ปชป.ชูปราบโกง/พท.ดันหวย


เพิ่มเพื่อน    


    “มาร์ค” ชูปราบโกงทุกรูปแบบเป็นวาระแห่งชาติ สกัดวงจรอุบาทว์ที่นำไปสู่รัฐประหาร งัด 5 มาตรการเล็งยกเครื่องเปลี่ยน ป.ป.ช. เหตุเข้ามาในสถานการณ์ไม่ปกติ พท.เหน็บพอแล้วนักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ ดันหวยบำเหน็จปลุกรากหญ้าเลือกถล่มทลาย "บิ๊กตู่" วิดีโอคอลเวทีด้วยภาษามลายูอย่าลืมเรา ปลุกร่วมกำจัดสิ่งผิด สร้างปรองดอง แกนนำ พปชร.แจงขึ้นค่าแรงทำเป็นขั้นตอนใน 3 ปีไม่กระทบ 
    เมื่อวันอาทิตย์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะกรรมการนโยบายพรรค ร่วมกันแถลงนโยบายปราบปรามการคอร์รัปชัน โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปชป.ได้ใช้คำขวัญของพรรคว่า ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต เพื่อป้องกันไม่ให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง และสุดท้ายนำไปสู่การรัฐประหาร เรื่องการทุจริตซึ่งมีการพูดกันน้อยเกินไปในการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งพรรคใหม่และพรรคเก่าพยายามสื่อสารทำนองว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเพียงวาทกรรม ปชป.ยืนยันว่าปัญหาการทุจริตและความต้องการที่จะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องวาทกรรม แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงและยังมีอยู่ในปัจจุบัน จะทำให้มีปัญหาในอนาคต นำมาสู่การสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล ทำลายความเข้มแข็งของสังคม ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำและเป็นวาระแห่งชาติคือ การปราบโกงทุกรูปแบบ ถ้าดูจากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน สามปีหลังมานี้กลับกลายเป็นประเทศกลับไปนำอันดับ 99
    "ปชป.เป็นรัฐบาลหลายสมัย มีนายกฯ 4 คน ทุกคนให้ความสำคัญกับการรักษาความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นอุดมการณ์ของพรรค นายกฯ ของ ปชป.ไม่มีใครมีมลทินเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการทุจริตในขณะนี้มีการทุจริต ซึ่งพัฒนาไปในหลายระดับและหลายรูปแบบ ที่มักพูดกันคือการปล้นประเทศ โดยใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้อง เบียดบังเงินภาษีของประชาชน หรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ สอง การปล้นประชาชน เก็บส่วย รีดไถ และสาม การวางแผนมาปล้น โดยอาศัยนโยบายมาขับเคลื่อนเพื่อจะเอื้อประโยชน์กับคนของตัวเองและพวกพ้อง ดังนั้น ปชป.มีนโยบายการปราบปรามทุจริตที่สามารถครอบคลุมได้ทั้งสามประเภท"
    หัวหน้าพรรค ปชป.ระบุว่า เครื่องมือที่ ปชป.จะใช้ในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน มี 5 ตัว คือ 1.นำเทคโนโลยีมาใช้ ได้แก่ แอปแจ้งโกง เริ่มต้นจากเทคโนโลยี 2.การมีส่วนร่วมของประชาชนต้องพัฒนาเป็นหลักสูตรโตไปไม่ยอมให้ใครโกง สนับสนุนองค์กรพิทักษ์ความโปร่งใส ทำให้มีเขี้ยวเล็บมากขึ้น 3.สังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยให้อำนาจและดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในขั้นตอนของการอนุมัติมากเกินไป, ยกเครื่อง ป.ป.ช.ที่มีปัญหาในการสืบสวนสอบสวน ตัดสิน และชี้มูลที่ล่าช้า คำวินิจฉัยบางคดีมีข้อกังขามากมายว่าถูกแทรกแซงหรือไม่ และปราศจากการตรวจสอบ โดย 6 เดือนต้องชี้มูล ต้องใส่ใจเรื่องใหญ่ 4.การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ต้องเพิ่มบทบาทผู้ตรวจราชการให้มีอำนาจสอบภายในกระทรวงมากขึ้น และ 5.ปราบโกงเชิงระบบ สนับสนุนการแข่งขันเสรี ลดทุนผูกขาด, กระจายอำนาจกับการกำกับท้องถิ่น, ปฏิรูปตำรวจ และการสอบสวนที่จะต้องมีอิสระ 
ปชป.ต้องมาตรฐานสูง
    "คนใน ปชป. ถ้าจะเข้าไปในรัฐบาลต้องมีมาตรฐานสูง ผมคิดจะให้คนของ ปชป.ทั้งตัวเขา ครอบครัว และพี่น้อง ที่มีผลประโยชน์ธุรกิจอะไรบ้างเปิดเผยข้อมูล แม้กฎหมายไม่ห้าม เพื่อให้ตรวจสอบได้"
    นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การใช้สิทธิเดินทาง ตั๋วเครื่องบินของ ส.ส. ควรเอาให้ชัดว่าเวลาเดินทางไปจะไปที่ไหน ทำอะไร สิทธิของรัฐมนตรี การมีงบรับรองควรเปิดเผยว่าใช้มากน้อยแค่ไหน สมเหตุสมผลหรือไม่ สิทธิบางอย่างยกเลิกได้หรือไม่ รัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องนั่งเฟิร์สคลาส เราจะเริ่มทำสิ่งเหล่านี้ หมดเวลาเกรงใจแล้ว และเราจะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แล้วจะไปพิจารณาว่าควรจะเปลี่ยนแปลงกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะที่มาของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันเข้ามาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
    นายวัชระ เพชรทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บอกว่าประเทศไม่ใช่บริษัท อย่ามาเรียกค่าต๋ง ว่าทำไมไม่ถามบรรดานายพลเพื่อนท่านบางคนบ้าง และถ้าอยากรู้จริงๆ ให้ถามบรรดานายพลหรือรัฐมนตรีซีทีเอ็กซ์ รัฐมนตรีฝายแม้ว หรือรัฐมนตรีผักสวนครัว ที่ท่านดึงมาให้สนับสนุนการสืบทอดอำนาจดูได้ เรียกได้ว่าคือระบอบประยุทธ์ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับระบอบทักษิณ 
     ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. แถลงนโยบายสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยมีการเปลี่ยนแคมเปญหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเป็น “พอแล้ว! นักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ” รวมถึงติดป้ายหาเสียงเพิ่มเติม เปลี่ยนแบ็กดร็อปห้องแถลงข่าวเป็นชุดข้อความแคมเปญล่าสุด  โดยก่อนการแถลงข่าวมีการเปิดคลิปวิดีโอหวยบำเหน็จ สลากการออมแห่งชาติ มีเสียงบรรยายเป็นภาษากลาง ภาษาอีสาน และภาษาเหนือ  
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือกคือ กลุ่มพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ กับกลุ่มพรรคที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ขณะเดียวกันมีกลุ่มพรรคที่ยังมีจุดยืนที่ไม่ชัดเจน กล้าพูดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่กล้าพูดว่าจะไม่เอาพรรคที่ไม่สืบทอดอำนาจ แล้วสุดท้ายหลังการเลือกตั้งก็จะมีคำพูดที่เหตุผลหล่อๆ เท่ๆ ที่จะไปร่วมกับพรรคสืบทอดอำนาจ  ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ กติกาที่ไม่เหมือนเดิม คสช.กำลังเข้ามายึดอำนาจจากประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญลายพราง ให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาสืบทอดอำนาจได้อีกครั้ง เพราะมี ส.ว. 250 คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ หากออกไปเลือกตั้งน้อย จะทำให้เสียงของประชาชนถูกบิดเบือนด้วย ส.ว. 250 คน ถ้าไม่อยากยอมแพ้ให้เผด็จการ มีทางเดียวโดยการไปเลือกพรรคเพื่อไทยเท่านั้นอย่างถล่มทลาย เรามั่นใจจะชนะเลือกตั้ง เป็นที่หนึ่งของประเทศ เป็นรัฐบาล 
ชูหวยบำเหน็จปลุกรากหญ้า
    เมื่อถามถึงรายละเอียดของนโยบาย หวยบำเหน็จ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เอาความชอบของประชาชนส่วนใหญ่มาปรับ โดยการชวนประชาชนให้มาออมเงินโดยการซื้อหวยทุกเดือน แล้วเงินไม่หายไปไหน ได้รับรางวัลคล้ายลอตเตอรี่ คือมีรางวัล 2 ตัว 3 ตัว จะซื้อมากหรือซื้อน้อยก็ได้ เป็นความเต็มใจนำเงินมาออม เงินจากการซื้อหวย สมมติจำนวนแสนล้านบาท เงินก็ไม่หายไปไหน แต่จะกลายเป็นเงินออมของประชาชน มีดอกเบี้ย และเงินปันผลให้อายุ 20 ปี เริ่มซื้อ ก็ซื้อไปจนถึงอายุ 60 ปี โดยผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อหวย แต่ต่างกันที่หวยบำเหน็จสามารถเลือกซื้อเลขได้ ซึ่งหากเสียชีวิตก่อนเกษียณ เงินก็จะตกเป็นของลูกหลาน จะขายเป็นหน่วย หน่วยละ 50 บาท และประชาชนสามารถเลือกตัวเลขเพื่อลุ้นรางวัลได้
    นายชูศักดิ์กล่าวว่า คงต้องมีการตราเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสินว่าด้วยสลากบำเหน็จ และปรับกองทุนการออมแห่งชาติ ให้มีกองทุนประเภทหนึ่งขึ้นมาเพื่อรองรับเราคิดมารอบคอบแล้วว่าทำได้แน่
     ที่สวนลุมพินี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดกิจกรรม “Morning Run : พลังประชารัฐ” โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงนโยบายเพิ่มค่าแรง ว่าเป็นการยกระดับทุกภาคส่วนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยค่าแรง 400-425 บาท จะทำเป็นขั้นตอนภายในเวลา 3 ปี จะไม่เพิ่มภาระ เพราะต้องมีการวัดทักษะฝีมือแรงงาน
    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้า พปชร. กล่าวเช่นกันว่า พรรคไม่ได้มาพูดเพียงผิวเผินเพื่อเอาชนะหรือประชานิยม วัตถุประสงค์จริงๆ คือ 1.เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2.ไม่ได้ปรับขึ้นทันที แต่ค่อยๆ ปรับไต่จาก 325 บาท ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 400-425 บาท ในเวลา 3 ปี ไม่ได้ปรับเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ และ 3.ให้ค่าจ้างแรงงานตามทักษะที่มีอยู่  และค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการสามารถนำไปหักภาษีได้ จะทำให้ประเทศรวยขึ้น ประชาชนเก่งขึ้น รวยขึ้น และเพื่อแข่งขันกับคนอื่นได้    
    ที่บริเวณสนามกีฬากลาง อบจ.นราธิวาส แกนนำ พปชร.จัดเวทีปราศรัย โดยภายหลังนายอุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. กล่าวปราศรัยและได้เปิดวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง ซึ่งได้รับเสียงตบมือกึกก้องดังทั่วบริเวณ โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ขอให้คำมั่น และขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการสานต่อนโยบายดีๆ และแผนการปฏิรูปที่เริ่มทำไปแล้วทั้ง 11 ด้านตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และจะจัดทำนโยบายใหม่ๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุข
    “ต้องลดความรุนแรงในสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สงบสุข สันติสุขให้ได้ โดยใช้มาตรการทุกมาตรการ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการใช้อำนาจทางการทหารอย่างเดียว วันนี้ทุกอย่างกำลังผลิดอกออกผล เหมือนเราปลูกต้นไม้มาแล้ว ปลูกไม้ผลมาแล้ว หลังเจริญเติบโตมา 5 ปี ผมมั่นใจนะครับ หากทุกท่านให้โอกาสผม มอบความไว้วางใจให้กับผมเหมือนที่ผ่านมา หรืออาจจะมากกว่านั้น ร่วมกันปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ รักประชาชน ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ จะส่งเสริมผลักดัน สร้างพลังแรงศรัทธา ให้ผมและพรรคพลังประชารัฐ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคน ได้ร่วมมือร่วมแรงเป็นกำลังใจให้กัน สร้างสรรค์สิ่งที่ถูก กำจัดสิ่งที่ผิด ด้วยความเข้าใจและร่วมกันนำพาชาติบ้านเมือง ไปสู่ความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า มีความรักใคร่ มีความสามัคคีปรองดอง มีความสุขทุกคนถ้วนหน้า อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตือรีมอกาเสะ ยาแงลูปอ ปีเละกีตอ (ขอบคุณ อย่าลืมเรา)" พลเอกประยุทธ์กล่าว
ซัดแจกเงินทำไม่ได้ขัด รธน.
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทุกคนอยากได้ค่าแรงสูง แต่เหรียญมี 2 ด้าน ถ้าเราไปเรียกร้องผู้ประกอบการ เขาอาจต้องปิดกิจการ กระทบกับประชาชน เราจะอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เปิดช่องให้เกิดการลงทุนมากที่สุด กระตุ้นความต้องการแรงงาน จะเกิดอำนาจต่อรองอัตโนมัติ และที่สำคัญไม่ตกงาน ผู้ประกอบการ นายจ้าง ประชาชน จะต้องดำรงอยู่ได้ ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ ใครที่มาพูดเรื่องแจกเงิน เรามองว่ามันทำไม่ได้ ขัดรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีความสามารถ ไม่ต้องไปขอใครกิน เราจึงสนับสนุนให้ทุกคนมีงานทำ มากกว่าการแจกเงิน
     ที่ลานปรีดี ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรม Futurista พบปะประชาชานและนักศึกษา โดยนายธนาธรกล่าวว่า รายงานผลการศึกษาเสนอให้วิจัยและพัฒนาไฮเปอร์ลูป เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยมีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ไม่ต้องตามประเทศอื่น ที่สุดท้ายแล้วก็ต้องจบด้วยการซื้อเพียงอย่างเดียว ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดตรงนี้ ต่อให้ไม่ได้ผล อย่างน้อยก็จะได้องค์ความรู้เกี่ยวกับ อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบอากาศยาน และอื่นๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ 
    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยอ้างว่าไปปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์แบบเนียนๆ ในการหาเสียงนั้น สมาคมจำต้องนำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน เอาผิด ตาม ม.149 ประกอบ ม.78 วรรคหนึ่ง ซึ่งอาจมีโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี รวมทั้งขอให้สั่ง พล.อ.ประยุทธ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยุติหรือระงับการกระทําใดที่เห็นว่าอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดตาม ม.78 วรรคสามต่อไปด้วย โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ในวันจันทร์ที่ 18 มี.ค.2562 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงาน กกต. 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"