โดดตึกศาลอีกราย พ่อเครียดลูกถูกจำ


เพิ่มเพื่อน    


    ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตอดีตเวรเปล รพ.ราชวิถี ฟันคอ รปภ.เสียชีวิต หลังสิ้นคำพิพากษา พ่อจำเลยโดดจากชั้น 8 อาคารศาล กระแทกพื้นแขน-ขาหัก อาการโคม่า คาดเสียใจลูกถูกจองจำ
    เมื่อเวลา 10.48 น. วันที่ 27 มีนาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุชายกระโดดลงมาจากชั้น 8 ได้รับบาดเจ็บ แขน-ขาหัก ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นบิดาของจำเลย ที่ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต คดีใช้อาวุธมีดแทงฟันผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ทราบชื่อภายหลังคือนายอัครเดช เครือนาค
    โดยคดีดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2560 นายภัทรพงศ์ เครือนาค หรือต้อย อดีตพนักงานเวรเปล รพ.ราชวิถี ประจำสถาบันโรคผิวหนัง ลูกชายนายอัครเดช ใช้มีดฟันคอนายสัญชาย วันงาม อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลราชวิถี จนเสียชีวิต ก่อนขับรถหลบหนีไป ก่อนที่นายภัทรพงศ์จะขับรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปจอดทิ้งไว้ภายในลานจอดรถโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 1 ตึก 17 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผลจนนายภัทรพงศ์มอบตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.2560 โดยสาเหตุที่นายภัทรพงศ์ฆ่านายสัญชาย เพราะถูกผู้ตายไล่ไม่ให้จอดในที่ห้ามจอด จึงเกิดความไม่พอใจก่อเหตุดังกล่าว
    คดีนี้ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งคาดว่าสร้างความเสียใจเเก่นานอัครเดชผู้เป็นบิดา จึงกระโดดตึกศาลอาญาดังกล่าว โดยโดดจากบริเวณชั้น 8 ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับพ่อของน้องเต้ นศ.อุเทนถวาย ที่ถูกแทงตายแล้วศาลยกฟ้องจำเลยไปก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ นายอัครเดชที่กระโดดตึกลงมาได้รับบาดเจ็บแขนขาหักและถูกนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี
    คดีของนายภัทรพงศ์ ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 288, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธมีดของกลาง
    พนักงานรักษาความปลอดภัยของศาล ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า หลังจากที่นายอัครเดชกระโดดลงมาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถีทันที โดยขณะนั้นผู้บาดเจ็บยังสามารถพูดคุยรู้เรื่อง เชื่อว่าผู้บาดเจ็บกระโดดลงมาตรงต้นไม้จึงสามารถช่วยรองรับการกระแทกก่อนถึงพื้นได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ไม่เสียชีวิต
    นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานชายกระโดดอาคารศาลแล้ว ส่วนคดีนี้เป็นคดีที่เจ้าพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดทำร้ายจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ รพ.ราชวิถี และมีการสืบพยานทั้งสองฝ่าย จนมาอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาได้ใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัย ชั่งน้ำหนักจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายและมั่นใจว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์สามารถที่จะมองว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จก็ควบคุมตัวจำเลย เท่าที่ทราบรายงานจากเจ้าหน้าที่ บิดาของจำเลยมีอาการที่แสดงถึงความเครียด เข้ามากอดลูก มีการพูดเปรยออกมาว่า “หากนำตัวลูกผมไปจำคุกตลอดชีวิต ผมขอไปด้วยดีกว่า” และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น  
    เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีคดีที่ญาติของคู่ความโดดตึกที่บริเวณชั้น 8 ดังกล่าว ทางศาลยุติธรรมมีการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง นายสุริยันต์กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุครั้งที่แล้ว เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยการดูแลความปลอดภัยประชาชนที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาคดีของศาล จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการรักษาความปลอดภัยตัวบุคคล ซึ่งกฎหมายที่ประกาศใช้ล่าสุดให้มีตำรวจศาล ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการเพิ่มเจ้าพนักงานตำรวจศาลทั่วประเทศ แต่ตอนนี้เราอาจมีบุคลากรด้านนี้ไม่เพียงพอ จึงมั่นใจว่าในระยะยาวเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้น้อย ในส่วนของตัวอาคาร ถ้าเป็นอาคารศาลใหม่ สำนักออกแบบอาคารและสถานที่ก็จะพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัย ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่
    "การกระทำในลักษณะนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลทางคดีเลย จะเกิดแต่เพียงความเศร้าเสียใจของคนรอบข้าง อยากให้ทุกคนใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมให้เต็มที่ก่อน เราไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ได้แต่หวังว่าผู้คนจะเข้าใจกระบวนการยุติธรรมว่าเดินทางอย่างไร และศาลยุติธรรมทำงานกันอย่างไร อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของเรา ว่าเราทำอย่างเต็มที่ที่สุด และทางออกของปัญหาทั้งหมดสามารถมีได้โดยไม่ต้องใช้วิธีนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์เป็นครั้งสุดท้าย หากต่อไปมีความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ขอให้ใช้ทางออกตามกฎหมาย".  


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้