พล.อ.ประยุทธ์ชี้คสช.คืนชีพระบบราง'รถไฟฟ้า-ไฮสปีด' เกิดในยุคนี้


   

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงตรวจเยี่ยมสถานีกลางบางซื่อว่าอนาคตพื้นที่สถานีกลางบางซื่อจะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟไปหมายเส้นทาง และเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอาเซียนถือเป็นการยกระดับการเดินทางของประชาชน ยืนยันด้วยว่าการพัฒนาพื้นที่ไม่ได้ยกให้เอกชนทั้งหมด อีกทั้งบริเวณนี้จะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวให้เป็นปอดของกรุงเทพ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้พักผ่อน จึงอยากให้ร่วมกันสร้างประวัติ ศาสตร์ของการรถไฟไทย พร้อมขอสื่อมวลชนให้เผยแพร่ข่าวในเรื่องนี้ให้ดี

“รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาเร่งงานระบบราง ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงและสถานีกลาง ล้วนเกิดขึ้นจากยุคนี้ทั้งนั้น”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางมาติดตามตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ โดยกระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าแผนพัฒนาว่าจะเปิดใช้สถานีแห่งนี้ในปี 2564 รองรับรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าควาทเร็วสูงถือเป็นบันทึกหน้าใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ที่จะมีเทคโนโลยีรถไฟไฮสปีดเป็นครั้งแรกในประเทศ รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาขยายระบบรถไฟทางคู่จากเดิม 300 กว่ากม.เป็น 4,000 กม. ตามแผนพัฒนารถไฟทางคู่เฟส 1 และ เฟส 2 

สำหรับสถานีกลางแห่งนี้จะมีการเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์มากกว่า 5 แปลงรวมถึงเป็นพื้นที่สีเขียวของเมืองหลวง รองรับด้วยระบบบริหารเมืองแบบสมาร์ทซิตี้และมีระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อสถานีกลางกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักร เบื้องต้นจะออกแบบทางเดินยกระดับ(Sky Walk) ไปเชื่อมควบคู่ไปกับแนวคิดพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา(โมโนเรล) ระยะทาง 1 กม.เป็นฟีดเดอร์ขนส่งภายในสถานีกลาง มีข้อดีคือไม่เสียพื้นที่บนนถนนเหมือนกับการเบือกใช้รถวน(Shuttle Bus) 

นายอาคมกล่าวต่อว่าส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชันนั้นจะเปิดบริการพร้อมกับสถานีกลาง ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตเตรียมส่งมอบรถไฟ 2 ขบวนมาทดสอบในเดือนมิ.ย.นี้
 


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา