์ประกาศว่า
    "จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ" มันก็บ้า
    ทำนองเดียวกัน......
    จะให้พลเอกประยุทธ์ประกาศว่า "สนับสนุนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ" ก็บ้าพอกัน
    และมีสิทธิ์ถูกข้อหา "ซูเอี๋ย" เป็นมวยล้มต้มคนดู!
    มาพิเคราะห์ข้อมูลประกอบ ศักดิ์เสมอในความเป็น "ว่าที่นายกฯ" ของพลเอกประยุทธ์กับอภิสิทธิ์
    มีข้อต่างเป็น "ตัวชี้ขาด" มีนัยสำคัญ คือ 
    คุณอภิสิทธิ์นอกจากเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคแล้ว 
    ยังเป็นหัวหน้าพรรค และอยู่ในบัญชี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ ๑ ของพรรคด้วย
    นั่นหมายความว่า ประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ หรือไม่ได้เป็น ก็แล้วแต่
    แต่ที่แน่ๆ คุณอภิสิทธิ์ได้เป็น ส.ส.อยู่ในกระดานการเมืองต่อไปแน่!
    ตรงข้ามกับพลเอกประยุทธ์.......
    ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพียงถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐเท่านั้น
    นั่นคือ ถ้าพลังประชารัฐไม่ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล "พลเอกประยุทธ์" เท่ากับ "ไม่มีตำแหน่งใด" ในพรรคเลย
    ดูตามนี้ มันก็ใช่.....
    ตามที่อภิสิทธิ์ประกาศ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล พลังประชารัฐ เท่ากับไม่มี "พลเอกประยุทธ์" อยู่ในพรรค
    พลังประชารัฐจะไปร่วมตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ได้ แต่จะไปต่อรองเอา "ไข่ประยุทธ์" ที่ฝ่อไปแล้ว มาฟักขอเป็นนายกฯ
    แถมอายเขาตายโหง!
    นี่ ในความหมายประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา.
    แต่ถ้าทั้งประชาธิปัตย์และประชารัฐ ไม่ได้เป็น "เสียงข้างมาก" ทั้งคู่ 
    แต่รวมหลายพรรคแล้วได้เกิน ๒๕๑ เสียง ตามนัยนี้ ถ้าอภิสิทธิ์ยืนกราน "ไม่เอาประยุทธ์" ในขณะที่พรรคอื่นๆ เขาเอา ก็มีประเด็นให้มอง
    คือ คำว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคมาตรฐาน ก็อยู่ตรงที่ พรรคไม่มีใครมีอำนาจชี้ขาดได้คนเดียว
    ทุกอย่างต้องเป็น "มติพรรค" ออกมาเท่านั้น!
    กรณีนี้ เช่นกัน ตอนนี้ เอา-ไม่เอา, ร่วม-ไม่ร่วม, ทะเลาะให้โลกหยันในความหมาย "แหติดตอ" ไปทำไม?
    ยังไม่ทันเลือกตั้ง ใครได้-ไม่ได้ ก็ยังไม่รู้ แล้วมาทะเลาะกัน มันน่าหยัน
    และที่สำคัญ ประกาศอภิสิทธิ์ 
    ไม่ใช่ "มติพรรค"!
    ฉะนั้น ทั้งพลังประชารัฐ ทั้งประชาธิปัตย์ อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นตบตีกันเลย
    ไปหาเสียง-หาคะแนนมานับแข่งกันก่อนดีกว่า หลังเปิดหีบ ๒๔ มีนา. เห็นตัวเลขของแต่ละพรรคแล้ว ค่อยมาทะเลาะกันตอนนั้น ก็ยังทัน
    ใครจะร่วม-ไม่ร่วม จะเป็นรัฐบาล เป็นค้าน หรือใครจะเป็นนายกฯ ให้เห็นแต้ม-เห็นตัว ส.ส.ในมือกันก่อน
    ตอนนั้น ใครจะเกี่ยงงอน ใครจะต่อรอง หรือใครจะเป็นฝ่ายเสนอ-ฝ่ายสนองเงื่อนไข ค่อยเป็นเหตุ เป็นปัจจัยที่รับฟังได้
    แต่ตอนนี้ อย่าไปจำที่ควรลืม และอย่าลืมที่ควรจำ จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
    เส้นทางระหว่างประยุทธ์กับอภิสิทธิ์มีเหมือนและต่างกันอยู่
    พลเอกประยุทธ์ ถ้าพลังประชารัฐเป็นแกนตั้งรัฐบาลไม่ได้ ประยุทธ์ก็จบ
    อภิสิทธิ์ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยังไม่จบ เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้
    แต่ในรัฐบาลผสม มี "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ ได้
    ขณะเดียวกัน ไม่มีทางเลยที่.......
    "พรรคร่วม" จะให้อภิสิทธิ์เป็น "นายกฯ"!.


ธนาธร".......... กลายเป็น "เด็กสวน" ไปซะแล้ว! เมื่อวาน (๒๓ พ.ค.๖๒) สวมบทพระเอกฟิวเจอริสตา ทำเฟี้ยวใส่ "ศาลรัฐธรรมนูญ"

จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย