'ลูกจ้างโอ๊ค'อ้างประเพณีด่ากราดพปชร.มารยาททราม ไม่มีใครอบรมสั่งสอน มีแต่คนรังเกียจหื่นกระหายอำนาจ


   

ภาพ:เฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon

26 มี.ค.62-  ศิโรตม์ คล้ามไพบูรณ์ พิธีกรวอยซ์ทีวี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon ว่า พลังประชารัฐสร้างวาทกรรมว่าตัวเอง "ได้เสียงมากที่สุด" จึงควรได้จัดตั้งรัฐบาล ถึงแม้ความจริงคือเพื่อไทยมี ส.ส.ในสภาสูงสุด ยิ่งกว่านั้นคืือประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การวัดว่าใคร "ได้เสียงข้างมากที่สุด" จึงวัดที่จำนวนผู้แทนในสภา ไม่ใช่บิดเบือนว่าวัดที่จำนวนคนลงคะแนนทั้งประเทศ เพราะนั่นเป็นระบบนายกทางตรงซึ่งเราไม่ได้ใช้ , เพื่อไทยส่ง 250 เขต ส่วนพลังประชารัฐส่ง 350 และอีกอย่าง เสียงส่วนนี้ก็ถูกใช้นับเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อไปแล้ว จะเอามาอ้างเพื่อตั้งรัฐบาลซ้ำอีกได้อย่างไร

การให้พรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาลเป็น "ประเพณีทางการเมืองการปกครอง" ที่ประเทศเราใช้มากว่าสามสิบปี พรรคชาติไทย, พรรคสามัคคีธรรม,พรรคประชาธิปัตย์, พรรคความหวังใหม่, พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ล้วนตั้งรัฐบาลทุกชุดหลังปี 2531 ด้วยวิธีนี้ จึงแปลว่่ามีพรรคอันดับสองและอันดับอื่นนับไม่ถ้วนที่ปฏิบัติตามประเพณีนี้มากว่าสามสิบปีแล้ว เพราะเข้าใจตรงกันว่าหากให้พรรคอื่นแข่งตั้งรัฐบาลกับพรรคอันดับหนึ่ง การซื้อ ส.ส.หรือเซ้งพรรคด้วยผลประโยชน์หรือตำแหน่งรัฐมนตรีก็จะตามมา

ประชารัฐพูดถูกที่อ้างว่า “ไม่มีกฎหมาย” กำหนดให้พรรคที่หนึ่งตั้งรัฐบาล แต่อะไรที่เป็น “ประเพณี” และเป็น “มารยาท” คือสิ่งที่แยกระหว่างพรรคดีๆ กับพรรคที่ไร้อารยะครับ ความประพฤติของพรรคที่ไร้มารยาทก็เหมือนคนมารยาททราม ต่อให้กฎหมายลงโทษไม่ได้ คนที่เห็นก็รู้ว่าเป็นคนมารยาทต่ำ ไม่มีใครอบรมสั่งสอน ไม่มีความคิด ฯลฯ จนถ้าเป็นคนก็มีแต่คนรังเกียจ และถ้าเป็นพรรค ก็คือพรรคที่หื่นกระหายอำนาจจนทำทุกวิถีทางเพื่อได้อำนาจโดยครอบครอง.

 

 


เมื่อ ส.ส. "ไม่ รพช." ก็ดีไปอย่าง จะได้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน สภาฯ สถานที่ออกกฎหมาย จะได้น่าเชื่อถือ

ไทยที่ "ดังและดี" ในตัวเอง
เส้นทางบรรจบ 'ประยุทธ์-ชวน'
จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน