เซาธ์เกตปลื้มราฮีมทำแฮทริก / ดายเออร์เจ็บอดลุยมอนเตฯ


   

ทีม"สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ พร้อมเยือน มอนเตเนโกร จันทร์นี้ หลังระเบิดฟอร์มถล่ม สาธารณรัฐเชก 5-0 ประเดิมศึกแรก ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันศุกร์ แกเร็ธ เซาธ์เกต ชมเปาะ ราฮีม สเตอร์ลิง ทำแฮทริก โดยยังมีส่วนต่อได้ประตูนัดนี้ถึง 4 ลูก ขณะที่ เอริค ดายเออร์ เจ็บ อดร่วมบินไป พ็อดโกริก้า ทางกุนซือสิงโตคำรา ยืนยันไม่เรียกใครเพิ่ม
    แกเร็ธ เซาธ์เกต กล่าวชื่นชมยกย่อง ราฮีม สเตอร์ลิง หลังมิดฟิลด์ตัวรุกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแฮทริก ช่วยทีมชาติอังกฤษ ประเดิมนัดแรก ศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก ด้วยผลงานอันสุดยอด ถล่ม สาธารณรัฐเชก ย่อยยับถึง 5-0 ที่สนามเวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันศุกร์
    "ราฮีม สุดยอดมาก เขาว่องไวและวิ่งได้ไม่หมดตลอดทั้งเกมนี้" เซาธ์เกต กล่าว พร้อมเผยด้วยว่า สเตอร์ลิง ได้รับการโปรโมตให้เป็นผู้นำของทีมแล้ว "เขาเป็นอย่างที่เห็นเลยในการซ้อมตลอดทั้งสัปดาห์ เขามีส่วนร่วมถึง 4 ประตูในเกมนี้ ผมยินดีกับเขามากจริงๆ มันเป็นค่ำคืนที่พิเศษสำหรับเขา ราฮีม กลายเป็นนักฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น เขากระหายในการทำประตู และมีความพยายามที่จะพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอในสนามแข่งขัน"
    "เขาเคยต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีมชาติ แต่นั่นก็ผ่านไปแล้ว เขาเป็นตัวทำลายล้างชั้นเยี่ยมในค่ำคืนนี้ คุณภาพในการจบสกอร์ เขาแค่หวดบอลออกไปโดยสัญชาติญาณแบบไม่ต้องคิดอะไรให้มากเกินไป"
    สเตอร์ลิง ฉลองการทำประตูที่สองของเขาในเกมนี้โดยการถลกเสื้อโชว์ข้อความและภาพเพื่อเป็นการรำลึกถึง ดามารี่ ดาวกิ้นส์ เด็กน้อยวัย 13 ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากโรคมะเร็งเม็ดเลือขาวชนิดเฉียบพลันในเด็ก แต่การกระทำของ ราฮีม ก็อาจทำให้เขาต้องโดนบทลงโทษจากทางยูฟ่าได้
    แต่ สเตอร์ลิง กล่าวถึงเรื่องอย่างไม่ได้รู้สึกกังวลนัก "ดามารี่ เป็นเด็ก ผมพยายามที่จะช่วยเขา และเราคิดว่าเราพบกับผู้สามารถบริจาคช่วยเหลือได้ น่าเศร้าที่มันเข้ากันไม่ได้ และผมเสียใจมากที่เขาจากไป ดังนั้นผมต้องการทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเขาพอจะยิ้มได้บ้าง"
    ส่วนเรื่องของฟอร์มการเล่นในนัดนี้ สเตอร์ลิง กล่าวเพิ่มเติม "มันเป็นฟอร์มการเล่นของทีมที่สวยงามมาก ผมดีใจที่ช่วยทีมได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือเราเป็นฝ่ายชนะ"
    "ช่วงนี้ผมแค่มีความมั่นใจในตัวเองมาก พยายามที่จะวิ่งหาพื้นที่ตลอด สบช่องก็ยิงทันที ไม่ได้คิดเรื่องอื่น ผมชอบประตูแรกมากสุด มันช่วยให้ผมวิ่งต่อไปได้อีก"
    เจดอน ซานโช, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ เดแคลน ไรซ์ ต่างได้ประเดิมแมทช์การแข่งขันนัดแรกกับทีมชาติเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่ง เซาธ์เกต เสริม "ผมคิดว่าผู้เล่นคนอื่นๆช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความเป็นตัวเองออกมา"
    "พวกเขารู้สึกเกร็งอะไรเลยตั้งแต่การเก็บตัวซ้อมแล้ว คุณเห็นได้จากการเล่นของพวกเขาในสนามแข่งขัน"
    "ผมคิดว่าเราสามารถเล่นดีกว่านี้ได้อีก และผมคิดว่าเราต้องพยายามทำเช่นนี้ต่อไปเพราะพวกเขาเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะเล่นในระดับที่สูงกว่านี้ได้อีก"
    เอริค ดายเออร์ ที่เจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรกหลังเล่นไปได้แค่ 17 นาทีเท่านั้น จากปัญหาที่สะโพกหลังปะทะกับ โทมัส ซูเซค และเป็น รอส บาร์คลี่ย์ ที่ถูกส่งลงไปแทน โดย ดายเออร์ จะถูกส่งตัวกลับท็อตแน่ม และไม่ได้ร่วมเดินทางไป มอนเตเนโก สำหรับเกมในคืนวันจันทร์
    กรณีหลายคนสงสัยว่าจะมีการเรียกตัวนักเตะจากชุดยู 21 ขึ้นมาทดแทนอีกหรือไม่ เซาธ์เกต ยืนยันว่าไม่จำเป็น "ไม่ เราจะพิจารณาแค่นักเตะทุกคนที่เรามีเท่านั้น คนที่อยู่กับเราจะได้รับโอกาส แต่หากเราเกิดเสียใครเพิ่มอีกระหว่างนี้ ผมจะทบทวนอีกครั้ง"
    เซาธ์เกต ยังแย้มด้วยว่า เขาอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 คนแรกในเกมที่ พอดโกริก้า แม้นักเตะชุดที่เพิ่งใช้ไปจะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดแล้วก็ตาม
    "ผมคิดว่าเราต้องหาจุดสมดุลย์ระหว่างความสดกับความต่อเนื่อง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราขบคิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมจำเป็นต้องดูเกมของพวกเขานับตั้งแต่ค่ำคืนนี้เพื่อสรุปในสิ่งที่เราคาดหวัง แต่เรารู้ เราเคยไปเยือนที่นั่นมาก่อนแล้ว 2 ครั้ง และยังบุกไปเอาชนะพวกเขาไม่ได้ บรรยากาศจะต้องตึงเครียดแน่นอน"
    ปัญหาคือ เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ตัวแสบจากท็อตแน่ม อาจทำให้ตัวเองและทีมเจอปัญหาไปด้วย หลังจากที่มีภาพเหมือนเขาจะชูนิ้วกลางให้กับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคือ ออนเดรย์ เซลุสต์ก้า โดยอดีตเขาเคยทำตัวเองโดนลงโทษห้ามแข่งและถูกปรับเงินมาแล้วจากการสบถและชูนิ้วกลางให้กับ ไคย์ล วอล์คเกอร์ เพื่อนร่วมทีมเดียวกัน เมื่อปี 2017
    สำหรับเกมระหว่าง อังกฤษ กับ สาธารณรัฐเชก ที่เวมบลีย์ เมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่ง เจ้าบ้านเป็นฝ่ายชนะไป 5-0 ได้ประตูจาก สเตอร์ลิง น.24, 62, 70, แฮร์รี่ เคน จุดโทษ น.45 และ โทมัส คาลาส ทำเข้าประตูตัวเอง น.85
    ส่วนผลการแข่งขันรอบคัดเลือก ศึกยูโร 2020 คู่อื่นๆ บัลแกเรีย เสมอ มอนเตเนโกร 1-1, อัลแบเนีย แพ้ ตุรกี 0-2, อันดอร์ร่า แพ้ ไอซ์แลนด์ 0-2, มอลโดวา แพ้ ฝรั่งเศส 1-4, โปรตุเกส เสมอ ยูเครน 0-0, ลักเซมเบิร์ก ชนะ ลิธัวเนีย 2-1

 


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน