
18 มี.ค.62- สมชาย แสวงการ สมาชิกสนช.ตั้งคำถามถึงเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ที่เเปรคณะผู้ก่อการในคณะนิติราษฎร์ที่มีจุดยืนต่อต้านมาตรา112 และท่าทีที่เคลือบแคลงต่อทัศนคติหลายต่อหลายครั้งในบทบาทของคณะนิติราษฎร์ว่าได้ยุติบทบาทแนวคิดไปแล้วอย่างสิ้นเชิง หรือก้าวเข้าสู่การต่อยอดการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านเวทีรัฐสภาอย่างมีเป้าหมายใด
โดยเฉพาะกับคำที่อาจไม่เคยได้ฟังจากปากแบบชัดๆว่าพวกเขาเคารพและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามที่เป็นมาตั้งแต่2475จวบจนปัจจุบัน มิใยที่ต้องย้อนดูอดีตที่สะท้อนปัจจุบันและเล็งเห็นผลได้ในอนาคตว่าอาจมีนัยยะการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนบางสิ่งสำคัญยิ่งหรือไม่???
จึงจำเป็นที่ผู้คนทั้งประเทศจักได้ศึกษาพวกเขาอย่างตรวจตราและทำความรู้จักตรวจสอบที่มาของบุคคลที่เป็นแกนนำคณะนิติราษฎร์ที่ได้มุ่งมั่นเข้าสู่เวทีการเมืองศูนย์อำนาจนิติบัญญัติในฐานะเลขาธิการพรรคซึ่งก็คือเสนาธิการและแม่ทัพคนสำคัญเคียงข้างธนาธรพร้อมข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่ามีอดีตสหายและอดีตซ้ายเก่าจาก6ตุลา2519 และกลุ่มความคิดทำนองเดียวกันเข้าร่วมอย่างมากมาย
นี่คือตัวอย่างหนึ่งเพื่อความเข้าใจต่อกลุ่มนิติราษฎร์ที่พยายามกล่าวหาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ
@จากข้อเขียนจากศาตราจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ ถึงนิติราษฎร์ไว้น่าสนใจยิ่งครับ
*สรุป การที่ยึดถือหลักนิติรัฐต้องทำโดยมีจิตวิญญาณที่จะปกป้องนิติรัฐด้วย โดยต้องมองให้รอบรู้ให้ทั่ว หากเห็นไม่รอบ กอดแต่หลักไว้อย่างเดียวไม่ดูว่ามดแทะ ปลวกทะลวงหลักจนปรุพรุนเป็นโพรงอยู่ข้างในไปหมดแล้วยังพร่ำเพ้อว่าหลักยังดีอยู่ ทั้งๆ ที่รู้และโวยวายให้ใครก็ได้เข้ามาแก้ไข แต่พอมีคนจะไปช่วยพยุงซ่อมแซม โดยเอามด ปลวกออกจากหลัก โดยที่เขาก็เมตตาไม่ฆ่ามด ปลวกเท่านั้น เพียงแต่ขอกวาดออกจากหลักไม้ไปชั่วคราว เพื่อซ่อมแซมหลักให้มั่นคงแล้วจะเชิญให้มด ปลวกเหล่านี้มากัดกินกันใหม่เท่านั้น
คนที่อ้างว่าตนพิทักษ์หลักนิติรัฐเหล่านี้ก็ยังคงกอดหลักขวางกั้นออกหน้าปกป้องมด ปลวก ไม่ให้ใครไปแตะต้องมด ปลวกเหล่านั้น โดยคิดว่าเป็นการปกป้องสิทธิของมดและปลวกเหล่านั้นตามหลักนิติรัฐอยู่
แทนที่จะเป็นการบำรุงรักษา กลับเป็นการช่วยทำลายหลักนิติรัฐทางอ้อม
ไม่เห็นแม้กระทั่งพวกปลวกๆ ทั้งหลายกำลังนั่งหัวเราะเยาะพวกกำจัดปลวกที่ทะเลาะกันเอง
เท่ากับเนรคุณหลักนิติรัฐเสียเอง
ความเห็นของพวกเขาเหล่านี้ จึงเป็นการ "เห็นต้นไม้แต่ไม่เห็นป่า"
ป่าไม้ถูกทำลายลงทุกวัน ท่านเหล่านี้กู้รู้อยู่ เรียกร้องให้ช่วยกันปราบพวกตัดไม้ทำลายป่า
แต่พอเขาจะไปจับคนตัดต้นไม้ ท่านเหล่านี้ก็ออกขวางกั้น โดยอ้างว่า ชาวบ้านตัดต้นไม้ต้นสอง ต้น ไม่เสียหาย ต้องคุ้มครองให้เขาอยู่กินได้
ท่านเหล่านี้จึงเห็นแต่คนตัดไม้ทีละต้น แต่ไม่เคยเห็นคนทำลายป่า
หารู้ไม่ว่าคนเหล่านั้นตัดทีละต้น เป็นร้อย เป็นล้านต้นแล้ว
ฉันใดก็ฉันนั้น เราจึงไม่สามารถดำเนินการกับคนทำลายหลักนิติรัฐได้เสียที ด้วยฝีมือของคนที่คิดว่าตนเป็นคนพิทักษ์อนุรักษืหลักนิติรัฐ แต่มองไม่เห็นปลวกที่กำลังกัดกิน และทำลายหลักนิติรัฐที่เขาบูชาอยู่ตำหูตำตา
ดังนี้ แทนที่จะเป็นองครักษ์พิทักษ์หลักนิติรัฐ
กลับกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์ปลวกไปเสียนี่!!!
หลักนิติรัฐจึงถูกเนรคุณด้วยสายตาที่คับแคบเช่นนี้เอง
ทั้งหมดผมไม่มีบทสรุปใด แต่แค่อยากจุดประกายให้คนไทยทั้งผองพึงศึกษาเรื่องราวของกบุ่มเคลื่อนไหวนี้ให้ได้อย่างเข้าใจในเจตนาเบื้องหน้าและเบื้องหลังครับ.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |