กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป


   

    อีก ๔ วันเอง "เลือกตั้ง"!    
    ถ้าเป็น "ม้าแข่ง" ถือว่าเลยโค้งวัดเบญจฯ เข้าทางตรงแล้ว
    ม้าประยุทธ์ นำนิดๆ....
    ที่เกาะกลุ่มตามติดๆ ก็มี ม้าหน่อย-ม้าชัชชาติ, ม้าธนาธร, ม้าอนุทิน 
    ห้อกันเต็มเหยียด จมูกเบียดจมูก น้ำลายฟูมฟองกระเซ็น แต่ยังไม่มีม้าไหนแซง "ม้าประยุทธ์" ขึ้นไปได้
    "คอกตระกูลเพื่อ" เป็นม้าควบระหว่าง "ม้าหน่อย" กับ "ม้าชัชชาติ"
    ก่อนแข่ง เซียนปล่อยข่าว....
    "เจ้าของคอก" ซึ่งรวยจากแปลงประเทศเป็นทุนและขายข้าวจีทูเจี๊ยะ สั่งสู้ยันโคนขา 
    ทั้งม้าคอกนี้ ตามสถิติเป็นม้า ต้นจัด ปลายแรง เด็กขี่แข็ง เปย์งาม มาตลอด 
    เป็นม้าตั้งตัว ไม่ใช่ม้าค่ารถ 
    ดังนั้น ขาจร-ขาประจำ จึงมั่นใจมาก ถึงขั้น "ขายลูก-ขายเมีย" ทุ่มแทงกันเลยเชียว
    แต่เห็นสภาพ "ม้าหน่อย-ม้าชัชชาติ" ในทางตรงนี้แล้ว
    เริ่ม "ฉีกตั๋ว" ปาทิ้งกันก็มี...พี่น้อง!
    ถือว่าวิ่งผิดฟอร์มม้าคอกตระกูลเพื่อไปมาก บางแฟนถึงหาวเรอ เริ่มช็อก สีหน้าซีดทีละคน-สองคน 
    ขนาดม้าประยุทธ์ คอกพลังประชารัฐ วิ่งสลับยืนขี้เป็นระยะๆ 
    แต่ม้าหน่อยและม้าชัชชาติ ราคาคุยว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เอาเข้าจริง สะเป๊อะ-สะป๊ะ เหงื่อย้อยกลีบแล้ว ก็ยังไล่บี้ไม่ทันซักเตื้อ!
    ใครซื้อตั๋ววิน น่าจะต๊อแต๊ หวังได้แค่เพลส 
    ส่วนอันดับสามห่างๆ จะชิงกัน ระหว่าง ม้าอนุทินกับม้าธนาธร
    ดูตามสถิติและเทียบฟอร์มแล้ว ธนาธรเป็นม้าตีนต้น ออกจากซองก็แรงจัด แต่พอเข้าโค้งวัดเบญจฯ ถูกประกบ ชักเป๋
    ส่วนม้าอนุทิน คอกภูมิใจไทย เคยลงสนามมาครั้งเมื่อปี ๒๕๕๔ สถิติถือว่าใช้ได้
    น่าจะปาดหน้าม้าธนาธร เข้าเพลส อันดับ ๓! 
    มีเป็น "ข่าวหลังคอก" เท็จจริงไม่ทราบ เขาซุบซิบกันว่า เหตุที่ม้าหน่อยกับม้าชัชชาติ จากต้นจัด แต่ปลายแผ่ว เบื้องหลังมีว่า
    เจ้าของคอก "ถอดใจ"
    นอกจากไม่โด๊ปยาแล้ว ทั้งหญ้าอ่อน วิตามินบำรุงก็ไม่ส่งให้ ม้าทั้งคอกตระกูลเพื่อเวลานี้ ต้อง "หาแกลบกินกันเอง"
    เลยหมดทั้งแรง ทั้งกำลังใจ 
    ในขณะที่เจ้านายทยอย "ยกโขยง" หนีกันไปอยู่นอกทีละคน-สองคน สบาย 
    ส่วนลูกน้องอยู่ทางนี้ เข้าคุกแล้วบ้าง กำลังจะเข้าบ้าง อดอยากหัวโตบ้าง ถูกรื้อคอกทิ้งบ้าง 
    รอชำแหละเป็นเนื้อม้าปิ้งย่างแข่งหมูกระทะ เห็นจะจะตาอยู่!
    อยากแนะท่านที่จะไปเลือกตั้งอาทิตย์ที่ ๒๔ มีนานี้ซักเล็กน้อย คืออาจงงหรือสับสนกับการ "กาบัตร" เนื่องจากเป็นบัตรใบเดียว
    อีกอย่าง ทั้ง ๓๕๐ เขต ผู้สมัครแต่ละเขต-แต่ละพรรค จะเป็น "คนละเบอร์" อาจจำยาก
    เอางี้ครับ....
    จำตราสัญลักษณ์พรรคและชื่อพรรคที่เราตั้งใจจะเลือก ส.ส.ของพรรคนั้นไว้ 
    จะเบอร์อะไร คนที่จะเลือกชื่ออะไร จำไม่ได้ ก็ช่างหัวมัน
    เล็งที่ตราสัญลักษณ์พรรคไว้เป็นสำคัญ แล้ว X ในช่องของพรรคนั้น แบบนี้ ไม่พลาดจากที่เราตั้งใจ
    เลือกตั้งครั้งนี้ X เบอร์เดียว.......
    ได้ทั้งนายกฯ ได้ทั้ง ส.ส. และได้ทั้งรัฐบาลที่อยากจะได้!
    ออกมาเลือกตั้งกันมากๆ อย่างเลือกล่วงหน้าอาทิตย์ ๑๗ มีนาแบบนั้น รัฐบาลและนายกฯ ที่จะได้ ก็จะได้ชื่อว่า
    มาจาก "มหาประชาชน" จริงๆ!
    ดี-ไม่ดี ไม่ต้องโทษกันทีหลัง ว่าเอ็งเลือก ข้าไม่ได้เลือก
    ถ้าออกกันมา ๘๐% ขึ้นไป จะเขียว-เหลือง-แดง-ดำ ได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นนายกฯ
    ไม่ว่ากัน!
    เพราะเป็นความต้องการของ "ประชาชน" ทั้งประเทศโดยรวมจริงๆ!
    เลือก ๒๔ มีนานี้ ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ๕๑ ล้านคนออกกันมาซัก ๔๐-๔๕ ล้าน 
    จะได้ชื่อว่า "ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" แท้จริง
    ย้อนไปเลือกตั้งปี ๒๕๕๔...........
    ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ๔๖ ล้านคน แต่ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ ๓๕ ล้านคน คิดเป็น ๗๕%
    พรรคเพื่อไทยได้ ๑๕.๗ ล้านคะแนน  
    ประชาธิปัตย์ได้ ๑๑.๔ ล้านคะแนน
    ภูมิใจไทยได้ ๑.๒ ล้านคะแนน
    ชาติไทยพัฒนาได้ ๙ แสนคะแนน
    ชาติพัฒนาได้ ๔.๙ แสนคะแนน
    ก็ลองนำผลโพล "รังสิตโพล" ของอาจารย์ "สังศิต พิริยะรังสรรค์" ครั้งล่าสุด ๕ มีนามาเป็นฐานประเมินทางเปรียบเทียบ
    "เพื่อไทย" ได้ ๕.๘ ล้านคะแนน หายไป ๙,๙๕๒,๔๗๐ คะแนน
    "ประชาธิปัตย์" ได้ ๖.๖ ล้านคะแนน หายไป ๔,๘๓๕,๖๔๐ คะแนน
    "ภูมิใจไทย" ได้ ๓.๓ ล้านคะแนน เพิ่มขึ้น ๒,๐๑๘,๓๔๘ คะแนน
    "ชาติไทยพัฒนา" ได้ ๑.๘ ล้านคะแนน เพิ่มขึ้น ๘๙๓,๓๔๔ คะแนน
    "ชาติพัฒนา" ได้ ๑.๓ ล้านคะแนน เพิ่มขึ้น ๘๐๔,๒๓๘ คะแนน
    เห็นแล้วน่าตกใจ......
    สำหรับเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ เพราะคะแนนปี ๒๕๖๒ เทียบกับปี ๒๕๕๔ หายไป "ครึ่งต่อครึ่ง"!?
    คะแนนที่ "เหลือน้อย" นั้น 
    เมื่อเอา ๘ หมื่นคะแนน/ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ๑ คน ไปหารคะแนนรวมที่พรรคจะพึงมี ส.ส.ได้
    จะทำให้ผู้วางตัวไว้เป็น "ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์" ทั้งสองพรรค เช่นนายอภิสิทธิ์ คุณหญิงสุดารัตน์ 
    จะแห้ว!
    เพราะคำนวณจาก ส.ส.เขตที่ได้ระดับ ๘๐-๑๐๐ ขึ้นแล้ว คะแนนรวมแค่นี้ จะไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์เลย!
    เป็นความ "ถล่มทลาย" อีกแบบหนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูง
    ถามว่า รวมกันแล้วประมาณ ๑๔ ล้าน ที่เคยเลือกเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ เมื่อปี ๕๔ หายไปไหน?
    ก็น่าจะไปอยู่ที่พรรคเกิดใหม่ โดยเฉพาะที่ "พลังประชารัฐ" ประมาณ ๗.๘ ล้าน
    ที่พรรค อนาคตใหม่, รวมพลังประชาชาติไทย, เสรีรวมไทย, ประชาชาติ 
    รวมทั้ง ภูมิใจไทย, ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนา "พรรคเก่า" ที่คะแนนเพิ่มขึ้น 
    รวมทั้งหมดอีก ๕-๖ ล้าน!
    สรุปแล้ว "ส.ส.เขต" ไม่ใช่คำตอบโจทย์ระบบ "จัดสรรปันส่วนผสม"
    "คะแนนรวม" ทั้งประเทศ ของแต่ละพรรค นั่นคือคำตอบโจทย์
    ได้ ส.ส.เขตพอประมาณ 
    แต่ได้คะแนนรวมมากๆ แบบนั้น จะทำให้ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เป็นของแถมเยอะ
    ในหลักการรวม ทุกพรรคที่ลงเลือกตั้ง
    ไปหาคะแนนทั้ง ๓๕๐ เขตมานับรวม จะได้ ส.ส.เขตหรือไม่ได้ ไม่เป็นไร ถ้ารวมแล้วมีถึง ๘ หมื่นคะแนนขึ้นไป
    รับประกัน.......
    ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ๑ คน เข้าไปนั่งในสภา ชัวร์ปู้ด!
    พรุ่งนี้ ขออนุญาตหยุด ๑ วัน "คุณผักกาดหอม" จะมายำสลัดแทนตรงนี้
    ส่วนผม จะไปโคราช ถิ่นคุณ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" น้องชายผมเอง ที่ปีนี้ ทุกพรรคลงไปชิงเมืองกันอุตลุด
    โคราชนี่ แถวๆ ปากช่องขึ้นไป 
    ภายใน ๒๐ ปี.......
    "กรุงเทพฯ" มีความเป็นไปได้สูง ที่จะยกความเป็นเมืองไปอยู่กันที่นั่น!
    เพราะอย่างนั้นกระมัง แต่ละพรรค จึงไปคารวะ "ย่าโม" เปิดตัว-เปิดพรรคกันให้รึ่ม 
    ที่ไม่ซื่อ ก็มีอันเป็นไป พรรคคว่ำคะมำหงาย เห็นมั้ยล่ะนั่น!


บ้านเมืองเราในระยะนี้........จะมีเรื่อง "ทดสอบ-ท้าทาย" กฎหมายและอำนาจรัฐเกิดขึ้นบ่อย    อย่างเช่น "ผัวฝรั่ง-เมียไทย" คู่หนึ่ง 

"๕ จี" กับคำตอบ "ขยายค่างวด"
ว่าด้วยพิธี 'เสกน้ำอภิเษกรวม'
'นอเทรอดาม' กับปิยบุตร
สื่อฝรั่ง 'ถลกลาย' ฝรั่งเสือก
'ตี๋กร่าง' กับ 'บันทึกช่วยจำ'
กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา