ภูมิใจไทยจะทำให้ส.ส.เป็นผู้กำหนดนายกฯ  


   

     พรรคภูมิใจไทยเลือกแถลงข่าวประกาศท่าทีของพรรคก่อนและหลังเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 เพื่อย้ำจุดยืนว่าเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย  เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  เคารพกติกาบ้านเมือง  พร้อมตัดสินใจตามเสียงของประชาชน  ด้วยการไม่สร้างความขัดแย้ง และแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ชาวบ้านเป็นอันดับแรก แทนการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดการหาเสียงเช่นพรรคการเมืองอื่น ๆ  
    เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ย่านบางเขน)  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค  ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้   
     นายอนุทิน  กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี  โดยพบว่าประชาชนมีความต้องการ 2 เรื่องหลักคือไม่ต้องการให้พรรคสร้างความแตกแยก  และพรรคต้องดูแลปัญหาปากท้องเป็นอย่างแรกผ่านนโยบาย 12 ด้าน  ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรคที่ประกาศตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราต้องการลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน และผมขอให้สัญญาว่าผู้สมัครส.ส.ของพรรคทุกคนได้รับการปลูกฝังให้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยความสุจริต ยึดถือหลักกฎหมาย และพร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งทุกประการ 
    “ ไม่ว่าเราได้รับการเลือกตั้งมาจำนวนเท่าใด  สิ่งที่พรรคจะยึดถือคือผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน  พรรคไม่ต้องการให้เกิดปัญหารัฐบาลเสียงข้างน้อย เพียงเพื่อขอให้ได้ผู้นำประเทศก่อน  เราจะเคารพกติกามารยาททางการเมือง ยืนยันพรรคจะไม่นำประเทศไทยเข้าสู่ความขัดแย้ง รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ต้องตั้งใจพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้า และผู้ที่ร่วมในรัฐบาลต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีวิตนี่คือจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยภายหลังการเลือกตั้ง” 
    นายอนุทิน  กล่าวและว่าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันเราไม่ได้จับมือหรือทำข้อตกลงกับใครหรือกลุ่มหรือพรรคการเมืองใดเพื่อกำหนดการเมืองหลังการเลือกตั้ง  ซึ่งเราไม่เคยทำ และไม่คิดจะทำ   โดยหลังจากนี้จะขอสงวนท่าที ไม่พูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม  รอจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แล้วจึงค่อยกำหนดแนวทางรวมถึงแสดงท่าทีของพรรคอีกครั้ง
     “ขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีอิทธิพลใดๆมากำหนดพรรคได้ นอกจากเสียงของประชาชน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอวิงวอนให้ผู้มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้  ดำเนินการให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่  ซึ่งมีอำนาจพิเศษที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)   ไม่ควรจะใช้เพราะจะถึงการเลือกตั้งแล้ว ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย”   
     นายอนุทิน กล่าวและว่า วันนี้มีหลายพรรคการเมืองที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันและยอมรับผล   หากการแข่งขันนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐ  สิ่งนี้สำคัญมากที่ผ่านมาประเทศมีความขัดแย้ง  มีการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งเพราะอ้างว่ามีการใช้อำนาจรัฐ เอื้อให้พรรคการเมืองที่ยังมีอำนาจในรัฐบาล 
     “ มีหลายกรณีที่ชัดเจนว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้พรรคบางพรรค  ซึ่งเราไม่ได้หวั่นไหวหรือย่อท้อ เพราะคนที่ช่วงชิงความได้เปรียบ เพราะใกล้ชิดอำนาจรัฐก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองกำลังแพ้ ถึงกับต้องมาดึงขาคนอื่นลงมา  อีกทั้งเราก็ไม่กังวลเนื่องจากไม่ได้ทำในสิ่งที่มีความพยายามจะกล่าวหา และหากมีการสอบสวนแล้ว ขออย่าพยายามตัดตอน หากพรรคใดทำผิด ต้องเอาให้เต็มที่  หากพบว่ามีการปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่อง ถ้าทำผิดก็ขอให้กล้ารับผิดอย่างลูกผู้ชาย ”  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวภายหลังยื่นเรื่องให้กกต.ตรวจสอบผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ใส่ร้ายผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยว่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่
    เมื่อถามถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ย้ำว่า พรรคอันดับหนึ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้ารวบรวมไม่ได้ก็เป็นพรรคอันดับสอง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์  
     “ แต่หากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับหนึ่ง ผมก็ต้องไปเดินรวบรวม และกราบทุกท่าน ที่สนับสนุนให้เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะเมื่อมาถึงอันดับหนึ่งได้แล้วก็ต้องพยายามจัดตั้งรัฐบาลให้ได้  แต่ผมไม่เชื่อว่า หากใครได้อันดับสาม อันดับสี่ ยกตัวอย่างผม หากได้อันดับสี่มาขอจัดรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีใครเขายอมให้เป็น ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วต้องดูผลการเลือกตั้งของทุกพรรคก่อน” 
    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวและว่า ส่วนท่าทีของ ส.ว.สรรหา 250 คนที่มาจากการคัดเลือกโดยคสช. ควรเลือกนายกฯอย่างไร   นายอนุทิน  กล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งออกมา แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการอะไร คิดว่าส.ว.คงไม่สวนความคิดเห็นของประชาชน   
    “แต่หากเกิดเหตุการณ์ส.ว.ไม่โหวตตามเสียงของประชาชน ก็ถึงเวลาที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องรักษาศักดิ์ศรีของการเป็นผู้แทนฯ ต้องเอานายกฯตามกระบวนการมาก่อนให้ได้  แม้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นฝ่ายค้าน ก็จะโหวตสนับสนุนให้นายกฯมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนเพื่อรักษาระบบให้ได้ จากนั้นพรรคภูมิใจไทยค่อยกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง”  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว  
      นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นับจากมีพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)ให้มีการเลือกตั้ง เราได้พบปะพี่น้องประชาชนและนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาปากท้องอย่างต่อเนื่องมากกว่า  2 หมื่นเวทีแบบย่อยและเวทีใหญ่  และนำเสนอนโยบายแก่ประชาชนมากกว่า10 ล้านคน   จึงเชื่อว่าด้วยนโยบายต่างๆทั้ง 12  ด้าน อาทิ กัญชาเสรี  , นโยบายทวงคืนกำไรให้เกษตรกร,พืชพลังงาน,แก้หนี้กยศ.,เรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีพ,อสม.หมอประจำบ้าน,บุรีรัมย์โมเดล,เศรษฐกิจแบ่งปัน(แกร็บ,โฮมสเตย์),เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดนใต้,แก้ปัญหาประมง,กรุงเทพฯสะดวก สบาย เป็นต้น  จะได้รับการตอบรับจากประชาชน  และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน 
    ส่วนจุดยืนทางการเมืองนั้น  เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 นายกรัฐมนตรีต้องชื่อ นายอนุทินเท่านั้น   แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เรายินดีให้พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 เป็นผู้ตั้งรัฐบาล   และพรรคภูมิใจไทย จะไม่ทำอะไรที่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย และเห็นว่าการที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันที่จะไม่ให้มีอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงหรือครอบงำทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งถือเป็นสิ่งที่ดีต่อบ้านเมือง   
    “เราต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด และในวันที่ 24 มีนาคม หวังว่าคนไทยจะไปใช้สิทธิกันให้มากที่สุด เพื่อแสดงถึงฉันทามติของประชาชนและกำหนดอนาคตประเทศไทย”  เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวปิดท้าย
 


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'