กระสันของ 'รัฐบาลแดนไกล'


   

    ถ้าไม่บอกว่า....
    นี่คือการประกาศจองคิว "ตั้งรัฐบาล" ของ ๖ คณะพรรคระบอบทักษิณละก็
    เมื่อเช้าวาน (๒๗ มี.ค.๖๒) ผมต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
    คือ ตื่นขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ปุ๊บ เห็นใครต่อใคร ชุดขาว-ชุดดำ แต่ละคนดูซึมๆ เซาๆ ออกมานั่งเรียงแถวบ้าง ยืนเป็นวอลเปเปอร์บ้าง 
    ใจผมงี้...หายแวบ!
    จิตประหวัดไปว่า "ใครซักคน" ในแดนใกล้-แดนไกลอันเป็นที่รักของบุคคลเหล่านี้ มีอันเป็นไปฉับพลันกระมัง?
    แต่ละคนในจอ จึงดู เครียด-ซีด-ใจสั่น ไม่แฮปปี้ ครม.เอาซะเลย 
    แถมส่อแววกังวลลึกๆ ด้วยซ้ำ
    เป็นการแถลงที่ต้องบอกว่า บรรยากาศอึดอัด-ขัดข้อง ทั้งคนแถลงและคนฟัง
    ถึงแม้คำแถลงแต่ละคน จะทระนงโหลยโท่ยก็เหอะ
    แต่ "ล่อกแล่ก" ยังไงไม่รู้?
    เป็นเพราะ "นัดแล้วไม่มา" หรืออย่างไรไม่ทราบ การแถลงจึงเซ็งเป็ด
    ประกาศเป็น "๗ พรรค ๒๕๕ เสียง" เป็น "เสียงข้างมาก" จองสิทธิ์ตั้งรัฐบาล
    แต่เอาเข้าจริง มาแถลงข่าว ลงสัตยาบันกันเพียง ๖ พรรค ๒๔๙ เสียงเท่านั้น
    "เพื่อไทย" เป็นแกน 
    ตามด้วย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ อะไรอีกก็ลืมไปแล้ว 
    แต่ทั้งหมด คือพรรคเครือข่ายระบอบทักษิณ ที่แตกแบงก์พันออกไป กลับมารวมกัน
    ที่บอก "นัดแล้ว" อีก ๑ พรรค แต่ "(ยัง)ไม่มา" คือ 
    พรรคเศรษฐกิจใหม่ ของ "คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" 
    พรรคคุณมิ่งขวัญมี ๖ เสียง เมื่อไม่มา ที่นั่งแถลงร่วมลงสัตยาบันกันจริงๆ มีแค่ ๖ พรรค ๒๔๙  เสียง 
    แต่เพื่อไทย เคลมเป็น ๒๕๕ เสียง!?
    อ้าง "มิ่งขวัญยืนยันมาทางไลน์แล้ว" เพียงแต่วันนี้ ติดธุระมาร่วมแถลง ร่วมลงสัตยาบันด้วยไม่ได้เท่านั้น
    ก็เล่าให้ฟังเป็นการเดินเรื่อง.......
    แต่อยากบอกว่า ใครอยากรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ก็เชิญตามสบาย ไม่ต้องอ้างเพื่อประชาธิปไตย เพื่อควายเผือกตัวไหนหรอก
    เห็นแต่ละหน้า "พรรคแกนนำ" ที่นั่งสลอน ก็ขำปนสมเพช
    คำก็ประชาธิปไตย สองคำก็ประชาธิปไตย แต่ไล่ลงมา ตั้งแต่ พล.ต.ท.วิโรจน์ สุดารัตน์ ชัยเกษม  ภูมิธรรม
    เป็น "คนนอกสภา" ทั้งนั้น
    "ประชาชนไม่เลือก" ไม่ได้เป็น ส.ส.เลยซักคน แต่กลับมาอ้างสิทธิ์อันตัวเองไม่มี เจ้ากี้-เจ้าการ เป็นแกนตั้งรัฐบาล
    ขำอิ๊!
    เอาล่ะ สมมุติว่า ขั้วระบอบทักษิณได้ตั้งรัฐบาล ๒๕๕ เสียง ถามว่า เสียงปริ่มน้ำมั้ย?
    ปริ่ม เปิดสภาก็พัง!
    สมมุติในทำนองเดียวกัน ถ้าพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาล ๒๕๑ เสียง เสียงปริ่มน้ำมั้ย?
    ก็ปริ่ม เปิดสภา รัฐบาลก็พังเหมือนกัน!
    ฉะนั้น ในกรณีเช่นนี้........
    การที่จะมีรัฐบาล "เสียงปริ่มน้ำ" กับรัฐบาล "เสียงข้างน้อย" ในภาวะเสียง "ยันกัน"
    ค่าไม่ต่างกันเลย!
    เอ้าดูต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ เขาจัดลำดับการไปสู่ความเป็น "รัฐบาล" เป็นขั้นๆ ไป 
    การ "จัดตั้งรัฐบาล" เป็นความสำคัญต้องทำในลำดับที่ ๓ ที่ ๔ โน่น ไม่ใช่อันดับแรก
    อันดับแรก อย่างที่บอกแต่วาน คือ ส.ส.-ส.ว.รวม ๗๕๐ คน ประชุมร่วม "โหวตเลือกนายกฯ" ก่อน
    ใครได้เสียง "เกินครึ่ง" คือได้ ๓๗๖ เสียง ขึ้นไป คนนั้นได้เป็นนายกฯ
    แล้ว "นายกฯ ๓๗๖ เสียง" นั่นแหละ.......
    จึงจะเป็นผู้มีสิทธิ์สมบูรณ์ "จัดตั้งรัฐบาล"    
    ไม่ใช่ใครจะมาชวนพรรคโน้น-พรรคนี้ ไปเช่าโรงแรมอ๊ะหยังปะล้ำปะเหลือ แถลงข่าวจับจองอย่างนั้น
    ทำยังกะแม่ค้าจองแผงขายแหนมงานปิดลูกนิมิตงั้นแหละ!
    จะ ๒๕๕ เสียง ๒๔๙ เสียง หรือ ๕๐๐ เสียง ไม่มีความหมาย ในด้าน "จองสิทธิ์" หรอก สุดารัตน์เอ้ย
    มันต้องไปเลือกนายกฯ ก่อน.......
    แล้วตัวเองก็ไม่ได้เป็น ส.ส.วันที่เขาจะโหวตกัน ก็คงได้แต่นอนกระซิกๆ อยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ที่สภา
    เนี่ย..เสียงคู่คี่กันอย่างนี้ ชั่งน้ำหนักแล้ว ระหว่าง "ฝ่ายเผาเมือง" กับ "ฝ่ายกู้เมือง"
    ๕๐๐ ส.ส.กับ ๒๕๐ ส.ว.เขาจะโหวตให้คนฝ่ายไหนเป็นนายกฯ ไปจัดตั้งรัฐบาล?
    คิดสิ..คิด.......
    เลข ป.๔ ระดับ ๑+๑ แค่นี้ ทำไมฝ่ายเผาเมืองยังเลอะเลือน ชูสุดารัตน์ "คนนอกสภา" เป็นนายกฯ อยู่อีกล่ะ?
    พรรคหน้าใหม่ แต่เก๋าเกมที่สุด 
    ต้องยกให้ "มิ่งขวัญ" เศรษฐกิจใหม่ หนึ่งเดียวคนนี้เลย
    ไพ่ ๖ แต้ม.......
    แต่เกจนคนไพ่สเตรทฟลัช เยี่ยวแตก!
    เล่นไพ่เข้าตาตอนนี้ ก็มี "มิ่งขวัญ" กับ "อนุทิน" แห่งภูมิใจไทยนี่แหละ
    จะรีบร้อนแบไพ่ไปทำไมแต่ไก่ยังไม่โห่ เฉยไว้ก่อน ถูกต้องทั้งตามกติกา และตามเชิงกล
    ตัวเลข ส.ส."ยังดิ้นได้" และยังอยู่อีกร่วม ๒ ล้านเสียง คือ ๕% ที่ กกต.ยังไม่ประกาศ
    มีผลทั้งบวกและลบในจำนวน ๙๕% ที่ประกาศ "ไม่เป็นทางการ" ไปตอนนี้โดยตรง
    ฉะนั้น เฉยไว้ก่อน "ตำลึงทอง" ที่สุด!
    ตอนนี้ ตัวเลขที่เห็น "ยังไม่นิ่ง" ขึ้น-ลงได้อีก ทั้งฝ่ายเผาเมืองและฝ่ายกู้เมือง ยังมีโอกาส "ได้-เสีย" ในจำนวนร่วม ๒ ล้าน นั้น
    ๒ ล้าน ทำให้ "ขึ้นสวรรค์-ลงนรก" ได้ทุกพรรค ใครจะขึ้นสูง-ลงต่ำระดับไหน เป็นอีกเรื่อง
    ประเด็นที่สงสัยกันมาก ถึงขั้นไปทวง กกต.ว่า....
    จะอุบอีก ๕% ไปประกาศเอา ๙ พฤษภาด้วยเหตุผลอันใด ให้รีบประกาศเลย นั้น
    มันมีที่มา-ที่ไป ไม่ใช่ กกต.กำหนดตามใจชอบ หากแต่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ 
    กฎหมายระบุ.....
    "ประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า ๖๐ วัน นับแต่วันเลือกตั้ง"
    ว่ากันที่จริง ประกาศเร็วดีที่สุด 
    แต่ที่ กกต.กำหนด ๙ พ.ค.ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คืออยู่ภายใน ๖๐ วัน
    แต่ทำไมต้อง ๙ พ.ค. จะ ๑ เมษา หรือ ๑, ๒, ๓ พฤษภา ไม่ได้หรือ?
    ผมก็ลองใคร่ครวญในประเด็นนี้ ก็พอมองเห็นเจตนาที่ดีของ กกต.
    คือ ช่วงเดือนเมษา-พฤษภา ประเทศไทยเรามีพระราชพิธี "บรมราชาภิเษก" ระหว่างวันที่ ๔-๖  พฤษภาคม
    ก่อนและหลังพระราชพิธี ยังต้องมีพิธีสำคัญเกี่ยวเนื่องอีกหลายอย่าง
    เมื่อพินิจรอบด้าน ก็พบว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๑ ระบุว่า 
    "ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ให้เรียกประชุมรัฐสภา ให้สมาชิกมาประชุมนัดแรก"
    ตรงนี้แหละ ผมคิดว่า กกต.ใคร่ครวญแล้ว จึงกำหนด ๙ พ.ค.เป็นวันประกาศผลเลือกตั้ง "เป็นทางการ"
    เพราะ ๙ พ.ค.งาน "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" ผ่านพ้นไปแล้ว
    ทุกอย่างตามขั้นตอนปฏิบัติไปสู่การมีรัฐบาลใหม่ตามกฎหมายกำหนด จึงสวยงามด้วยกาล ที่จะดำเนินไปแต่ละขั้นตอน
    โดย "ไม่ทับซ้อน" กับงาน "พระราชพิธี"!
    ต้องไม่ลืม ถ้าประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.เป็นทางการช่วงนี้ ขั้นตอนต่างๆ จะทับซ้อนกับพระราชพิธีทันที
    ดังนั้น ก็อยากบอกว่า.....
    ทั้งนักการเมืองที่รู้อยู่แก่ใจในประเด็นนี้แล้ว แต่ทำไขสือ รุกไล่ กกต.ให้ประกาศวันนี้-วันพรุ่ง 
    และทั้งผู้ไม่รู้ สงสัย ทำไม กกต.ไม่รีบแถลงให้ครบ ๑๐๐% ไวๆ ต้องรอไปถึง ๙ พ.ค.เพื่ออะไร?
    ก็โปรดใคร่ครวญตามนี้
    ฉะนั้น ใจเย็นๆ ใครอยากเป็นนายกฯ-เป็นรัฐบาล ตอนนี้ ก็กั้นฉากรำลิเก 
    หลอกแดก-ประโลมใจ "คนแดนไกล" ไปก่อน ไม่มีใครว่า! 


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"